‘ทนาย’ โต้ ‘ภูมิธรรม’ การพิสูจน์ที่ดินต้องทำที่ศาล

9 ส.ค. 2568 - 14:08

  • ‘ทนายคดีเขากระโดง’ โต้ ‘ภูมิธรรม’ ยันพระราชประสงค์ไม่เคยให้รถไฟครอบครองพื้นที่ทั้งหมด

  • ชี้ ‘มท.1’ ฟังข้อมูลด้านเดียวจาก ‘ใบสั่ง’ จี้ เปิดใจฟังข้อเท็จจริงและหลักฐานประวัติศาสตร์รอบด้าน

  • ย้ำ การพิสูจน์ที่ดินต้องทำที่ศาล

‘ทนาย’ โต้ ‘ภูมิธรรม’ การพิสูจน์ที่ดินต้องทำที่ศาล

ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความคดีพิพาทที่ดินเขากระโดง เปิดเผยว่า ขอเรียนชี้แจง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) เรื่อง ‘พระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ กับที่ดินเขากระโดง’ ว่า ด้วยความเคารพ ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และเอกสารราชการสมัยรัชกาลที่ 5 ยืนยันชัดเจนว่า พระองค์ไม่เคยมีพระราชประสงค์จะยกที่ดินเขากระโดงทั้งหมดให้กรมรถไฟหลวงหรือการรถไฟฯ ครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ

โดยขอชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้

1.         พระราชดำริเมื่อ พ.ศ. 2451พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำริผ่านเจ้ากรมโยธาธิการ ตามคำขอของเจ้ากรมรถไฟ ว่าพื้นที่สองข้างทางรถไฟควรใช้เท่าที่จำเป็น ข้างละประมาณ 20 วา (ราว 40 เมตร) เขตสถานีไม่เกินข้างละ 40 วา (ราว 80 เมตร) ส่วนพื้นที่รกร้างนอกเหนือจากนี้ที่ขอข้างละ 5 เส้น (ราว 200 เมตร) พระองค์ ‘ไม่เห็นชอบ’ และให้ยกเลิก

2.         หลักฐานชัดเจนเอกสารหนังสือตอบข้อหารือของพระองค์ถึงนายแอร์ไวเลอร์ เจ้ากรมรถไฟหลวงในขณะนั้น แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า ที่ดินนอกเหนือความจำเป็นไม่ได้อยู่ในพระราชประสงค์ให้ครอบครอง

3.         ความแตกต่างกับพระราชกฤษฎีกาปี 2462พระราชกฤษฎีกาที่ท่านรัฐมนตรีอ้างถึง ออกในรัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2462) ไม่มีปรากฏในราชกิจจานุเบกษาว่ามีการจัดซื้อหรือเวนคืนที่ดินเขากระโดงตาม พ.ร.บ. จัดวางรางแลทางหลวง พ.ศ. 2464 แต่อย่างใด

4.         กรอบกฎหมายชัดเจนพ.ร.บ. จัดวางรางแลทางหลวงฯ หมวด 2 ได้กำหนดวิธีการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟฯ ไว้อย่างชัดเจน ว่าต้องได้มาโดยการซื้อ เวนคืน หรือรับโอนตามขั้นตอน ไม่ใช่การอ้างครอบครองทั้งหมดเพราะเป็น ‘พระราชประสงค์’

5.         ข้อเสนอแนะรัฐมนตรีอาจได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน จึงควรเปิดใจรับฟังหลักฐานประวัติศาสตร์และข้อกฎหมายอย่างรอบด้าน การตัดสินใจและการสื่อสารต่อสาธารณะควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความเชื่อที่เกิดจาก ‘ใบสั่ง’ หรือคำบอกเล่าฝ่ายเดียว

“การพิสูจน์สิทธิในที่ดินต้องทำในศาล ด้วยพยานหลักฐานที่ครบถ้วน และหากมีข้อเท็จจริงหรือหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยถูกนำเข้าสู่คดีเดิม ควรใช้เป็นฐานในการพิจารณาอย่างเปิดเผย โปร่งใส และเป็นธรรม”

ทนายคดีเขากระโดง กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์