กัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม เปิดเผยถึงกรณีตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคก้าวไกลกับเพื่อไทยยังตกลงกันไม่ได้ ว่า เรื่องนี้ต้องปล่อยให้ 2 พรรคใหญ่คุยกัน ยืนยัน ไม่หวั่นใจ และเชื่อว่าทั้ง 2 พรรคจะตกลงกันได้
ส่วนที่ ส.ว.หลายคนออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊ก เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาล กัณวีร์ กล่าวว่า 14 ล้านเสียงที่มอบให้กับพรรคก้าวไกล แต่ถ้ารวมกันทั้ง 8 พรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็น 72% ของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จึงไม่น่ามีความกังวลอะไร
ส่วนกรณีพรรคเป็นธรรมมีมติขับสมาชิกสมาชิก 2 คนออกจากพรรค กรณีไปร่วมการจำลองทำประชามติปาตานีแยกตัวเป็นเอกราชนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่การขับออก แต่เป็นการให้ออกจากตำแหน่งเท่านั้น โดยยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ซึ่ง ฮากิม พงตีกอ ก็ยังคงเป็นกรรมการบริหารพรรค ส่วนเรื่องการทำประชามติขอชี้แจงอีกครั้งว่า สถานการณ์วันนั้นไม่ใช่การจัดทำประชามติ แต่เป็นการทำแบบสอบถามว่าจะทำประชามติดีหรือไม่ในการกำหนดชะตากรรมชีวิตตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการทำประชามติแบ่งแยกดินแดน ก็ต้องให้เครดิตกับน้องๆด้วย เพราะตอนนี้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ การต่อสู้กับการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน โดยเราหาทางแก้ไขด้วยการเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนมีโอกาสในการแสดงออก ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ จึงไม่กังวลกับการฟ้องร้องต่างๆเพราะถ้าไปดูจริงๆทุกคนทำงานภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและแสดงออกในเชิงวิชาการเท่านั้น และอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ ควรให้คำแนะนำน้องๆ ว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้
เมื่อถามว่า คณะทำงานสันติภาพจะชี้แจงทำความเข้าใจกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างไร กัณวีร์ กล่าวว่า มีแผนที่จะทำความเข้าใจกับหน่วยงานความมั่นคงแน่นอน ซึ่งการทำให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต้องมีการวางแผนและประสานงานกับทุกฝ่าย และการเจรจาสันติภาพจำเป็นต้องพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เป็นคู่เจรจา รวมทุกคนเข้ามาด้วยกัน
ส่วนที่ ส.ว.หลายคนออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟสบุ๊ก เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาล กัณวีร์ กล่าวว่า 14 ล้านเสียงที่มอบให้กับพรรคก้าวไกล แต่ถ้ารวมกันทั้ง 8 พรรคร่วมรัฐบาล ถือเป็น 72% ของผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จึงไม่น่ามีความกังวลอะไร
ส่วนกรณีพรรคเป็นธรรมมีมติขับสมาชิกสมาชิก 2 คนออกจากพรรค กรณีไปร่วมการจำลองทำประชามติปาตานีแยกตัวเป็นเอกราชนั้น ยืนยันว่า ไม่ใช่การขับออก แต่เป็นการให้ออกจากตำแหน่งเท่านั้น โดยยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ซึ่ง ฮากิม พงตีกอ ก็ยังคงเป็นกรรมการบริหารพรรค ส่วนเรื่องการทำประชามติขอชี้แจงอีกครั้งว่า สถานการณ์วันนั้นไม่ใช่การจัดทำประชามติ แต่เป็นการทำแบบสอบถามว่าจะทำประชามติดีหรือไม่ในการกำหนดชะตากรรมชีวิตตัวเอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องการทำประชามติแบ่งแยกดินแดน ก็ต้องให้เครดิตกับน้องๆด้วย เพราะตอนนี้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คือ การต่อสู้กับการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน โดยเราหาทางแก้ไขด้วยการเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนมีโอกาสในการแสดงออก ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ จึงไม่กังวลกับการฟ้องร้องต่างๆเพราะถ้าไปดูจริงๆทุกคนทำงานภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและแสดงออกในเชิงวิชาการเท่านั้น และอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ ควรให้คำแนะนำน้องๆ ว่าสิ่งใดทำได้หรือทำไม่ได้
เมื่อถามว่า คณะทำงานสันติภาพจะชี้แจงทำความเข้าใจกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างไร กัณวีร์ กล่าวว่า มีแผนที่จะทำความเข้าใจกับหน่วยงานความมั่นคงแน่นอน ซึ่งการทำให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต้องมีการวางแผนและประสานงานกับทุกฝ่าย และการเจรจาสันติภาพจำเป็นต้องพูดคุยกับทุกฝ่ายที่เป็นคู่เจรจา รวมทุกคนเข้ามาด้วยกัน




