สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ปฏิเสธให้รายละเอียดกรณีวิปวุฒิสภา หารือลับต่อประเด็นการโหวตนายกรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ (13 ก.ค.) พร้อมระบุว่า เป็นปกติที่ข้อหารือที่ไม่เป็นทางการไม่ควรถูกเผยแพร่ออกไป ขณะเดียวกัน มองว่ากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความคุณสมบัติของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ นั้นจะไม่กระทบต่อการโหวตนายกฯ เพราะกรณีดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ชี้ขาด ซึ่งไม่เหมือนกับกรณี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนจะให้รัฐสภาโหวตนายกฯ เมื่อปี 2562 ซึ่ง ธนาธร ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมรัฐสภาได้
“กรณีที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผมมองว่าเป็นปกติ และมองว่า กกต.ควรส่งไปตั้งนานแล้ว เพราะมีเรื่องที่มีผู้ร้องนานแล้ว ตั้งแต่นายพิธา ยื่นสมัคร ส.ส. และจนได้เป็น ส.ส. ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เกมการเมือง ส่วนจะเป็นประเด็นที่ ส.ว.นำไปพิจารณาก่อนโหวตหรือไม่นั้น ผมไม่ก้าวล่วง เพราะผมเองมีหลักการโหวตคือต้องซื่อสัตย์ มีวิสัยทัศน์ และสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงคำถึงถึงความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่ทำอะไรที่สุดโต่ง พลิกฟ้าพลิกกแผ่นดิน” สมชาย กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของก่อนการโหวตนายกฯ ที่กลุ่มพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้เวลา 2 ชั่วโมงนั้น เชื่อว่าจะเป็นเวลาที่แคนดิเดตนายกฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์ ทั้งนี้ ต้องรอฟังในรายละเอียดและการชี้แจงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะจะยอมถอยประเด็นแก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบหมวด 1, หมวด 2 และพระราชอำนาจ
สมชาย ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.มีความเห็นต่างในการโหวตนายกฯ ซึ่งกลายเป็นความขัดแย้งภายใน โดยยืนยันว่า ส.ว.ไม่มีความเห็นขัดแย้ง แม้มีความเห็นต่าง ถือเป็นสิทธิของ ส.ว.แต่ละคน ซึ่งในการประชุมวิปวุฒิสภา ที่มี ส.ว.ที่เห็นต่างเข้าประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ไม่มีการบลูลี่กัน ส่วนกรณีที่มีไลน์หลุดของ ส.ว.หญิง ที่ตัดพ้อว่าถูกกลั่นแกล้งและใส่ร้ายนั้น จากการตรวจสอบในไลน์กลุ่มของ ส.ว.ที่ตนเป็นสมาชิก กว่า 10 กลุ่ม ย้อนหลัง 11 ชั่วโมง ไม่พบข้อความดังกล่าวในไลน์ที่ตนเป็นสมาชิก และจากที่ทราบในข่าว พบว่าเป็นการคัดลอกข้อความมาเผยแพร่ต่อ ไม่การถ่ายรูปหน้าจอ จึงไม่ทราบว่าใครคือคนที่โพสต์เป็นต้นฉบับ
ส่วนประเด็นการให้ผลประโยชน์กับ ส.ว. เพื่อสนับสนุน พิธา ตามที่ตนระบุก่อนหน้านี้ ยอมรับว่าไม่มีหลักฐาน แต่เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในวงการรัฐสภาที่หวังดี ส่งมาให้เพื่อติดตาม เพราะมีกระบวนการพยายามทำอยู่ สำหรับจำนวนที่เสนอให้ หากเทียบเป็นกล้วย ก็มากถึง 30-50 หวี ส่วน ส.ว.ที่ถูกเสนอประโยชน์นั้น ตนไม่ทราบจำนวน แต่ฝากบอกคนที่พยายามทำว่าไม่สำเร็จแน่นอน เพราะ ส.ว.ไม่เห็นแต่กับสินบน หรือสินจ้าง และหากทำเช่นนั้นเท่ากับว่า ส.ว.ขายชาติ
