อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภาผู้แทนราษฎร เตรียมพิจารณาเรื่องด่วน เรื่องการขออนุญาตนำตัว ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุมสภาฯ ตามคำร้องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า ขณะนี้ผู้บริหารพรรคยังอยู่ระหว่างการประชุมหารือร่วมกับ สส.ของพรรค แต่ยืนยันว่า พรรคจะพิจารณาบนพื้นฐานของเจตนารมณ์ของกฎหมาย รวมถึงแนวปฏิบัติที่ผ่านมา
พรรคกล้าธรรมแม้จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ แต่มี สส.ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองหลายสมัย จึงให้ความสำคัญกับหลักการของฝ่ายนิติบัญญัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์นี้ เราต้องดูเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า ที่ผ่านมาเรื่องลักษณะนี้เขาปฏิบัติกันอย่างไร และต้องดูภาพรวม ไม่ใช่พิจารณาเพื่อคนใดคนหนึ่ง
อรรถกร ระบุว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้งเคยเห็นว่า ชนนพัฒฐ์ ยืนยันว่า พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และเชื่อว่าหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ ช่วงเดือนกรกฎาคม ชนนพัฒฐ์ก็น่าจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งผลลัพธ์ของคดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาฯ เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ในชั้นไต่สวนและสอบสวนของเจ้าตัวด้วย
พรรคกล้าธรรม จะไม่ปกป้องใคร และจะไม่ปกป้องคนที่กระทำผิด แต่ในเวลานี้เรายึดหลักการของฝ่ายนิติบัญญัติไว้เป็นเบื้องต้น
‘กล้าธรรม’ พร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ อรรถกร เปิดเผยภายหลังการประชุมประจำสัปดาห์ของพรรคกล้าธรรม ว่า พรรคยังคงยืนยันจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคำนึงถึงผลการลงประชามติของประชาชนที่ผ่านมา และเห็นว่าการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นไปตามกระบวนการที่เหมาะสม รอบคอบ และสอดคล้องกับข้อกฎหมาย
อรรถกร กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเห็นด้วยกับการตั้ง สสร. ขึ้นมาทำหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มีความชอบธรรม ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งแต่ละพรรคก็มีข้อกังวลและจุดที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องช่องโหว่ทางกฎหมายและกระบวนการที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้
พรรคพร้อมสนับสนุนการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเอง หรือการร่วมสนับสนุนร่างของสมาชิกพรรคการเมืองอื่น หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน




