ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมีการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2566 โดยมีวาระสำคัญคือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ.2561 เลือกคณะกรรมการบริหารพรรค เลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีแกนนำพรรค อาทิ วิรัช รัตนเศรษฐ, ไพบูลย์ นิติตะวัน, สกลธี ภัทธิยกุล และสมาชิกพรรค เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
ด้าน วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวก่อนประชุมว่า วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยให้เหตุผลว่ายังอยู่ในเวลาราชการ จึงมอบหมายให้ตนทำหน้าที่ประธานการประชุม และสำหรับการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ วิรัช บอกว่า จะพยายามให้ทันกลางเดือนกุมภาพันธ์ และจะมีการลงพื้นที่เลย ส่วนกระแสข่าวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เตรียมแก้เกมโดยจัดปราศรัยที่แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร วิรัช ถามกลับว่า “รวมไทยสร้างชาติชนะสงคราม มีหรอ? แต่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สร้างมาเพื่อที่จะเฉลิมฉลองชัยชนะ”
วิรัช เปิดเผยด้วยว่า ในการประชุมครั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐยังเตรียมเปิดเพลงใหม่ชื่อ ‘ก้าวข้ามความขัดแย้ง’ ความยาว 4 นาที แต่งโดย ‘ดี้ นิติพงษ์ หอนาค’ เนื้อหาเป็นการเชิญชวนให้คนมาร่วมสร้างสรรค์การเมือง เพื่อความรุ่งเรือง หยุดความหวาดระแวง และมาปรองดองหัวใจ พลังประชารัฐ จะก้าวข้ามความขัดแย้ง รวบรวมทุกแรง ไม่แบ่งความรักศรัทธา เพื่อวันแห่งความสดใส และยังตอกผลงานของพรรค ที่อาสาดูแลไทยรุ่งเรือง ซึ่งเพลงนี้ก็จะใช้ในการหาเสียงด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปหารือกับ แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย อุตตม สาวยน หัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่สโมสรราชพฤกษ์ หลังจากก่อนหน้านี้ มีข่าวเปิดดีลลับเจรจากับแกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย ให้กลับมาร่วมงานเพื่อช่วยขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจ
ด้าน สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย จะกลับมาร่วมงานด้วยว่า พล.อ.ประวิตร ได้วางแนวทางให้พรรคพลังประชารัฐ ก้าวข้ามความขัดแย้ง และอีกฝ่ายที่มีข่าวก็ไม่ได้มีข้อด้อย พร้อมยืนยัน หากเป็นคนดี พรรคพลังประชารัฐไม่เคยรังเกียจ และพร้อมส่งเสริม
“นักเศรษฐกิจและผู้ที่มีความรู้ความสามารถมีมาคุยกับพวกเราและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จำนวนมาก และจะมีบุคคลที่มีคุณลักษณะดังกล่าวเข้ามาช่วยงานพรรคอีกจำนวนมาก ดังนั้น ที่สื่อมวลชนถาม นายสมคิดก็ดี นายอุตตม สาวนายนก็ดี หากขอเข้ามาร่วมกับพรรค โดยส่วนตัวเห็นว่าดีเสียอีก ไม่มีความเสียหายใดๆ เพราะนายสมคิดมีความตั้งใจที่จะดูแลบ้านเมือง มีความรู้ความสามารถค่อนข้างมาก ท่านมีกำลังที่จะมาช่วยหัวหน้าพรรคในเรื่องเศรษฐกิจ ลงทุน จะทำให้ดีขึ้น ซึ่งพรรคของเราไม่ปฏิเสธแน่นอน”
ส่วนความขัดแย้งในอดีตระหว่าง สมคิด กับคนในพรรค ต้องลืมไปเลยใช่หรือไม่ สันติ ตอบว่า “ไม่มีนะ ผมอยู่พรรคนี้มาตั้งแต่ต้น เราไม่มีความขัดแย้ง แต่พรรคเรามีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด หากใครเห็นว่าความคิดไม่ตรงกัน อาจจะถอยไประยะหนึ่ง วันหนึ่งเห็นความจริงว่าพรรคเรามีความตั้งใจจริง ดูแลประเทศชาติด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานเพื่อประชาชน เห็นถึงศักยภาพของพรรค คิดว่าน่าจะกลับมาบ้านเก่า มาร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ผมคิดว่าคงไม่มีสมาชิกท่านใดเป็นอย่างอื่นถ้าในกรณีท่านอยากมา ต้องบอกว่ามาช่วยกัน ไม่ได้เสียหายอะไร ส่วนกลับมาจะอยู่ในตำแหน่งไหนแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค”
ส่วนประเด็นที่จะร่วมงานกับ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้หรือไม่ สันติ ตอบว่า การมีมือเศรษฐกิจหลายคนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน พร้อมยืนยัน พรรคพลังประชารัฐ มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นพรรคทหารอย่างที่คนอื่นคิด อย่างไรก็ตาม การที่ทางฝ่าย สมคิด จะเข้ามาก่อนหรือหลังเลือกตั้งนั้น อยู่ที่การพิจารณาของกรรมการบริหารพรรค
