‘กิตติศักดิ์’ ฟันธง! ‘พท.’ วืดนายกฯ หนักใจแทน ‘เศรษฐา’

7 ส.ค. 2566 - 15:57

  • ‘กิตติศักดิ์’ แย้มทิศทาง สว.โหวตนายกฯ ไม่งดออกเสียง แต่เห็นชอบหรือไม่รอตรวจสอบตัวแคนดิเดตก่อน

  • ชี้หนักใจแทน ‘เศรษฐา’ ปมที่ดิน คาด ‘เพื่อไทย’ วืดเก้าอี้นายกฯ

  • ไม่ติดใจพรรคลำดับ 3-4 ตั้งรัฐบาล

Kittisak_predicted_Pheu_Thai_is_not_the_Prime_Minister_s_chair_SPACEBAR_Hero_b4f6c78825.jpeg
รัฐสภา (7 สิงหาคม 2566) กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว สว.อาจจะไม่ให้ความเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) จะเสนอชื่อในการโหวตนายกฯครั้งต่อไป ว่า ไม่ถึงขนาดนั้น อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้มาชี้แจงในกรณีคุณสมบัติของนายเศรษฐา แต่การพิจารณาผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ ของ สว.ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ต้องมองภาพรวมหลายๆ เรื่อง 

เมื่อถามว่าจากการที่นายเศรษฐา ถูกกล่าวหาในหลายๆ เรื่อง ทาง สว.มีความแคลงใจในการโหวตให้หรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า เอาใจช่วยนายเศรษฐา แต่ความจริงคือความจริง สว.รู้สึกหนักใจแทนนายเศรษฐา เพราะผู้ที่จะมาเป็นนายกฯ เรื่องจริยธรรมสำคัญที่สุด ถ้าไปเป็นผู้บริหารบริษัทต่างๆ เราก็ไม่ไปเกี่ยวข้อง แต่นายเศรษฐา ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 สว.จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ 

เมื่อถามต่อว่า ที่ระบุว่า หนักใจแทนนายเศรษฐา หนักใจเรื่องอะไร สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีที่ยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันเรื่องที่นายเรืองไกรเข้ามาร้องในวันนี้ ก็จะได้รับการพิจารณาอย่างเร่งด่วนจากกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็จะนำไปพิจารณาเช่นเดียวกัน 

เมื่อถามว่า หากกล่าวในลักษณะนี้ เป็นการบอกกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ว่าให้นำเสนอแคนดิเดตนายกฯ เป็นชื่ออื่น สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่ และไม่ใช่อำนาจของ สว.ที่จะไปปฏิบัติเช่นนั้น การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของ สส. ส่วน สว. เป็นเพียงผู้วิพากษ์วิจารณ์ตามที่สังกัดอยู่ ดังนั้น สว.ไม่มีหน้าที่ไปก้าวก่าย หรือชี้ว่าจะเอาคนนั้น ไม่เอาคนนี้ 

เมื่อถามว่า การโหวตนายกรัฐมนตรี ในรอบที่ 3 ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีนานเกินไปหรือไม่ สว.จะปล่อยให้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยปล่อยไปตามกระบวนการภายหลังได้หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า บ้านเมืองโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องที่จะทดลองได้ ประเทศไทยไม่ใช่บริษัทที่จะมาเล่นขายของ ดังนั้น ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องถูกตรวจสอบอย่างดีที่สุด แน่นอนว่าไม่มีใครดี 100% แต่คนที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างน้อยต้องมีความใสสะอาดเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม 

เมื่อถามว่า การโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 สว.ส่วนใหญ่จะรับหลักการ ไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่มีการพูดคุยกันในการเลือกนายกฯ ครั้งนี้ การงดออกเสียงน่าจะน้อย มีแค่เห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบเท่านั้น 

เมื่อถามย้ำว่า จะได้นายกคนที่ 30 เลยหรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ได้ แต่ตนเองไม่ทราบว่าเป็นใคร บ้านเมืองปล่อยให้ช้าไปมากกว่านี้ไม่ได้ ส่วนพรรคการเมืองที่จะเสนอแคนดิเดตนายกฯ ก็เหลืออีกไม่กี่คน ดังนั้น ต้องได้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลโดยเร็วที่สุด 

เมื่อถามว่า การโหวตนายกฯ จะจบในรอบ 3 เลยหรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่บังอาจทำนายขนาดนั้น แต่การโหวตนายกฯ รอบที่ 3 หากยังเป็นชื่อของนายเศรษฐา เท่าที่ตนเองได้รับฟังจากหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะ สว. หนักใจแทนแล้ว  

เมื่อถามว่า เห็นแววจะมีการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนนอกหรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯ คนนอกต้องมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง ยืนยันว่าไม่ถึง แต่ที่ตนเองเคยให้สัมภาษณ์ไป “ขอเป็นหมอเดาว่า นายกฯ น่าจะไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ตำแหน่งนายกฯ เมื่อพรรคที่ 2 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็เป็นหน้าที่ของพรรคที่ 3 ซึ่งก็มีแค่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)” 

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ เพื่อแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ สว.กิตติศักดิ์ ถามกลับว่า “โทษทีมีพรรคก้าวไกลหรือไม่” พร้อมกล่าวต่อว่า หากไม่มีพรรคก้าวไกลก็จะอยู่ที่พรรคการเมืองไปรวมกันจะได้จำนวน 300 กว่าเสียง ก็จะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงจำนวนมาก และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกระยะหนึ่ง แต่คงไม่ครบ 4 ปี จุดประสงค์ของรัฐบาลใหม่ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากมีการรวมกันปรองดองเรื่องนี้ สว.ไม่ก้าวก่าย และยินดีที่จะได้รัฐบาล และนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด 

เมื่อถามถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ สว.เคยระบุว่า หากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีพรรคก้าวไกลแล้ว สว.พร้อมที่จะสนับสนุน แล้วเหตุใดตอนนี้ ถึงมีท่าทีเปลี่ยนใจ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า จากที่สื่อได้ทราบ จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ที่ถูกเผยแพร่ในสังคม เป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจ ตนเองเคยบอกเสมอว่าหากไม่มีพรรคก้าวไกลก็จะสนับสนุนให้มีรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้  

แต่ขณะนี้มีเรื่องคุณสมบัติส่วนตัวของนายเศรษฐา ซึ่งทางนายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ในฐานะ ประธาน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ จะบรรจุระเบียบวาระโดยเร็ว เพื่อให้ข้อมูลในส่วนนี้กระจ่างขึ้น เพื่อดูว่านายเศรษฐา บกพร่องทางด้านจริยธรรมหรือไม่ การทำธุรกิจนั้นโปร่งใสตรวจสอบได้หรือไม่ ถ้าหากนายเศรษฐาสามารถเคลียร์ตัวเองได้ ก็ไม่มีปัญหา ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากตรวจสอบแล้ว และไม่สามารถตอบคำถามได้ สว.ก็จะตัดสินใจไม่เลือก 

เมื่อถามว่า หากเป็นแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคที่ 3 หรือพรรคที่ 4 สว. มีความหนักใจหรือไม่ สว.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีความหนักใจ ไม่มีความสบายใจ ทุกคนต้องได้รับการตรวจสอบเหมือนกัน ต้องถูกตรวจสอบจาก สว. ในมาตรฐานเดียวกัน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์