‘ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า’ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงผลการนับคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่แล้วเสร็จกว่า 95% ว่า โดยภาพรวมพึงพอใจ จากที่ตั้งเป้าไว้ที่ 60 ที่นั่ง แต่ได้ 57 ที่นั่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย ยอมรับมีบางเขตที่คาดว่าจะชนะแต่แพ้คะแนนนิดหน่อย แต่ภาพรวมดีใจที่มีบางเขตได้ที่นั่ง สส. อาทิ แม่ฮ่องสอน-ร้อยเอ็ด โดยเฉพาะ สุพรรณบุรี ที่มั่นใจว่าจะได้ 2 ที่นั่ง แต่ชนะเพียง 1 ที่นั่งก็ตาม สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่าเป็นตามยุทธศาสตร์ ที่พรรคได้หาเสียง โดย เน้นการลงพื้นที่จริงเข้าถึงประชาชน นำเสนอนโยบายภาคการเกษตร ด้านน้ำและที่ดินทำกิน
ส่วนเรื่องการทาบทามจัดตั้งรัฐบาลนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุย เพราะเมื่อคืนหลังเสร็จสิ้นจากภารกิจที่พรรคกล้าธรรม ก็ปิดโทรศัพท์พักผ่อน และยังไม่ได้รับสายใคร ส่วนกรณีที่ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตในการคิดสูตรจัดตั้งรัฐบาล ความเป็นไปได้ น่าจะเป็น ‘พรรคภูมิใจไทย-เพื่อไทย’ และ ‘กล้าธรรม’ เรื่องนี้ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ย้ำว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย
เมื่อถามถึง พรรคกล้าธรรม มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า รัฐบาลที่แล้วก็อยู่ด้วยกันมา หากครั้งนี้ได้เป็นรัฐบาล และได้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็จะง่ายต่อการสานต่อนโยบายเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม ปัจจุบันยังเร็วเกินไปและทุกฝ่ายยังตั้งอยู่ในฐานที่มั่นของตนเอง
นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ระบุถึงกรณีที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง กปน. ขโมยหย่อนบัตรเลือกตั้งที่จังหวัดพะเยา ว่า ล่าสุดตำรวจได้ข้อสรุปแล้ว เป็นการหย่อนบัตรให้พรรคประชาชน ซึ่งมีความผิดทางอาญา และยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะไม่ใช่เพียงแค่เขตเดียวหรือ ไม่ ซึ่งได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย ส่วนหลังจากนี้ ก็เป็นเรื่องของ กกต.ในการเป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ขณะที่ ‘น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ’ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม กล่าวถึง ตัวเลขคะแนนเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรม ขณะนี้ว่า วิ่งอยู่ที่ 57 ถึง 59 ซึ่งต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต.ส่วนพื้นที่ภาคเหนือที่ตั้งเป้าก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาก ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าจะได้ 10 ที่นั่งในพื้นที่ภาคเหนือกระจายทุกจังหวัดส่วนตัวเลข 57 ที่นั่ง ถือว่าเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ น.อ. อนุดิษฐ์ กล่าวว่า จากที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เคยให้สัมภาษณ์ ตัวเลขของเราก็อยู่ที่ประมาณนี้
สำหรับที่กระแสสังคมมองว่าก่อนหน้านี้พรรคกล้าธรรมไม่มีกระแส แต่รอบนี้ได้ตามเป้า นั้นเห็นว่าพรรคกล้าธรรมเพิ่งจะส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งครั้งแรก เราไม่เหมือนพรรคเก่าที่เขาทำงานมานาน ที่มีความนิยมของประชาชนในระดับสูง เราเป็นพรรคน้องใหม่ต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง จึงเป็นข้อดีของเราที่ตัวผู้สมัคร สส. และผู้บริหารพรรค ให้ความสำคัญกับการลงไปสัมผัสกับประชาชน เป็นการสื่อสารตรงไปยังประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าสิ่งที่พรรคกล้าธรรมเสนอนโยบายจะตรงใจประชาชน ซึ่งการทำโพลของสถาบันต่าง ๆ อาจจะไม่ได้เห็นความนิยมในจุดนี้ จึงประเมินให้พรรคกล้าธรรมต่ำกว่าความเป็นจริงไปเยอะ
ในส่วนมีสัญญาณติดต่อเชิญร่วมรัฐบาลหรือไม่ตอนนี้คงต้องรอให้พรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการสื่อสารมายังผู้บริหารของพรรคกล้าธรรม และคงต้องรอให้ผู้บริหารพรรคมาประชุมกัน เชื่อว่าการร่วมรัฐบาลตรงไปตรงมา พรรคภูมิใจไทยคงประชุมพิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคใดร่วมรัฐบาล ซึ่งหากมีการเชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลก็จะแจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้งหากเข้าร่วมรัฐบาลจะดูแลกระเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ นั้นต้องบอกว่า
"เราประกาศไปตอนหาเสียงแล้วว่า ความวุ่นวายของประเทศ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น หากมีพรรคใดที่พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชนเราก็ไม่ปฏิเสธ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม คงจะไปในทิศทางเดียวกันและเราไม่เคยมีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าทำประโยชน์ให้ประชาชน"




