กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวกับผู้สื่อข่าวโดยย้ำว่า ธรรมนูญมาตรา 272 ควรถูกแก้ไขและยกเลิกนานแล้ว เพราะเป็นกลไกหนึ่งในการขัดขวางประชาธิปไตย และพรรคเป็นธรรม มีความชัดเจนในการสนับสนุนยกเลิกมาตรา 272
“สนับสนุนยกเลิกมาตรา 272 เราเห็นว่าการเลือกนายกฯ ในครั้งแรก ก็ใช้มาตรา 272 ที่มี สว.อยู่ ที่ไม่สามารถทำให้เราโหวตนายกฯได้” กัณวีร์ ระบุ
พร้อมกันนี้ ยอมรับว่า การเสนอการแก้ไขฯ ถือเป็นหนึ่งในทางเลือก นอกเหนือจากการเสนอรอ 10 เดือน ให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หมดวาระ
“อาจจะเป็นเดอะรีเทิร์นออฟพิธา (The Return of Pita) ก็ได้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว เราก็สามารถให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันที่เลือกนายกฯวันที่ 13 ก.ค. มีปัญหาที่มาตรา 41 ที่ไม่สามารถเสนอญัตติที่เสนอไปแล้ว กลับเข้ามาใหม่ได้ แต่ครั้งนี้ เราจะบอกว่าการเลือกนายกฯ ไม่ใช่ญัตติ ก็จะทำให้มีโอกาส ในการตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้เหมือนเดิม” กัณวีร์ ระบุ
กัณวีร์ ย้ำด้วยว่า การแก้ไขมาตรา 272 ถือเป็นทางเลือกหนึ่งและเป็นทางเลือกที่ดีด้วย เพราะควรจะเป็นตั้งนานแล้ว ทั้งนี้ ความพยายามคุยกับ สว.อย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้ยกมือให้แคนดิเดตนายกฯ ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ฉะนั้น นี่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทางพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ได้เสนอขึ้นไป ส่วนกรณี สว.บางคนระบุว่า การแก้ไขมาตรา 272 จะต้องทำประชาพิจารณ์จากประชาชนก่อน ไม่สามารถแก้ไขในที่ประชุมรัฐสภาได้นั้น มองว่าเป็นหนึ่งทางในการซาวเสียง (หยั่งเสียง)
“จริงๆทาง สส.ก็เป็นตัวแทนของประชาชนเช่นกัน ฉะนั้น การทำประชาพิจารณ์จริงๆก็จำเป็น เพียงแต่ตอนนี้จำเป็นต้องทำทุกวิถีทาง ตัวเลือกต่างๆต้องเอามาวางบนโต๊ะให้สามารถพิจารณาได้” กัณวีร์ ระบุ
กัณวีร์ กล่าวด้วยว่า ในการประกาศตัวพร้อมเป็นฝ่ายค้านนั้น เป็นทั้งความเห็นส่วนตัว และมติพรรคเป็นธรรม ซึ่งได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคเรียบร้อย โดยนี่คืออุดมการณ์ของพรรคเป็นธรรม ด้วยว่าเราจะสนับสนุนประชาธิปไตย พร้อมยืนยัน ไม่อึดอัดใจที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เหมือนจะไปกันไม่ได้ เพราะมองว่า การเมืองคือการต่อรองและการพูดคุยกัน ถ้ามีทางเลือกที่ทำให้ดีที่สุดก็คงต้องเป็นไปอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ในการพูดคุยต่อรอง ต้องให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ และต้องเอาอำนาจคืนสู่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังที่ 8 พรรคร่วมฯ จะมีโอกาสกลับมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง
“สนับสนุนยกเลิกมาตรา 272 เราเห็นว่าการเลือกนายกฯ ในครั้งแรก ก็ใช้มาตรา 272 ที่มี สว.อยู่ ที่ไม่สามารถทำให้เราโหวตนายกฯได้” กัณวีร์ ระบุ
พร้อมกันนี้ ยอมรับว่า การเสนอการแก้ไขฯ ถือเป็นหนึ่งในทางเลือก นอกเหนือจากการเสนอรอ 10 เดือน ให้สมาชิกวุฒิสภา (สว.) หมดวาระ
“อาจจะเป็นเดอะรีเทิร์นออฟพิธา (The Return of Pita) ก็ได้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว เราก็สามารถให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันที่เลือกนายกฯวันที่ 13 ก.ค. มีปัญหาที่มาตรา 41 ที่ไม่สามารถเสนอญัตติที่เสนอไปแล้ว กลับเข้ามาใหม่ได้ แต่ครั้งนี้ เราจะบอกว่าการเลือกนายกฯ ไม่ใช่ญัตติ ก็จะทำให้มีโอกาส ในการตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ได้เหมือนเดิม” กัณวีร์ ระบุ
กัณวีร์ ย้ำด้วยว่า การแก้ไขมาตรา 272 ถือเป็นทางเลือกหนึ่งและเป็นทางเลือกที่ดีด้วย เพราะควรจะเป็นตั้งนานแล้ว ทั้งนี้ ความพยายามคุยกับ สว.อย่างต่อเนื่อง เพื่อขอให้ยกมือให้แคนดิเดตนายกฯ ตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ฉะนั้น นี่จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทางพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ได้เสนอขึ้นไป ส่วนกรณี สว.บางคนระบุว่า การแก้ไขมาตรา 272 จะต้องทำประชาพิจารณ์จากประชาชนก่อน ไม่สามารถแก้ไขในที่ประชุมรัฐสภาได้นั้น มองว่าเป็นหนึ่งทางในการซาวเสียง (หยั่งเสียง)
“จริงๆทาง สส.ก็เป็นตัวแทนของประชาชนเช่นกัน ฉะนั้น การทำประชาพิจารณ์จริงๆก็จำเป็น เพียงแต่ตอนนี้จำเป็นต้องทำทุกวิถีทาง ตัวเลือกต่างๆต้องเอามาวางบนโต๊ะให้สามารถพิจารณาได้” กัณวีร์ ระบุ
กัณวีร์ กล่าวด้วยว่า ในการประกาศตัวพร้อมเป็นฝ่ายค้านนั้น เป็นทั้งความเห็นส่วนตัว และมติพรรคเป็นธรรม ซึ่งได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคเรียบร้อย โดยนี่คืออุดมการณ์ของพรรคเป็นธรรม ด้วยว่าเราจะสนับสนุนประชาธิปไตย พร้อมยืนยัน ไม่อึดอัดใจที่พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล เหมือนจะไปกันไม่ได้ เพราะมองว่า การเมืองคือการต่อรองและการพูดคุยกัน ถ้ามีทางเลือกที่ทำให้ดีที่สุดก็คงต้องเป็นไปอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ในการพูดคุยต่อรอง ต้องให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงๆ และต้องเอาอำนาจคืนสู่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ยังมีความหวังที่ 8 พรรคร่วมฯ จะมีโอกาสกลับมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้อีกครั้ง



