‘คารม พลพรกลาง’ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ ‘รังสิมันต์ โรม’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์และการปฎิรูประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ออกมาพาดพิงกระทรวงมหาดไทยเพิกเฉย ไม่งดจ่ายไฟฟ้าให้กับบริษัทคู่สัญญาในประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้แก๊งคอลเซนเตอร์ใช้เป็นแบตสำรองให้กับขบวนการแก๊งคอลเซนเตอร์ว่า ข้อเท็จจริง เรื่องนี้ หากได้ศึกษารายละเอียดจริงๆ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ไม่เคยเพิกเฉย ซึ่งเมื่อวันที่ 24ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมคณะกรรมการ กฟภ. ครั้งที่ 1/2568 ในวาระประชุม มีประเด็นที่ชัดเจนว่า กฟภ.ไม่อาจงดจ่ายไฟฟ้าโดยพลการได้ เพราะมีผลกระทบต่อคู่สัญญา การงดจ่ายไฟฟ้าต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง ไม่ใช่อำนาจของกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เตรียมนำเสนอเพื่อขอแนวทางในการปฎิบัติในการงดการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องกับความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ ต่อ ครม. ในเร็วๆ นี้
คารม กล่าวต่อว่า การที่รังสิมันต์ มาพูดให้สัมภาษณ์ และพูดในเวทีหาเสียง อบจ. กล่าวหา ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพิกเฉยต่อการดำเนินการของ กฟภ. ตนเองในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ต้องขอเรียนว่ารังสิมันต์ ซึ่งเป็นถึงประธานกมธ.ฯ จะต้องระมัดระวังการพูดให้มาก การพูดให้สัมภาษณ์กับสื่อและบนเวทีปราศรัยไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เป็นประธานกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ น่าจะรู้ว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความมั่นคงแนวชายแดน การพูดในลักษณะดังกล่าว ทำให้อนุทินเสียหาย ขอเตือนให้ระมัดระวัง แนะนำให้ศึกษาข้อกฎหมายและเรื่องอื่น ที่เขาทำสัญญาไว้ให้ดี การขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านนั้นกฟภ. ทำตามมติคณะรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2539 ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งขาติเสนอ
“อนุทิน ไม่เคยนิ่งดูดาย หรือเพิกเฉยกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และทำตามนโยบายของรัฐบาลทุกอย่าง ปัญหาของแก็งคอลเซนเตอร์ เป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและสร้างความเสียหายกับประเทศอย่างมาก สิ่งไหนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ นายอนุทิน จะดำเนินการทันที เช่น การแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 นายอนุทิน ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาทันที“
— คารม กล่าว




