รายการ Deep SPACE Special วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2569 เปิดประเด็นชวนวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองประเทศไทยในรอบสัปดาห์ จับตา “แดง-น้ำเงิน” เปิดศึกรอบใหม่ ชิงอำนาจ “อปท.-ท้องถิ่น” ท่ามกลางกระแสข่าวรัฐบาลขั้วใหม่ พร้อมกับสูตร “รัฐบาลข้ามขั้ว”
ประเด็นวิเคราะห์จากรายการ Deep SPACE Special สะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างอำนาจการเมืองไทย ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ โดยสามารถสรุปและจำแนกปมขัดแย้งออกเป็นมิติหลักๆ ดังนี้
ศึก “แดงชนน้ำเงิน” ชิงพื้นที่ อปท. (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น)
โดยฝั่งสีน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มรูปแบบ โดยก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง เช่น “ผู้ว่าฯเซมเบ้” ไปคุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เพื่อล้างทุจริตและจัดระเบียบขุมกำลังใหม่
ขณะที่ฝั่งสีแดง (พรรคเพื่อไทย) จำเป็นต้องเปิดศึกเพื่อทวงคืนและรักษาฐานการเมืองท้องถิ่น อบจ., เทศบาล, อบต. ซึ่งเป็นฐานเสียงระดับรากหญ้า เนื่องจากงบประมาณและอิทธิพลของ อปท. คือฐานรากสำคัญในการต่อยอดไปสู่การเลือกตั้ง สส. ระดับประเทศ
“เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นในหลายๆ จังหวัดไม่ใช่แค่เรื่องของคนในพื้นที่ แต่คือ “ศึกตัวแทน” เป็นการสู้กันด้วยบารมีของแกนนำระดับชาติจากทั้งสองพรรคใหญ่”
สูตร “รัฐบาลข้ามขั้ว”
สำหรับกระแสข่าว “รัฐบาลขั้วใหม่” ถือเป็นการคานอำนาจในพรรคร่วม แม้จะอยู่ภายใต้เรือลำเดียวกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ความระแวงและการชิงเหลี่ยมทางการเมืองยังมีอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะกระแสกดดันฝั่งน้ำเงิน ซึ่งพรรคสีน้ำเงินกำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันรอบทิศทาง รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายและกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น กรณี iLaw ออกมาชี้เป้าคดีฮั้ว สว. นำไปสู่ข่าวลือเรื่องการปรับทัพจัดขบวนใหม่ รวมถึงข่าวดีลลับพลิกขั้ว ที่มีการจับตาความเคลื่อนไหวสูตรการเมืองใหม่ๆ เช่น กระแสข่าว “แดง-เขียว” ผนึกกำลังเพื่อสกัดหรือล้มอำนาจของฝั่ง “น้ำเงิน” ที่นับวันจะเติบโตและกินรวบวงการเมืองมากขึ้น
รายการ Deep SPACE วิเคราะห์จากปมขัดแย้งในมิติต่างๆ ข้างต้น ล้วนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลในภาพรวม โดยรัฐบาลต้องเผชิญศึกสองหน้า ต้องรับมือทั้งเกมนิติบัญญัติ (การซักฟอกในสภา) และเกมภาคสนาม (การเลือกตั้งท้องถิ่น)โดยท่ามกลางเกมแย่งชิงอำนาจ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาลลดถอยลง เนื่องจากประชาชนมองว่านักการเมืองมุ่งเน้นไปที่เกมการเมืองมากกว่าการแก้ปัญหาปากท้อง
รายการ Deep SPACE ยังได้เปิดประเด็นสะท้อนถึงงบประมาณท้องถิ่น 2 แสนล้านบาท ที่กลายเป็นสมรภูมิทางการเมืองที่สำคัญระหว่างพรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) และพรรคเพื่อไทย (สีแดง)
- โดยพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ซึ่งควบคุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งเป็นท่อส่งงบประมาณอุดหนุนโดยตรงไปยัง อปท. ทั่วประเทศ (อบจ., เทศบาล, อบต.) การจัดสรรงบลงโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ถนน แหล่งน้ำ หรือการส่งเสริมอาชีพในระดับพื้นที่ ช่วยให้เครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นของพรรคสามารถสร้างผลงานที่จับต้องได้กับประชาชนโดยตรง
- ส่วนพรรคเพื่อไทย กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งควบคุมองค์การคลังสินค้า (อคส.) และดูแลโครงการใหญ่อย่างโครงการนมโรงเรียน รวมถึงงบประมาณด้านการเกษตร แหล่งน้ำชุมชน และการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกษตรกรและประชาชนในต่างจังหวัดที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรค
การรักษาและขยายฐานเสียง งบประมาณลงท้องถิ่นเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างผลงานที่จับต้องได้ในระดับรากหญ้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป หากทั้งสองพรรคต้องการสร้างเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่น จำเป็นต้องสร้างพันธมิตรกับนายก อปท. สมาชิกสภาท้องถิ่น และหัวคะแนนในพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนคะแนนเสียงระดับชาติ
การวิเคราะห์จากรายการ Deep SPACE สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างและกลไกทางการเมืองไทยที่มักใช้ “งบประมาณแผ่นดิน” เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างและรักษาฐานเสียงผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะเมื่อเป็นการแข่งขันระหว่างสองพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย (พรรคสีน้ำเงิน) และ พรรคเพื่อไทย (พรรคสีแดง)
นัยยะทางการเมืองและการชิงอำนาจ
งบประมาณจำนวนมหาศาลนี้ทำหน้าที่เป็น “ทุนทางนโยบาย” ให้กับนักการเมืองในพื้นที่ หัวคะแนนและผู้บริหารท้องถิ่น นำไปกระจายต่อเพื่อดึงความนิยมจากประชาชนในระดับฐานราก การชิงพื้นที่ อปท.การเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. หรือ นายกเทศมนตรี ถือเป็นฐานรากที่ค้ำจุนการเลือกตั้งระดับชาติ พรรคใดที่สามารถคุมกลไก อปท. ได้มากกว่า จะมีความพร้อมและข้อได้เปรียบอย่างมากในการจัดตั้งหัวคะแนนและระดมเสียงเมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่
แม้ทั้งสองพรรคจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ในมิติการเมืองเชิงพื้นที่ ทั้งคู่คือคู่แข่งโดยตรงในการแย่งชิงความเป็นใหญ่ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคกลาง การคุมงบประมาณในกระทรวงที่ตนเองดูแล จึงเป็นเกมคานอำนาจและคานคะแนนนิยมระว่างสีน้ำเงินและสีแดง
รายการ Deep SPACE ยังชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่ต้องจับตาประสิทธิภาพการใช้งบประมาณภาครัฐ โดยข้อสังเกตสำคัญคือ โครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเน้นไปที่ผลประโยชน์ทางการเมืองระยะสั้น หรือตอบโจทย์การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนแท้จริงเม็ดเงินที่กระจายลงสู่ สถ. และ อคส. มักเป็นจุดเสี่ยงที่องค์กรอิสระและภาคประชาชนต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตเชิงนโยบายหรือการเอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง
ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้




