‘จุรินทร์’ ติงคิดไม่ถึงจะยื้อแก้ รธน.ถึง 4 ปี ชี้เนื้อหาสำคัญไม่แพ้ที่มา

27 ก.ย. 2566 - 12:28

  • ‘จุรินทร์’ มองปมแก้รัฐธรรมนูญ ชี้ ‘เนื้อหา’ สำคัญไม่แพ้ ‘ที่มา’ เหตุบังคับใช้ด้วยเนื้อหา

  • แนะใช้ฉบับที่มีช่องโหว่น้อยที่สุดมาเป็นต้นร่าง ติงคิดไม่ถึงจะยื้อไป 4 ปี เพราะเห็นรัฐบาลแถลงเป็นนโยบายเร่งด่วน

  • แจงเลือกหัวหน้า ‘ประชาธิปัตย์’ คนใหม่ รอจูนอีกนิด ลั่นจะไม่ให้กระทบหน้าที่ผู้แทนฯ

Jurin_said_about_amending_constitution_that_content_important_as_origin_SPACEBAR_Hero_6f780189f9.jpg

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า หลักคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การที่จะนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาเป็นต้นร่าง หรือต้นแบบนั้น ต้องดูให้รอบคอบ อย่าไปดูจากที่มาอย่างเดียว แม้จะมีที่มาสำคัญ แต่เนื้อหาก็สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะสุดท้ายแล้ว เมื่อรัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว จะถูกบังคับใช้ตามเนื้อหา ไม่ได้บังคับใช้ตามที่มา  

“และต้องไปดูว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนที่เคยบังคับใช้มาแล้ว มีช่องโหว่น้อยที่สุด ถ้าสามารถนำมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันได้ ก็ควรจะนำฉบับนั้นมาเป็นต้นร่าง หรืออาจใช้หลายๆ ฉบับ มาพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย โดยเลือกเฉพาะข้อดีมารวมกัน ให้สอดคล้องกัน ก็สามารถทำได้” จุรินทร์ กล่าว  

ผู้สื่อข่าวถามความเห็นต่อข้อเสนอแนะของ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้แก้มาตรา 256 เพื่อลดงบประมาณในการทำประชามตินั้น จุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็อยู่ที่รัฐบาล แต่ที่กำลังพูดถึงนี้ หมายถึงนโยบายรัฐบาล ที่รัฐบาลไปหาเสียงไว้ และประกาศว่าเป็นนโยบายเร่งด่วนในการแถลงต่อสภาฯ ว่าจะเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนจะแก้อย่างไรนั้น ดูเหมือนประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หากตั้ง สสร. ก็แปลว่าจะต้องมีขั้นตอนกระบวนการที่ยาวพอสมควร แล้วก็ตั้งธงว่าภายใน 4 ปี ซึ่งอันนี้ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า รัฐบาลตั้งธงจะทำถึง 4 ปี เพราะเห็นแถลงเป็นนโยบายเร่งด่วน  

“หากจะตั้ง สสร. ก็ทำได้ อยู่ที่นโยบายของรัฐบาล เพราะจะต้องมีการเสนอทำประชามติ และเสนอต้นร่างเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ตามขั้นตอนกระบวนการ แต่ถ้าสมมติว่ามีการทำใหม่ทั้งฉบับ ตั้ง สสร. รัฐบาลก็ต้องเตรียมเงินไว้ไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านไว้ด้วย ไม่ใช่ว่าผมจะค้านหรือไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลก็ต้องรู้ถึงภาระที่จะตามมา ซึ่งเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องเตรียมไว้ด้วย เพราะการทำประชามติครั้งนึงเท่าที่ กกต. ประเมิน ก็ประมาณ 3,000 กว่าล้าน” จุรินทร์ กล่าว 

ส่วนความคืบหน้าเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้น จุรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนด รอจูนกันอีกนิด จูนเสร็จเมื่อไหร่ก็จะเลือก ทั้งนี้ ขอเรียนว่าจะไม่ให้เรื่องของการเลือก กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องภายในพรรค กระทบต่อการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน หรือกระทบต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน  

“ผมยืนยัน อย่างน้อยที่สุดในขณะที่รักษาการหัวหน้าพรรค ผมจะไม่ให้เกิดสิ่งนี้ เพราะฉะนั้น ผมยืนยันว่าจะไม่ให้กระทบ อันนั้นก็ขอให้เป็นเรื่องภายในไป แต่การทำหน้าที่แทนประชาชน ในฐานะพรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกเข้ามา ผมยืนยันว่าจะไม่ให้กระทบ” จุรินทร์ กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์