ไม่สายเกินทบทวน! ‘การดี’ ชี้โครงการ ‘TH-AI Passport’ สามารถปรับ TOR หรือยกเลิกได้

10 มิ.ย. 2569 - 15:29

  • ‘การดี’ ชี้โครงการ TH-AI Passport ยังไม่สายเกินทบทวน

  • เผยงานงวดแรก “ยังไม่จ่ายเงิน” และอยู่ระหว่างตรวจรับ

  • ย้ำกฎหมายเปิดช่องปรับ TOR พร้อมเชิญชวนร่วมสะท้อนความเห็น 11 มิ.ย.นี้

ไม่สายเกินทบทวน! ‘การดี’ ชี้โครงการ ‘TH-AI Passport’ สามารถปรับ TOR หรือยกเลิกได้

การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับ “โครงการ TH-AI Passport” ภายหลังที่ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้รับแจ้งจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมโดยตรงว่า งานงวด 1 ได้มีการส่งมอบแล้วจริงคือรายงานดำเนินการอย่างละเอียด แต่การตรวจรับยังอยู่ในกระบวนการ นั่นคือ “งานงวดแรกยังไม่ได้จ่ายเงินออกไป”

ฉะนั้น คิดว่าเรายังมีโอกาสทบทวนความเหมาะสมของโครงการนี้ ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ มาตรา 97 ระบุว่า ถ้าโครงการนั้นสามารถแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ และประโยชน์ของสาธารณะได้ จึงมีโอกาสที่จะทบทวนโครงการดังกล่าว ไม่ใช่เหมือนที่หลายฝ่ายเข้าใจว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถยับยั้งได้แล้ว

พร้อมเผยด้วยว่า ในวันที่ 11 มิ.ย. กระทรวงดิจิทัลฯ มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตนขอเชิญชวนให้ไปสะท้อนถึงความกังวลกับโครงการที่เกิดขึ้น เพื่อได้มีการปรับ TOR ให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

ส่วนกรณีที่มีการมองว่า การรับฟังความเห็นในวันที่ 11 มิ.ย.นี้เป็นเพียงพิธีกรรมฟอกขาวเท่านั้น การดี กล่าวว่า “จริง ๆ เรื่องนี้ดิฉันก็เป็นห่วง เพราะตอนแรกได้รับทราบมาว่าโครงการนี้ถึงอย่างไรก็ไปต่อ เราก็ไม่รู้จะไปรับฟังทำไม และถ้ามีการจ่ายเงินไปแล้ว การรับฟังก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่วันนี้ถ้ามาดูข้อเท็จจริง ก็น่าสนใจว่า TOR สามารถที่จะปรับได้ หรือแม้แต่ทำให้โครงการนี้หยุดไปโดยสิ้นเชิง ในเชิงกฎหมายก็คิดว่าเรายังมีโอกาส”

เมื่อถามย้ำว่า การที่ทางกระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่ารับฟังความเห็นแต่ไม่สามารถปรับปรุงโครงการได้ การดี กล่าวว่า “ยังสามารถปรับปรุงได้ เพราะตามกฎหมายที่เราได้ตรวจสอบแล้วพบว่า สามารถปรับปรุงได้ทั้ง TOR หรือแม้แต่จะยกเลิกโครงการไปเลยก็ยังสามารถทำได้ เรื่องนี้เป็นประเด็น เพราะเราก็ไม่อยากให้โครงการเดินต่อไปแล้วเกิดดราม่าแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะคนไทยจะได้ไม่ได้ประโยชน์ เสียภาษีไปโดยไม่ได้อะไร”

การดี กล่าวด้วยว่า “การฟอกก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ในเรื่องของตรายาง เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเอาผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ ไปอยู่ที่นั่น เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเต็มไปด้วยคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญ แล้วก็อาจจะพูดมาในทิศทางที่เราไม่เห็นด้วยเลยตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะเชิญชวนและออกความคิดเห็นให้มีความชัดเจน ว่าเราต้องการอะไร และสิ่งไหนที่เป็นเสี่ยง”

ย้ำว่าให้ช่วยเฝ้าระวัง “การฟอกขาว” และการเป็น “ตรายางสแตมป์” ไว้ให้ดี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์