โต้ มท. - เขากระโดงเดือด เพิกถอนเมื่อไหร่ฟ้องทั้งแพ่ง - อาญา

7 ส.ค. 2568 - 17:13

  • ‘ทนาย – ชาวบ้านบุรีรัมย์' ตั้งโต๊ะแถลงโต้ ‘รฟท.’ ไม่เคยมี พ.ร.ฎ.ครอบครอง ‘เขากระโดง’

  • ลั่นฟ้องกลับทุกช่องทางหากเพิกถอนโฉน

  • อัด ‘ภูมิธรรม’ เดินเกมการเมือง ไม่เคารพสิทธิประชาชน

โต้ มท. - เขากระโดงเดือด  เพิกถอนเมื่อไหร่ฟ้องทั้งแพ่ง - อาญา

ตัวแทนประชาชนจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ประกอบการธุรกิจและนิติบุคคล ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายในพื้นที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ร่วมจัดงานแถลงข่าว เพื่อตอบโต้และชี้แจงกรณีการแถลงข่าวของ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ‘เดชอิศม์ ขาวทอง’ รมช.มหาดไทย เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เรื่องการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในที่ดินกว่า 5,083 ไร่ ซึ่งมีผู้ถือครองมากถึง 995 ราย   

‘ชนินทร์ แก่นหิรัญ’ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีเขากระโดง ชี้แจงกรณีข้อพิพาทสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดงต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยยืนยันว่า สิทธิในที่ดินของประชาชนยังคงชอบด้วยกฎหมาย แม้จะมีคำพิพากษาศาลฎีกา และศาลอุทธรณ์บางคดีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นำมาอ้าง แต่ภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคสอง คำพิพากษาดังกล่าวผูกพันเฉพาะคู่ความ และที่ดินพิพาทในคดีเท่านั้น ไม่อาจยกขึ้นยันกับราษฎรผู้ถือเอกสารสิทธิตามกฎหมายในที่ดินแปลงอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว และได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา127 และประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 และมาตรา 3 อีกทั้งยังได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 37 อีกด้วย 

Khao-Kradong-and-the-Ministry-of-Interior-dispute-SPACEBAR-Photo01.jpg

จนถึงปัจจุบันไม่ปรากฏว่ามีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขต และจัดซื้อที่ดิน พร้อมแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา รับรองให้ รฟท. ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บนที่ดินบริเวณเขากระโดงตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 หรือกฎหมายอื่นใด ดังนั้นที่ดินพิพาทจึงไม่ตกเป็น ‘ที่ดินรถไฟ’ ตามนิยามในพระราชบัญญัติดังกล่าว นอกจากนั้น แผนที่สำรวจ (Exploitation Plan) ดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการขนย้ายหินบริเวณเขากระโดงชั่วคราว โดยอาศัยพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 มาตรา 45 จึงไม่ใช่ทางรถไฟเพื่อใช้ในการเดินรถตามมาตรา 3 (3) ของพระราชบัญญัติเดียวกัน และไม่ใช่แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาที่ผ่านกระบวนการพระราชทานโปรดเกล้าฯ ตามกฎหมาย 

ส่วนข้อเท็จจริงข้างต้นยืนยันอย่างชัดเจนว่า ราษฎรผู้ถือครองเอกสารสิทธิโดยสุจริตยังคงมีสิทธิครอบครอง และใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทุกประการ และได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศไทย และยังมีสิทธิในการต่อสู้ รวมถึงพิสูจน์ถึงความไม่ชอบของแนวเขตที่ดินที่ รฟท. กล่าวอ้าง 

“หากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อธิบดีกรมที่ดิน รวมถึงหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการเพิกถอนโฉนดโดยยึดถือแผนที่หรือข้อมูลเท็จของ รฟท. เพื่อสนองนโยบายทางการเมือง อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง ราษฎรทุกรายผู้ได้รับผลกระทบ จะยืนหยัดปกป้องสิทธิของตนอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง และเรียกค่าเสียหาย หรือดำเนินคดีอาญาฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เบิกความเท็จ ปลอมแปลงเอกสารราชการ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้กระทำต้องรับผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด”

