‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคืบ ‘คดี Forex’ เรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจง 2 ก.ค. พร้อมเร่งสอบเส้นเงินโยง ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

25 มิ.ย. 2569 - 17:42

  • ‘รมว.ยุติธรรม’ ชี้แจง ‘คดี Forex’ ดีเอสไอ-หน่วยงานเกี่ยวข้องเดินหน้าสอบเชิงลึก

  • เรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจง 2 ก.ค. ย้ำยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาใคร

  • สั่งรายงานความคืบหน้าทุก 15 วัน เผยเร่งสอบเส้นทางการเงินโยง ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

‘รมว.ยุติธรรม’ แจงคืบ ‘คดี Forex’ เรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจง 2 ก.ค. พร้อมเร่งสอบเส้นเงินโยง ‘พรรคส้ม’ หรือไม่

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามสดไปถึง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เรื่อง “คดีหลอกลงทุน Forex” ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้ต่อมาเมื่อช่วงกลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงตรวจสอบแบบปูพรม 24 จุดในพื้นที่ กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตรวจยึดของกลาง เช่น เงินสดนับร้อยล้าน ทองคำ รถหรู รวมถึงเครือข่ายการกระทำความผิด เชื่อมโยงไปยังบุคคลผู้มีชื่อเสียง หรือแม้แต่ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ทั้งนี้ บุญจง ตั้งคำถามว่า ดีเอสไอได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานถึงขั้นตอนใด, มั่นใจหรือไม่ว่าจะนำตัวเครือข่ายผู้กระทำความผิดมาลงโทษ, ของกลางที่ตรวจยึดมามีจำนวนมากน้อยเพียงใด รวมถึงมีแนวทางแผนงานอย่างไรในการนำทรัพย์สินเหล่านี้คืนไปยังประชาชนที่เดือดร้อน

ด้าน รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ดีเอสไอ ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ประชุมและใช้เวลามากว่า 6 เดือน เนื่องจากมีผู้เสียหายมาร้องกับ DSI ว่ามีผู้กระทำความผิดในลักษณะนี้ จึงได้มีการสืบสวนหาพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง และมีความชัดเจนมาเรื่อย ๆ ซึ่งในคดีลักษณะนี้มีความซับซ้อน และแบ่งหน้าที่กันทำ รวมถึงมีนอมินี และใช้ทรัพย์สินดิจิทัล มีบริษัทที่จะโอนเงินต่ออีกหลายช่วงที่เป็นเงินของพี่น้องประชาชนต่อออกไปเป็นทอด ๆ ไปจนถึงต่างประเทศ ซึ่งทุกหน่วยงานได้ใช้ความพยายามเฝ้าติดตามทั้งหมด 24 หมายค้น ใช้กำลังพลกว่า 300 นาย เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ และต้องมีความพร้อมในการขอหมายค้นช่วงเวลาที่พร้อมกัน ซึ่งจะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอในการที่จะขอหมายค้นได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวด้วยว่า ในเรื่องรูปคดี แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

  1. ผู้ชักชวนการลงทุน (IB)
  2. โบรกเกอร์
  3. กลุ่มรับ-ส่งเงิน (Payment)

ซึ่งในส่วนของ IB ได้เอ่ยชื่อของ “อาจารย์พี” และ “โค้ชเจมส์” ซึ่งทำหน้าที่ชักชวนการลงทุน ขณะที่ส่วนที่ 2 คือ โบรกเกอร์ Forex ซึ่งมีอยู่ 4 บริษัท และส่วนที่ 3 คือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางรับโอนเงิน โดยแนวทางการสืบสวนเบื้องต้น พบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และ เรนนี่ คอร์ปอเรชั่น ส่วนประชาชนจะได้รับการเยียวยามากน้อยเพียงใดนั้น เมื่อคดีนี้ได้รับเป็นคดีพิเศษแล้ว และได้ออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เบื้องต้นได้กำหนดให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ซึ่งหากท่านมีความพร้อมก็ขอให้ติดต่อพนักงานสอบสวน และหากใครมีความประสงค์ที่จะมาพบก่อนก็ยินดี

ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารบริษัท QRS Global ได้มาชี้แจงในรายละเอียดของทางบริษัท ซึ่งข้อมูลบางอย่างก็ทำให้ DSI ได้ทราบว่าเรื่องนี้มีใครมาเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใคร และอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจง นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ สำหรับเรื่องนี้ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องขอเวลาให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และดีเอสไอได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ทำการตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมดของผู้ที่เกี่ยวข้อง

จากนั้น บุญจง ถามต่อว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในคดีนี้คือมีบุคคลที่เป็นบุคคลสาธารณะ เป็น สส. แม้วันนี้จะยังไม่ตกเป็นผู้ต้องหา และจะไปตามหมายเรียกของดีเอสไอในต้นเดือนหน้า ซึ่งมีประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ไปร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการสอบสวนว่าเงินที่ได้จากเครือข่ายการกระทำความผิดนี้ ได้มีการโอนไปช่วยสนับสนุนพรรคประชาชนหรือไม่

โดยจากข้อมูลของดีเอสไอที่ได้เปิดเผย ประชาชนมีความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ทางดีเอสไอได้มีการตรวจสอบบทบาทของบุคคลดังกล่าวกับเครือข่ายการกระทำความผิดหรือไม่ และปัจจุบันมีข้อมูลเชื่อมโยงเพียงใด รวมถึงได้ตรวจสอบเส้นเงินไปยังพรรคการเมืองหรือไม่ และหากพบว่ามีเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด จะติดตามนำเงินนี้มาคืนให้ผู้เสียหายได้อย่างไร

ด้าน รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ขบวนการและการมีส่วนรู้เห็นในการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้ง IB และโบรกเกอร์ ที่ดีเอสไอใช้ข้อมูลในการแถลงข่าว พบเส้นเงินบางส่วนโอนมาถึง ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่เป็นเพย์เมนต์ของบริษัท QRS Global โดยเจ้าตัวแจ้งว่าเป็นการไปเทรดทอง ซึ่งเป็นข้อสงสัยประการหนึ่งที่ได้ดำเนินการ

ส่วนประเด็นที่ 2 คือบริษัท เพย์ โซลูชั่น และบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล จำกัด จากการรายงานของดีเอสไอ ระบุว่าเคยเป็นกรรมการบริหารบริษัททั้ง 2 แห่ง เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทำให้ตั้งข้อสงสัย ส่วนพยานหลักฐานอื่น ๆ เช่น เส้นเงิน ดีเอสไอ และ ปปง. อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ โดยได้ให้นโยบายให้รายงานเข้ากระทรวงทุก 15 วัน เพื่อสื่อสารต่อประชาชน

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า สำหรับคำถามที่ว่ามีเส้นเงินเชื่อมโยงถึงพรรคประชาชนหรือไม่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ โดยดีเอสไอได้ประสานกับ ปปง. แล้ว และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ส่วนการเยียวยา หากศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ ผู้เสียหายในคดีก็มีสิทธิได้รับทรัพย์คืน โดยการเฉลี่ยทรัพย์ตามความเสียหาย ซึ่งเป็นขั้นตอนของศาลหลังจบคดีอาญา พร้อมยืนยันว่า “หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจงเพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจน”

บุญจง ถามคำถามสุดท้ายว่า คดีลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อซ้ำอีก รวมถึงการสร้างความรู้ด้านการลงทุนที่มีความเสี่ยง และช่องทางร้องเรียนของประชาชน

พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า กลุ่มชักชวนและโบรกเกอร์มีการนำกำไรมาแสดงเพื่อชักชวนเข้ากลุ่ม VIP รวมถึงการนำอินฟลูเอนเซอร์มาโฆษณาชวนเชื่อ โดยแนวทางการป้องกัน นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีคณะทำงานด้านการป้องกัน ปราบปราม และตรวจสอบเส้นทางการเงินร่วมกันระหว่างกระทรวงยุติธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการคลัง เพื่อเร่งดำเนินการและประชาสัมพันธ์ป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่ออีก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์