“เป็นธรรมดาที่จะเสนอผลประโยชน์ในเหตุการณ์แบบนี้ และผมได้รับการเปรยจากเพื่อน ส.ว. มาเหมือนกันว่า มีคนไปพบที่บ้าน ติดต่อทางโทรศัพท์ อย่างวานนี้ มีงานศพ พบว่ายังมีคนไปล็อบบี้ หากโหวตให้ก็จะเชียร์ หากไม่โหวตให้ ก็ไปข่มขู่ ซึ่งกลุ่มนี้เขาพยายามใช้มวลชนและกระแสโซเชียลฯ กดดันดำเนินการ” สมชาย กล่าว
“กรณีที่ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผมมองว่าเป็นปกติ และมองว่า กกต.ควรส่งไปตั้งนานแล้ว เพราะมีเรื่องที่มีผู้ร้องนานแล้ว ตั้งแต่นายพิธา ยื่นสมัคร ส.ส. และจนได้เป็น ส.ส. ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เกมการเมือง ส่วนจะเป็นประเด็นที่ ส.ว.นำไปพิจารณาก่อนโหวตหรือไม่นั้น ผมไม่ก้าวล่วง เพราะผมเองมีหลักการโหวตคือต้องซื่อสัตย์ มีวิสัยทัศน์ และสร้างแรงบันดาลใจ รวมถึงคำถึงถึงความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่ทำอะไรที่สุดโต่ง พลิกฟ้าพลิกกแผ่นดิน” สมชาย กล่าว
นอกจากนี้ ในส่วนของก่อนการโหวตนายกฯ ที่กลุ่มพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้เวลา 2 ชั่วโมงนั้น เชื่อว่าจะเป็นเวลาที่แคนดิเดตนายกฯ ได้แสดงวิสัยทัศน์ ทั้งนี้ ต้องรอฟังในรายละเอียดและการชี้แจงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะจะยอมถอยประเด็นแก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบหมวด 1, หมวด 2 และพระราชอำนาจ
สมชาย ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.มีความเห็นต่างในการโหวตนายกฯ ซึ่งกลายเป็นความขัดแย้งภายใน โดยยืนยันว่า ส.ว.ไม่มีความเห็นขัดแย้ง แม้มีความเห็นต่าง ถือเป็นสิทธิของ ส.ว.แต่ละคน ซึ่งในการประชุมวิปวุฒิสภา ที่มี ส.ว.ที่เห็นต่างเข้าประชุมบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ไม่มีการบลูลี่กัน ส่วนกรณีที่มีไลน์หลุดของ ส.ว.หญิง ที่ตัดพ้อว่าถูกกลั่นแกล้งและใส่ร้ายนั้น จากการตรวจสอบในไลน์กลุ่มของ ส.ว.ที่ตนเป็นสมาชิก กว่า 10 กลุ่ม ย้อนหลัง 11 ชั่วโมง ไม่พบข้อความดังกล่าวในไลน์ที่ตนเป็นสมาชิก และจากที่ทราบในข่าว พบว่าเป็นการคัดลอกข้อความมาเผยแพร่ต่อ ไม่การถ่ายรูปหน้าจอ จึงไม่ทราบว่าใครคือคนที่โพสต์เป็นต้นฉบับ
ส่วนประเด็นการให้ผลประโยชน์กับ ส.ว. เพื่อสนับสนุน พิธา ตามที่ตนระบุก่อนหน้านี้ ยอมรับว่าไม่มีหลักฐาน แต่เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ในวงการรัฐสภาที่หวังดี ส่งมาให้เพื่อติดตาม เพราะมีกระบวนการพยายามทำอยู่ สำหรับจำนวนที่เสนอให้ หากเทียบเป็นกล้วย ก็มากถึง 30-50 หวี ส่วน ส.ว.ที่ถูกเสนอประโยชน์นั้น ตนไม่ทราบจำนวน แต่ฝากบอกคนที่พยายามทำว่าไม่สำเร็จแน่นอน เพราะ ส.ว.ไม่เห็นแต่กับสินบน หรือสินจ้าง และหากทำเช่นนั้นเท่ากับว่า ส.ว.ขายชาติ
“เป็นธรรมดาที่จะเสนอผลประโยชน์ในเหตุการณ์แบบนี้ และผมได้รับการเปรยจากเพื่อน ส.ว. มาเหมือนกันว่า มีคนไปพบที่บ้าน ติดต่อทางโทรศัพท์ อย่างวานนี้ มีงานศพ พบว่ายังมีคนไปล็อบบี้ หากโหวตให้ก็จะเชียร์ หากไม่โหวตให้ ก็ไปข่มขู่ ซึ่งกลุ่มนี้เขาพยายามใช้มวลชนและกระแสโซเชียลฯ กดดันดำเนินการ” สมชาย กล่าว




