ศึกหาดใหญ่! ‘ภราดร VS จูรี’ สมรภูมิ ‘น้ำ(ลาย)ท่วม’ ฐานที่มั่น ปชป.-ภท.

10 ก.ค. 2569 - 16:57

  • จากเวทีอภิปรายงบประมาณปี 2570 สู่ข้อพิพาทเรื่องงบฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่

  • ‘จูรี นุ่มแก้ว’ ฟาดใส่รัฐบาล ขณะที่ ‘ภราดร ปริศนานันทกุล’ ออกโรงโต้กลับ

  • ศึกวิวาทะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องงบฯ แต่สะท้อนการแข่งขันทางการเมืองในสมรภูมิหาดใหญ่

ศึกหาดใหญ่! ‘ภราดร VS จูรี’ สมรภูมิ ‘น้ำ(ลาย)ท่วม’ ฐานที่มั่น ปชป.-ภท.

สมรภูมิการเมืองเรื่อง “หาดใหญ่” เริ่มวูบวาบชิงพื้นที่สื่อหลัง จูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดฉากโต้ตอบกันต่อเนื่อง ลากยาวจากเวทีอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท มาจนถึงประเด็นร้อนเรื่องงบฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา

ชนวนปะทุเริ่มในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่สองของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เมื่อ จูรี นุ่มแก้ว ลุกขึ้นอภิปรายวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณด้านการรับมือภัยพิบัติและอุทกภัย โดยระบุว่า งบประมาณฉบับนี้ “มีทุกอย่างยกเว้นอนาคต” เพราะรัฐบาลยังคงใช้นโยบายแบบเดิม คือรอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเยียวยา มากกว่าการลงทุนป้องกันปัญหาอย่างเป็นระบบ

จูรี ยกตัวอย่างงบประมาณของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ได้รับงบกว่า 4,800 ล้านบาท แต่มีงบด้านการป้องกันเพียง 331 ล้านบาท หรือไม่ถึง 7% ของวงเงินทั้งหมด ขณะที่งบส่วนใหญ่ถูกใช้สำหรับการรับมือหลังเกิดเหตุ พร้อมเชื่อมโยงกับสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งใหญ่เมื่อปี 2568 ซึ่งสร้างความเสียหายต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงการเพิ่มงบกลางอีก 60,000 ล้านบาท จนมีวงเงินรวมกว่า 690,000 ล้านบาท โดยมองว่าเป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่รัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงว่า โครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่หาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการเกี่ยวกับคลอง ร.1 ถูกบรรจุไว้ในงบประมาณปี 2570 ส่วนใด

ระหว่างการอภิปราย จูรี กล่าวด้วยถ้อยคำเชิงเสียดสีว่า หากไม่มีตัวแทนรัฐบาลออกมาตอบคำถาม ตัวเองมีธูปพร้อมจะจุดเชิญมาชี้แจง เพราะประชาชนในพื้นที่กำลังเข้าสู่ช่วงเสี่ยงน้ำหลากอีกครั้ง แต่ยังไม่เห็นมาตรการป้องกันที่ชัดเจน

คำพูดดังกล่าวทำให้ ภราดร ปริศนานันทกุล ลุกขึ้นชี้แจงทันที พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ผมลุกขึ้นมาตอบทันที เพราะไม่อยากให้ต้องจุดธูปเรียก กลัวจะไม่ได้กลิ่น” ก่อนอธิบายว่า งบกลางที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นงบภัยพิบัติโดยตรง แต่เป็นภาระผูกพันของรัฐ เช่น เบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ เงินสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการภาครัฐ

ภราดร ระบุว่าปัญหาที่แท้จริงคือโครงสร้างรายจ่ายของประเทศ ซึ่งต้องได้รับการปฏิรูปทั้งระบบ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลกำลังปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณ ทั้งการควบคุมการขาดดุล การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบ และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม จูรี ยังคงซักถามกลับ โดยย้ำว่าประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขงบกลาง แต่คือคำถามว่าโครงการป้องกันน้ำท่วมที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบระบายน้ำและคลอง ร.1 ถูกจัดสรรงบประมาณไว้ตรงไหน

