กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมตัวเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคก้าวไกลว่า ยังไม่ได้คุยกันแบบทางการ มีเพียงการพูดคุยนอกรอบวันที่มีประชุมสภา ถึงการทำงานให้เต็มที่เพื่อผลักดันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ รวมถึงร่างกฎหมายที่เป็นของภาคประชาชน รวมถึงการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลในกลไกของสภาฯ พร้อมกับทำงานร่วมกับภาคประชาชน ภาคประชาสังคม เพราะประชาชนคือศูนย์กลางของระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้พรรคเป็นธรรมพร้อมใช้ประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน มนุษยธรรม ผลักดันร่วมกับพรรคก้าวไกลในเรื่องร่างกฎหมายและญัตติ ซึ่งขณะนี้ได้เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ รวมถึงญัตติที่เกี่ยวกับผู้ลี้ภัย โดยตนชื่อว่าจะทำงานกับพรรคก้าวไกลได้ เนื่องจากมีอุดมการณ์เหมือนกันด้านมนุษยชน และมนุษยธรรม
“การเสนอเรื่องต่างๆ เข้าสู่สภา ผมไม่กังวลหากแพ้มติ เพราะเป็นกลไกของนิติบัญญัติ และเมื่อแพ้โหวตต้องใช้ช่องทางอื่นๆ เพื่อนำเสนอ ทั้งการมีบทบาทร่วมกับภาคประชาชน” กัณวีร์ กล่าว
เมื่อถามถึงการขับเคลื่อนงานฐานะฝ่ายค้าน มองว่าพรรคก้าวไกลควรรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ กัณวีร์ กล่าวว่า ตนได้ออกรายการร่วมกับวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ทราบว่าพรรคก้าวไกลต้องคุยกันให้ชัดเจนหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ โดยวิโรจน์ ระบุว่า ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับ ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งว่า ตำแหน่งใดจะทำงานได้มากน้อยกว่ากัน ดังนั้นเมื่อพรรคก้าวไกลพิจารณาแล้ว อาจจะเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านไปหารือว่าจะเดินหน้าอย่างไร
เมื่อถามว่าส่วนตัวเชียร์ตำแหน่งใดมากกว่ากันระหว่างผู้นำฝ่ายค้าน กับ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง กัณวีร์ กล่าวว่า ตนเชียร์ทั้งสองตำแหน่ง เพราะรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง คือ รองประมุขนิติบัญญัติ ส่วนผู้นำฝ่ายค้านมีบทบาทในการเสนอญัตติต่างๆ แต่หากจะเชียร์ ผมเชียร์รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เพราะทำหน้าที่ได้เต็มที่จริงๆ แต่ตนเป็นพรรค 1 เสียง คงไม่ก้าวล่วงพรรคก้าวไกล
“การเสนอเรื่องต่างๆ เข้าสู่สภา ผมไม่กังวลหากแพ้มติ เพราะเป็นกลไกของนิติบัญญัติ และเมื่อแพ้โหวตต้องใช้ช่องทางอื่นๆ เพื่อนำเสนอ ทั้งการมีบทบาทร่วมกับภาคประชาชน” กัณวีร์ กล่าว
เมื่อถามถึงการขับเคลื่อนงานฐานะฝ่ายค้าน มองว่าพรรคก้าวไกลควรรับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ กัณวีร์ กล่าวว่า ตนได้ออกรายการร่วมกับวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ทราบว่าพรรคก้าวไกลต้องคุยกันให้ชัดเจนหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ โดยวิโรจน์ ระบุว่า ต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านกับ ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งว่า ตำแหน่งใดจะทำงานได้มากน้อยกว่ากัน ดังนั้นเมื่อพรรคก้าวไกลพิจารณาแล้ว อาจจะเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านไปหารือว่าจะเดินหน้าอย่างไร
เมื่อถามว่าส่วนตัวเชียร์ตำแหน่งใดมากกว่ากันระหว่างผู้นำฝ่ายค้าน กับ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง กัณวีร์ กล่าวว่า ตนเชียร์ทั้งสองตำแหน่ง เพราะรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง คือ รองประมุขนิติบัญญัติ ส่วนผู้นำฝ่ายค้านมีบทบาทในการเสนอญัตติต่างๆ แต่หากจะเชียร์ ผมเชียร์รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เพราะทำหน้าที่ได้เต็มที่จริงๆ แต่ตนเป็นพรรค 1 เสียง คงไม่ก้าวล่วงพรรคก้าวไกล




