ตำหนิ ‘พิธา’ อย่าด้อยค่า ‘เศรษฐา’ ซัดแย่งซีนนายกฯ-ไม่รู้กาลเทศะ

18 มี.ค. 2567 - 10:27

  • ‘คารม’ รองโฆษกรัฐบาล ตำหนิ ‘พิธา’ อย่าด้อยค่านายกฯ ทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ซัด ‘แย่งซีนนายกฯ-ไม่รู้กาลเทศะ’ ย้ำชัดรัฐบาลมีแผนแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือชัดเจน

karom_polpornklang_protect_srettha_pita_SPACEBAR_Hero_542babd2d0.jpg

ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไม่วายกลายเป็นประเด็นการเมืองไปได้ เมื่อ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ สส.บัญชีรายชื่อและที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ดูปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันเดียวกันกับที่ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ดูปัญหาเดียวกันที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมา และ ‘พิธา’ ได้ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่ารัฐบาลไม่มีแผนแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ชัดเจน 

ล่าสุดวันนี้ (18 มี.ค.) คารม  พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตอบโต้พิธา ในประเด็นดังกล่าว โดยชี้แจงว่า การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับชาติ มีคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ(กปภ.ช)  ที่มีนายกรัฐมนตรี และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นไปตามที่พิธาพูดแต่อย่างใด    

และเรื่องนี้ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทำตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องดังกล่าวมาเป็นลำดับ และมีหนังสือถึงผู้ว่าการจังหวัดทุกจังหวัด  รวมถึงกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่  9 ธันวาคม 2566 เรื่องการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ช่วงปี 2566-2567 ไปแล้ว 

ต่อมาเมื่อ ‘อนุทิน’ เห็นว่าสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นรุนแรงขึ้น จึงได้มีหนังสือลงวันที่  28 กุมภาพันธ์ 2567  ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้อำนวยการจังหวัดทุกจังหวัด  เรื่อง เฝ้าระวัง ทบทวนและจัดทำแผนเผชิญเหตุ ป้องกันลดการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่างๆ เช่น การเผาในที่โล่ง การเผาในพื้นที่เกษตร  ซึ่งแสดงถึงการเอาใจใส่ต่อปัญหาดังกล่าวอย่างจริงของรัฐบาล เพราะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ  

ส่วนเรื่องที่พิธากล่าวว่าหากพรรคก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลจะให้องค์การปกครองส่วนท้องเข้ามาดำเนินการเองจะมีประสิทธิภาพกว่า โดยจัดงบประมาณให้แห่งละ  3  ล้านบาทนั้น ‘คารม’ โต้กลับว่า เรื่องนี้จะมีประสิทธิภาพหรือไม่ ต้องรอให้พรรคก้าวไกลมาเป็นรัฐบาลก่อน 

แต่เรื่องสาธารณภัยนั้นรัฐบาลส่วนกลางจะมีความพร้อมในการแก้ไขมากกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ซึ่งการที่จะประกาศว่าจังหวัดไหน เป็นเขตภัยพิบัติหรือไม่ ต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะมีผลหลายด้าน  และการที่รัฐบาลใช้งบกลางในการแก้ไขปัญหา  จุดมุ่งหมายก็คือการแก้ไขปัญหาอันเดียวกัน ไม่ได้แตกต่างแต่อย่างใด

“นายพิธา ต้องเปิดใจให้กว้างและรับฟังข้อเท็จจริงจากรัฐบาล ขณะนี้งบประมาณปี 2567 อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯ แต่รัฐบาลก็สามารถบริหารงบประมาณในการแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ดีระดับหนึ่ง ความจริงการที่นายพิธาลงพื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือ ในขณะที่นายกฯ ปฎิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่นั้น แม้ไม่ผิดอะไร แต่ในทางการเมือง ก็คือการแย่งซีนกับนายกรัฐมนตรี และความไม่รู้กาลเทศะ จุดประสงค์ชัดเจนเพื่อด้อยค่านายกรัฐมนตรี ทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล ไม่ใช่อยากลงพื้นที่ดูปัญหาที่แท้จริง เพื่อนำไปพูดในสภาฯ เพราะข้อมูลเหล่านี้หาได้ไม่ยากจาก สส.ของพรรคก้าวไกลในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีข้อมูลอยู่แล้ แต่เป็นเรื่องวุฒิภาวะ หรือไม่รู้ว่าอะไรเหมาะหรือไม่เหมาะสมมากกว่า”

คารม กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์