การตอบโต้ยังดำเนินต่อในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการอภิปรายงบประมาณ โดยภราดร ยืนยันว่า แม้จะเห็นด้วยกับข้อวิจารณ์ของฝ่ายค้านบางส่วนเกี่ยวกับปัญหาระบบงบประมาณ แต่ไม่เห็นด้วยกับการเรียกร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ว่าเป็น “งบฯ ไร้อนาคต”

ภราดร กล่าวว่ารัฐบาลกำลังเริ่มต้นปฏิรูปการจัดทำงบประมาณครั้งใหญ่ ทั้งการควบคุมการใช้จ่าย การปรับปรุงรายได้ การประเมินผลโครงการ และลดรายจ่ายที่ไม่มีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่า หากยังใช้งบประมาณแบบเดิมต่างหากที่จะทำให้ประเทศไม่มีอนาคต

ขณะเดียวกัน ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาร่วมวงระหว่างอภิปราย โดยกล่าวถึง “ธูป” ของจูรี ว่านั้น เรียกรัฐมนตรีมาหลายคน แต่สุดท้ายมีเพียง ภราดรที่ลุกขึ้นมาตอบ ทำให้ภราดรตอบกลับว่า “จริง ๆ แล้ว จูรียังไม่ได้จุดธูป เพราะผมมาก่อน”

จากเวทีสภาฯ สู่ปม ‘งบฯ 99.5 ล้าน’ หาดใหญ่

ศึกในสภาฯ ลามสู่โซเชียลมีเดียเมื่อ จูรี อัดคลิปฟาดรัฐบาลในทำนองว่า “เล่นเกมการเมืองกับความเป็นความตายของประชาชน” โดยอ้างถึงการตัดงบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาลนครหาดใหญ่ ทำให้พื้นที่ขาดงบฯ ดูแลระบบป้องกันน้ำท่วมและซ่อมแซมคลองที่ชำรุด

ต่อมา รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ตัดงบป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ แต่กำลังจัดระบบแผนงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่

สำหรับวงเงิน 99.5 ล้านบาท รัชดาระบุว่า เป็นข้อเสนอจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.สงขลา) จำนวน 9 รายการ แต่บางโครงการอาจซ้ำซ้อนกับแผนงานของกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จึงต้องนำกลับไปทบทวน และรัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดเรื่องงบประมาณ หากเป็นโครงการที่จำเป็นและแก้ปัญหาได้จริง แต่ต้องตรวจสอบให้โปร่งใส ไม่ซ้ำซ้อน และไม่เปิดช่องให้เกิดการใช้งบผิดวัตถุประสงค์

‘ภราดร สวนกลับ ‘จูรี’ ไปคุย ‘นายกฯ แป้น’​ ทำไมไร้แผนแก้น้ำท่วม​

ต่อมา ภราดร โพสต์คลิปวิดีโอชี้แจงกรณีถูกเพจเฟซบุ๊กและ จูรี กล่าวหารัฐบาลในเชิง “อำมหิตตัดงบประมาณแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่” โดยระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) วาระพิเศษ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมเพื่อเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.) ได้เสนอของบประมาณ 99.5 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาคลองชลประทาน ร.1

แต่ประเด็นมีอยู่ว่า ‘นายกฯ แป้น’ ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ออกมาโวยว่างบประมาณที่ได้รับไม่สอดคล้องกับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ภราดรยืนยันว่า ก่อนหน้านี้เทศบาลนครหาดใหญ่ไม่ได้เสนอขอรับงบประมาณจากส่วนกลาง โดยระบุว่าจะใช้เงินสะสมของเทศบาลเอง ขณะที่ล่าสุดได้หารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม​ กรมชลประทาน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ (ส​ทนช.)​ เพื่อใช้งบกลาง 457 ล้านบาท แก้ปัญหาคลอง ร.1 ให้แล้วเสร็จก่อนเดือนตุลาคม ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