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากพรรคสร้างอนาคตไทย เปิดเผยว่า การพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ในวันนี้ จะปิดดีลเจรจาได้เลยหรือไม่ ต้องดูจากการพูดคุยก่อน และที่ผ่านมา มีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ท้ายสุดต้องดูการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร
ด้าน วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวก่อนประชุมว่า วันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยให้เหตุผลว่ายังอยู่ในเวลาราชการ จึงมอบหมายให้ตนทำหน้าที่ประธานการประชุม และสำหรับการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ วิรัช บอกว่า จะพยายามให้ทันกลางเดือนกุมภาพันธ์ และจะมีการลงพื้นที่เลย ส่วนกระแสข่าวจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เตรียมแก้เกมโดยจัดปราศรัยที่แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร วิรัช ถามกลับว่า “รวมไทยสร้างชาติชนะสงคราม มีหรอ? แต่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สร้างมาเพื่อที่จะเฉลิมฉลองชัยชนะ”
วิรัช เปิดเผยด้วยว่า ในการประชุมครั้งนี้ พรรคพลังประชารัฐยังเตรียมเปิดเพลงใหม่ชื่อ ‘ก้าวข้ามความขัดแย้ง’ ความยาว 4 นาที แต่งโดย ‘ดี้ นิติพงษ์ หอนาค’ เนื้อหาเป็นการเชิญชวนให้คนมาร่วมสร้างสรรค์การเมือง เพื่อความรุ่งเรือง หยุดความหวาดระแวง และมาปรองดองหัวใจ พลังประชารัฐ จะก้าวข้ามความขัดแย้ง รวบรวมทุกแรง ไม่แบ่งความรักศรัทธา เพื่อวันแห่งความสดใส และยังตอกผลงานของพรรค ที่อาสาดูแลไทยรุ่งเรือง ซึ่งเพลงนี้ก็จะใช้ในการหาเสียงด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ พล.อ.ประวิตร จะเดินทางไปหารือกับ แกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย นำโดย อุตตม สาวยน หัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่สโมสรราชพฤกษ์ หลังจากก่อนหน้านี้ มีข่าวเปิดดีลลับเจรจากับแกนนำพรรคสร้างอนาคตไทย ให้กลับมาร่วมงานเพื่อช่วยขับเคลื่อนเรื่องเศรษฐกิจ
ด้าน สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย จะกลับมาร่วมงานด้วยว่า พล.อ.ประวิตร ได้วางแนวทางให้พรรคพลังประชารัฐ ก้าวข้ามความขัดแย้ง และอีกฝ่ายที่มีข่าวก็ไม่ได้มีข้อด้อย พร้อมยืนยัน หากเป็นคนดี พรรคพลังประชารัฐไม่เคยรังเกียจ และพร้อมส่งเสริม
“นักเศรษฐกิจและผู้ที่มีความรู้ความสามารถมีมาคุยกับพวกเราและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จำนวนมาก และจะมีบุคคลที่มีคุณลักษณะดังกล่าวเข้ามาช่วยงานพรรคอีกจำนวนมาก ดังนั้น ที่สื่อมวลชนถาม นายสมคิดก็ดี นายอุตตม สาวนายนก็ดี หากขอเข้ามาร่วมกับพรรค โดยส่วนตัวเห็นว่าดีเสียอีก ไม่มีความเสียหายใดๆ เพราะนายสมคิดมีความตั้งใจที่จะดูแลบ้านเมือง มีความรู้ความสามารถค่อนข้างมาก ท่านมีกำลังที่จะมาช่วยหัวหน้าพรรคในเรื่องเศรษฐกิจ ลงทุน จะทำให้ดีขึ้น ซึ่งพรรคของเราไม่ปฏิเสธแน่นอน”
ส่วนความขัดแย้งในอดีตระหว่าง สมคิด กับคนในพรรค ต้องลืมไปเลยใช่หรือไม่ สันติ ตอบว่า “ไม่มีนะ ผมอยู่พรรคนี้มาตั้งแต่ต้น เราไม่มีความขัดแย้ง แต่พรรคเรามีความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด หากใครเห็นว่าความคิดไม่ตรงกัน อาจจะถอยไประยะหนึ่ง วันหนึ่งเห็นความจริงว่าพรรคเรามีความตั้งใจจริง ดูแลประเทศชาติด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานเพื่อประชาชน เห็นถึงศักยภาพของพรรค คิดว่าน่าจะกลับมาบ้านเก่า มาร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองเพื่อให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ผมคิดว่าคงไม่มีสมาชิกท่านใดเป็นอย่างอื่นถ้าในกรณีท่านอยากมา ต้องบอกว่ามาช่วยกัน ไม่ได้เสียหายอะไร ส่วนกลับมาจะอยู่ในตำแหน่งไหนแล้วแต่กรรมการบริหารพรรค”
ส่วนประเด็นที่จะร่วมงานกับ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ได้หรือไม่ สันติ ตอบว่า การมีมือเศรษฐกิจหลายคนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน พร้อมยืนยัน พรรคพลังประชารัฐ มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นพรรคทหารอย่างที่คนอื่นคิด อย่างไรก็ตาม การที่ทางฝ่าย สมคิด จะเข้ามาก่อนหรือหลังเลือกตั้งนั้น อยู่ที่การพิจารณาของกรรมการบริหารพรรค
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากพรรคสร้างอนาคตไทย เปิดเผยว่า การพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ในวันนี้ จะปิดดีลเจรจาได้เลยหรือไม่ ต้องดูจากการพูดคุยก่อน และที่ผ่านมา มีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ท้ายสุดต้องดูการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร





