วันนี้ (8 ม.ค.66) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำทีมลงพื้นที่หาเสียงเตรียมสู้ศึกเลือกตั้ง ที่ ชุมชนหลังตลาดเก่า วัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
ช่วงหนึ่ง จุรินทร์ ระบุว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายอีกพื้นที่หนึ่งของประชาธิปัตย์ แม้จะเสียที่นั่งไปในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อย่างน้อยที่สุดพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ก็ต้องเลือกผู้แทนประชาธิปัตย์เข้ามาจำนวนหนึ่ง เพียงแต่คราวที่แล้วมันอาจจะเป็นอุบัติเหตุทางการเมือง แต่ครั้งนี้มั่นใจว่าเราปักธงได้แน่
ส่วนไทม์ไลน์การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จุรินทร์ อธิบายว่าภาคอีสาน เคาะไปล่าสุดเมื่อ 1-2วันที่ผ่านมา ทั้งหมด 90 เขต พร้อมย้ำว่าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต ทั่วประเทศ เพียงแต่ตอนนี้ต้องรอ กกต. แบ่งเขตให้ชัดเจนก่อน สำหรับนโยบายภาพรวมจะเน้นเรื่องการสร้างเงิน สร้างคน และสร้างชาติ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามมา ส่วนนโยบายในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับประชาธิปัตย์ นโยบายประเทศก็คือนโยบายกรุงเทพฯ ด้วย
เมื่อถามถึงความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ย้ำว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ต้องพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเคยพูดเรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้ว ส่วนจะส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 ชื่อเลยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา ส่วนหลังการเลือกตั้งแล้ว หากจะต้องไปเข้าร่วมกับรัฐบาล จะเลือกรวมกับพรรคไหนนั้น จุรินทร์ มองว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเสียงประชาชนเป็นหลัก
“ขอนับหนึ่งจากการเปิดนโยบายก่อน ขณะนี้ได้เริ่มเปิดกรอบนโยบายแล้ว คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ถัดจากนี้ก็จะเปิดนโยบายเชิงลึก ซึ่งจะได้กำหนดวันต่อไป ตอนนี้กำลังเตรียมการอยู่” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถาม จุรินทร์ ว่าคิดเห็นอย่างไร ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 9 ม.ค. นี้ โดย จุรินทร์ ไม่ขอให้ความเห็น แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่งจริง ก็แปลว่าต่อไปนี้ พล.อ.ประยุทธ์ สังกัดพรรคการเมืองที่มีความชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เป็นแค่คนกลางๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง หรือพรรคร่วมรัฐบาล แต่ลงลึกไปถึงเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแล้ว
“ก็คงมีสถานภาพเหมือนๆกันกับรัฐมนตรี หรือรองนายกฯหลายท่านในคณะรัฐมนตรี ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค หรือเป็นสมาชิกพรรค” จุรินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากภาพคนกลางๆ หายไป จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าตอบล่วงหน้าอะไรไม่ได้ อยู่ที่นายกฯ ว่าจะบริหารจัดการกับรัฐบาลผสมในรูปแบบอย่างไร ต้องนับหนึ่งที่ตัวท่านด้วย
เมื่อถามว่าจากการที่มีหลายพรรคการเมืองขณะนี้เริ่มลงพื้นที่หาเสียงกันมากขึ้น รวมไปถึงผู้มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย จะมีหลักการในการลงพื้นที่อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าลงพื้นที่ในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ก็ปฏิบัติภารกิจในทางการเมือง ถ้าปฏิบัติราชการก็แยกเป็นเรื่องการปฏิบัติราชการ มันมีหลักของมันอยู่แล้ว ทุกคนต้องต้องปฏิบัติหลักเดียวกัน เพราะอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน
นอกจากนี้ จุรินทร์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการจ่ายเงินในโครงการประกันรายได้ยางพาราว่า ขณะนี้ประกันรายได้ ข้าว มัน ปาล์ม ข้าวโพด เดินหน้าแล้ว ยังค้างอยู่คือประกันรายได้ ยางพารา ซึ่งตนได้รับรายงานจากการยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรฯ ว่าได้เสนอเรื่องนี้เข้าไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยาง ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมาหลายเดือนแล้ว ถ้าจำไม่ผิด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ว่ายังไม่ได้บรรจุเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งตอนนี้ก็รอท่านนายกฯ นัดหมายอยู่ ความจริงท่านก็นัดมา ครั้ง สองครั้งแล้ว แต่ก็เลื่อนไป ครั้งสุดท้ายนี้ก็เลื่อน ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ตนได้ขอให้ทางกระทรวงเกษตรฯ กับการยางฯ ได้รีบประสาน