“ผมอยากเรียนพี่น้องชาวหาดใหญ่ที่มาตีโพยตีพาย ทำไมรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ท่านทราบหรือไม่งบประมาณปี 70 ที่ผ่านสภาวาระ 1 เทศบาลและท้องถิ่นของท่าน ทำคำขออะไร​ คงจะคิดว่า ขอซ่อมแซมหรือขุดลอกคูคลองต่างๆ​ แต่ไม่ใช่ เสียใจด้วย เขาขอทำห้องเรียนอัจฉริยะ 4 ห้อง ขอทำถนน ขอเจ็ตสกีมา 8 ล้านบาท​ ผมเห็นแล้วตกใจ นี่จะซื้อเจ็ทสกีหรือจะซื้อเรือยอร์ชไม่รู้ อยากให้พี่น้องหาดใหญ่ทบทวนสิ่งที่ผมพูดผมไม่โกหก เอาข้อมูลทั้งหมดมาเล่าให้ท่านฟัง เพื่อให้ท่านฟังความจริงอีกด้านหนึ่ง”

ภราดร ปริศนานันทกุล

ภราดร ระบุอีกว่า สิ่งที่ประชาชนควรกังวลคือ นักการเมืองที่นำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน จนทำให้เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งไม่เป็นความจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาท้องถิ่นยังไม่มีโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงเงินสะสมของเทศบาลนครหาดใหญ่ที่เหลือกว่า 200 ล้านบาท ว่าเหตุใดจึงไม่นำมาใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

“ผมไม่กลัวคนเก่ง​ เอาข้อมูลมาคุยกันได้ แต่สิ่งที่กลัวคือกลัวคนโกหกเก่งเพราะอันตราย รู้ความจริงแค่นิดเดียว แต่ไปเล่าแบบใหญ่โต ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ จึงขอฝากประชาชนในพื้นที่ฝั่งข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากรัฐบาลด้วย”

ภราดร ปริศนานันทกุล

‘นายกฯ แป้น’ สวนกลับ ‘ภราดร’ ปมงบฯ ป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่

ด้าน ‘นายกฯ แป้น’ ก็ออกมาโพสต์โต้ข่าวที่ระบุว่าเทศบาลไม่รับงบประมาณสำหรับขุดลอกคูคลองและป้องกันปัญหาน้ำท่วม โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาพยายามผลักดันการของบประมาณเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่มาโดยตลอด

“พวกคุณก็รู้ว่าผมอยากได้เงินมาลอกคูในเทศบาลหาดใหญ่ ป้องกันไม่ให้น้ำรอระบาย อ้างแค่ว่าเทศบาลไม่เอา ทั้งที่รู้ว่าผมอยากได้ และไม่เคยถามผมว่าเอางบไหม เบอร์โทรผมก็มี คนที่ว่า คนที่ว่าบิดเบือนบอกมาสักคำ เทศบาลได้งบอะไรมาสักบาทตั้งแต่น้ำท่วม อย่าปากดี”

โพสต์ของ ‘นายกฯ แป้น’

ณรงค์พร ยังให้สัมภาษณ์ตอบโต้ ภราดร โดยยืนยันว่างบประมาณที่เทศบาลเสนอถูกตัดออกเกือบทั้งหมด ขณะที่ประเด็นห้องเรียนอัจฉริยะเป็นโครงการในสมัย พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ไม่ใช่ในยุคของตนเอง

ส่วนโครงการที่เทศบาลเสนอในปัจจุบัน มีเพียงเรือยาง 4 ลำ รถบรรทุก 10 ล้อ 3 คัน และถนน 1 สาย ซึ่งยังต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ ขณะที่โครงการจัดซื้อเจ็ตสกีที่ถูกวิจารณ์นั้น ยืนยันว่าเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับรับมือสถานการณ์น้ำท่วม แต่ถูกตัดเหลือเพียงเรือยาง 4 ลำ โดยราคาจัดซื้อเจ็ตสกีจะขึ้นอยู่กับผลการประมูลแบบ e-bidding

สำหรับกรณีที่รัฐบาลระบุว่าเทศบาลนครหาดใหญ่มีเงินสะสมกว่า 200 ล้านบาท ณรงค์พร ชี้แจงว่า ปัจจุบันเหลือประมาณ 42 ล้านบาท เนื่องจากช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ต้องใช้งบฯ ซ่อมแซมโรงเรียน ถนน สถานีอนามัย อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงลอกคูคลองและจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ หลังพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ณรงค์พรกล่าวด้วยว่า เทศบาลยังคงเดินหน้ามาตรการป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันดำเนินการขุดลอกคูคลองไปแล้วกว่า 200 กิโลเมตร ส่วนการเตรียมรับมืออุทกภัยในปีนี้จะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง แม้งบประมาณหลายส่วนยังอยู่ระหว่างการพิจารณาก็ตาม

