‘การดี’ ชี้ SME เจอวิกฤตซ้อน! จี้รัฐช่วยแบบตรงจุดก่อนปัญหาลุกลาม

25 มี.ค. 2569 - 15:01

  • ‘การดี’ สะท้อนความเดือดร้อน SME ท่ามกลาง “วิกฤตซ้อนวิกฤต”

  • ชี้ต้นทุนพุ่ง-วัตถุดิบขาด บีบผู้ประกอบการจนไปต่อยาก

  • จี้รัฐใช้ข้อมูลคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเหลือให้ตรงจุด

‘การดี’ ชี้ SME เจอวิกฤตซ้อน! จี้รัฐช่วยแบบตรงจุดก่อนปัญหาลุกลาม

การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการ SME ท่ามกลางภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” จากผลกระทบของสงครามและการขาดแคลนวัตถุดิบ โดยย้ำว่า หน้าที่ของรัฐคือการบริหารจัดการเพื่อไม่ให้วิกฤตนี้กลายเป็นหายนะของพี่น้องประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญที่กำลังบีบคั้นหัวใจคนทำงานและผู้ประกอบการในขณะนี้ คือ

  1. ราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิต เมื่อไม่มีการตรึงราคา ย่อมส่งผลกระทบลูกโซ่ไปถึงภาคเกษตรและการขนส่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
  2. วิกฤตวัตถุดิบต้นน้ำ ทั้งปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติกที่ส่งผลต่อบรรจุภัณฑ์สินค้า SME และราคาปุ๋ยเคมีที่พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นกำแพงใหญ่ในการกระจายสินค้าและเพิ่มต้นทุนเกษตรแปรรูป
  3. มาตรการคุมราคาที่ไม่สอดคล้องกับความจริง การคุมราคาสินค้าโดยไม่ดูต้นทุนที่แท้จริง อาจเป็นการบีบให้ SME ต้องเลือกระหว่างการลดคุณภาพสินค้า หรือการแบกรับจนไปต่อไม่ไหว ซึ่งไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ได้แนะแนวทางเชิงรุกที่เน้นความแม่นยำ แทนการช่วยเหลือแบบหว่านแห เพื่อให้ประเทศไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคง ใน 3 หัวข้อ ได้แก่

  1. คัดกรองกลุ่มเป้าหมาย (Segmentation) รัฐบาลควรแบ่งกลุ่ม SME ตามระดับความเดือดร้อน ไม่ใช่หว่านแหแก้ปัญหา ทั้งกลุ่มวิกฤต กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มปกติ เพื่อให้การใช้ภาษีจำนวนมากได้นำไปใช้เยียวยาผู้ที่เดือดร้อนจริง ๆ ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
  2. เปิดเผยข้อมูลห่วงโซ่ราคา สร้างความโปร่งใสในข้อมูลคลังวัตถุดิบยุทธศาสตร์ เช่น ปุ๋ยและเม็ดพลาสติก เพื่อให้มองเห็นภาพรวมและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที
  3. มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลที่แม่นยำเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัวและไม่เจ็บตัวไปมากกว่านี้

ดิฉันไม่อยากให้วิกฤตซ้อนวิกฤตนี้กลายเป็นหายนะ แต่ถ้าเรามองให้เป็นโอกาสในการพัฒนา เราจะสามารถผ่านมันไปได้ด้วยกัน

ภาพ: กชามาส เพ็งพอรู้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์