ช่วงหนึ่ง จุรินทร์ ระบุว่ากรุงเทพฯ เป็นพื้นที่เป้าหมายอีกพื้นที่หนึ่งของประชาธิปัตย์ แม้จะเสียที่นั่งไปในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว อย่างน้อยที่สุดพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ก็ต้องเลือกผู้แทนประชาธิปัตย์เข้ามาจำนวนหนึ่ง เพียงแต่คราวที่แล้วมันอาจจะเป็นอุบัติเหตุทางการเมือง แต่ครั้งนี้มั่นใจว่าเราปักธงได้แน่
ส่วนไทม์ไลน์การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จุรินทร์ อธิบายว่าภาคอีสาน เคาะไปล่าสุดเมื่อ 1-2วันที่ผ่านมา ทั้งหมด 90 เขต พร้อมย้ำว่าจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 400 เขต ทั่วประเทศ เพียงแต่ตอนนี้ต้องรอ กกต. แบ่งเขตให้ชัดเจนก่อน สำหรับนโยบายภาพรวมจะเน้นเรื่องการสร้างเงิน สร้างคน และสร้างชาติ ซึ่งจะมีรายละเอียดตามมา ส่วนนโยบายในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับประชาธิปัตย์ นโยบายประเทศก็คือนโยบายกรุงเทพฯ ด้วย
เมื่อถามถึงความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ย้ำว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน ต้องพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเคยพูดเรื่องนี้ไปหลายครั้งแล้ว ส่วนจะส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 ชื่อเลยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้พิจารณา ส่วนหลังการเลือกตั้งแล้ว หากจะต้องไปเข้าร่วมกับรัฐบาล จะเลือกรวมกับพรรคไหนนั้น จุรินทร์ มองว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับเสียงประชาชนเป็นหลัก
“ขอนับหนึ่งจากการเปิดนโยบายก่อน ขณะนี้ได้เริ่มเปิดกรอบนโยบายแล้ว คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ ถัดจากนี้ก็จะเปิดนโยบายเชิงลึก ซึ่งจะได้กำหนดวันต่อไป ตอนนี้กำลังเตรียมการอยู่” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถาม จุรินทร์ ว่าคิดเห็นอย่างไร ต่อกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 9 ม.ค. นี้ โดย จุรินทร์ ไม่ขอให้ความเห็น แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่งจริง ก็แปลว่าต่อไปนี้ พล.อ.ประยุทธ์ สังกัดพรรคการเมืองที่มีความชัดเจนแล้ว ไม่ใช่เป็นแค่คนกลางๆ ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมือง หรือพรรคร่วมรัฐบาล แต่ลงลึกไปถึงเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแล้ว
“ก็คงมีสถานภาพเหมือนๆกันกับรัฐมนตรี หรือรองนายกฯหลายท่านในคณะรัฐมนตรี ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง หรือดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค หรือเป็นสมาชิกพรรค” จุรินทร์ กล่าว
เมื่อถามว่าหากภาพคนกลางๆ หายไป จะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่าตอบล่วงหน้าอะไรไม่ได้ อยู่ที่นายกฯ ว่าจะบริหารจัดการกับรัฐบาลผสมในรูปแบบอย่างไร ต้องนับหนึ่งที่ตัวท่านด้วย
เมื่อถามว่าจากการที่มีหลายพรรคการเมืองขณะนี้เริ่มลงพื้นที่หาเสียงกันมากขึ้น รวมไปถึงผู้มีตำแหน่งทางการเมืองด้วย จะมีหลักการในการลงพื้นที่อย่างไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าลงพื้นที่ในฐานะสมาชิกพรรคการเมือง ก็ปฏิบัติภารกิจในทางการเมือง ถ้าปฏิบัติราชการก็แยกเป็นเรื่องการปฏิบัติราชการ มันมีหลักของมันอยู่แล้ว ทุกคนต้องต้องปฏิบัติหลักเดียวกัน เพราะอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน
นอกจากนี้ จุรินทร์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าของการจ่ายเงินในโครงการประกันรายได้ยางพาราว่า ขณะนี้ประกันรายได้ ข้าว มัน ปาล์ม ข้าวโพด เดินหน้าแล้ว ยังค้างอยู่คือประกันรายได้ ยางพารา ซึ่งตนได้รับรายงานจากการยางแห่งประเทศไทย กระทรวงเกษตรฯ ว่าได้เสนอเรื่องนี้เข้าไปสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยาง ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานมาหลายเดือนแล้ว ถ้าจำไม่ผิด ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ว่ายังไม่ได้บรรจุเข้าสู่การพิจารณา ซึ่งตอนนี้ก็รอท่านนายกฯ นัดหมายอยู่ ความจริงท่านก็นัดมา ครั้ง สองครั้งแล้ว แต่ก็เลื่อนไป ครั้งสุดท้ายนี้ก็เลื่อน ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ตนได้ขอให้ทางกระทรวงเกษตรฯ กับการยางฯ ได้รีบประสาน