‘หาดใหญ่’ กับศึกเลือกตั้ง 69

ศึกโต้ตอบระหว่าง จูรี กับ ภราดร ในประเด็นงบฯ แก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ไม่ได้เป็นเพียงข้อถกเถียงเรื่องการบริหารงบประมาณเท่านั้น แต่ยังสะท้อนพลวัตทางการเมืองในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรภูมิเลือกตั้งสำคัญของภาคใต้ ซึ่งมีการแข่งขันระหว่างหลายพรรคการเมืองอย่างเข้มข้นในการเลือกตั้งปี 2569 โดยจากทั้งหมด 9 ที่นั่งใน จ.สงขลา ผลปรากฏว่าพรรคภูมิใจไทยคว้า 4 ที่นั่ง พรรคกล้าธรรม 3 ที่นั่ง และพรรคประชาธิปัตย์ 2 ที่นั่ง

‘จูรี’ รักษาฐาน ปชป. ในหาดใหญ่

ในเขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สงขลา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่สำคัญของ อ.หาดใหญ่ จูรี นุ่มแก้ว จากพรรคประชาธิปัตย์ สามารถรักษาเก้าอี้ สส. ไว้ได้ด้วยคะแนน 32,205 คะแนน หรือ 40.9% เอาชนะคู่แข่งจากทั้งพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย สะท้อนให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมีฐานเสียงเหนียวแน่นในพื้นที่ แม้ต้องเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น

‘หาดใหญ่’ ไม่ใช่พื้นที่ผูกขาดอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้พรรคประชาธิปัตย์จะยังรักษาเก้าอี้ในพื้นที่ได้ แต่ผลการเลือกตั้งปี 2569 สะท้อนว่าหาดใหญ่ไม่ใช่ฐานเสียงผูกขาดของพรรคใดพรรคหนึ่งอีกต่อไป เพราะในเขต 2 หาดใหญ่ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากพรรคประชาชน ได้คะแนน 22,288 คะแนน หรือ 28.3% ขณะที่ ศาสตรา ศรีปาน จากพรรคภูมิใจไทย ได้ 18,935 คะแนน หรือ 24.1% ทำให้ช่องว่างระหว่างผู้ชนะกับคู่แข่งแคบลงกว่าที่เคยเป็น

สมการใหม่ “บ้านใหญ่ VS กระแสพรรค”

สนามหาดใหญ่ในศึกเลือกตั้ง 69 จึงเป็นการแข่งขันระหว่างฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ การขยายอิทธิพลของพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น รวมถึงกระแสพรรคประชาชนในเขตเมือง

และเมื่อประเด็นน้ำท่วม ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของหาดใหญ่ กลายเป็นหัวข้อถกเถียงระหว่างจูรีกับภราดร ยิ่งทำให้เห็นว่า “หาดใหญ่” ไม่ได้เป็นเพียงสนามเลือกตั้ง แต่เป็นพื้นที่วัดผลงานและความน่าเชื่อถือทางการเมืองของทุกฝ่าย

บทสรุป

ศึก “จูรี VS ภราดร” อาจมีจุดเริ่มต้นจากข้อถกเถียงเรื่องงบประมาณและการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่คือภาพสะท้อนของการแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่อันเข้มข้นขึ้นหลังการเลือกตั้งปี 2569 เมื่อหาดใหญ่ไม่ได้เป็นฐานเสียงผูกขาดของพรรคใดพรรคหนึ่งอีกต่อไป

การอภิปรายและวิพากษ์วิจารณ์ของ ‘จูรี’ ในฐานะ สส.เจ้าของพื้นที่ และการตอบโต้ของ ‘ภราดร’ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล จึงไม่ใช่เพียงการโต้เถียงเรื่องนโยบายหรือการจัดสรรงบประมาณ แต่เป็นการช่วงชิงความเชื่อมั่นจากประชาชนผ่านประเด็นที่กระทบชีวิตคนหาดใหญ่โดยตรง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์