ชนินทร์ กล่าว 

Khao-Kradong-and-the-Ministry-of-Interior-dispute-SPACEBAR-Photo02.jpg

ขณะที่ ‘ตฤณ แก่นหิรัญ’ ทนายความ กล่าวว่า เมื่อ รฟท.ไม่สามารถแสดงสิ่งที่เป็นพยานหลักฐานที่กฎหมายกำหนดได้รฟท.จะมากล่าวอ้างลอยๆ ว่าที่ดิน 5,083 ไร่ เป็นที่ของรฟท.ไม่ได้ ที่ดินผืนนี้ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของ รฟท. จึงไม่อาจมาหวงห้ามเอกชนที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ได้ ถ้า รฟท.คิดว่ามีหลักฐานที่ดีกว่าก็เอามาแสดงกัน เพราะประชาชนทุกคนที่อยู่ที่นี่พร้อมพิสูจน์ความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ในชั้นศาล 

เมื่อถามว่า ที่แถลงวันนี้ รฟท. ใช้เอกสารเท็จแสดงต่อศาลฎีกาในอดีตใช่หรือไม่  ตฤณ กล่าวว่า ถ้ามาเทียบของจริง ก็ต้องบอกว่าไม่ถูกต้องกับข้อเท็จจริง และ ไม่ถูกต้องหลักในการทำภูมิศาสตร์ และสนเทศศาสตร์   เพราะแผนที่ของรฟท. ไม่ใช่แผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา  โดยเอาหัวตนเป็นประกัน  และไม่ต้องไปดูมาตราส่วน หากเอามาตราส่วนมีคนติดคุกแน่นอน  และยืนยันเป็นข้อมูลเท็จกันมาถึงทุกวันนี้  เมื่อถามต่อว่า ทั้ง 35 รายที่ศาลฎีกาตัดสินไปแล้ว  และถูกเพิกถอนถือเป็นเอกสารเท็จใช่หรือไม่ ตฤณ กล่าวว่าไม่กล่าวล่วงตอนตอนนำสืบช่วงนั้นเป็นไร เพราะพึ่งมารับผิดชอบคดีเมื่อ 2 ปี  แต่ยืนยันว่าข้อมูลที่ตนมีถือว่ามีประโยชน์กับทั้ง 35 ราย หากต้องการเรียกร้องสิทธิ์คืน - ถ้าเป็นเอกสารเท็จก็ติดคุก  

Khao-Kradong-and-the-Ministry-of-Interior-dispute-SPACEBAR-Photo03.jpg

ส่วนจะดำเนินการอย่างไรกับรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทย ที่สั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนที่ดินพิพาท ‘ศุภชัย ใจสมุทร’ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า  สังคมเห็นกระบวนการของรมว.มหาดไทย และรมช.มหาดไทย  ที่เกี่ยวข้องที่เห็นว่าดำเนินการไม่ชอบด้วยฎหมายตั้งแต่ต้น  และ ตนเป็นห่วงว่า เมื่อได้อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่แล้ว จะดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อไป เพราะต้องทำตามประมวลกฎหมายกฎหมายที่ดิน ซึ่งมาตรา 61 วรรค8 จะต้องเพิกถอนด้วยคำสั่งศาล ถึงที่สุด แต่วันนี้ชาวบ้าน 995 ราย ยังไม่มีคำพิพากษาอะไรเลยเพราะผูกพันแค่35 ราย จึงขอบอกว่า วันนี้การรถไฟบุกรุกที่ชาวบ้านอยู่   

Khao-Kradong-and-the-Ministry-of-Interior-dispute-SPACEBAR-Photo03-1.jpg

“วันนี้ถ้า มท. 1 และมท. 3 และการรถไฟฯมาลงพื้นที่เขากระโดง  ถ้าพวกท่านไม่ยินยอม สามารถดำเนินคดีพวกเขาได้เลย  ดังนั้นหากทางกระทรวงมหาดไทย เริ่มเพิกถอน เมื่อไหร่ดำเนินคดีก็จะนับหนึ่ง และเมื่อถามว่าวันนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ ผมขอบอกว่าตั้งใจเข่นฆ่าทางการเมือง”

ศุภชัย กล่าว 

Khao-Kradong-and-the-Ministry-of-Interior-dispute-SPACEBAR-Photo04.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์