เสกสกล อัตถาวงศ์ แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการปราศรัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยยืนยันเวทีมีความพร้อมเกิน 100% เพื่อต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งถือเป็นการตุ้มโฮมที่ใหญ่มาก มีพี่น้องจากภาคอีสานทุกจังหวัดหลั่งไหลเดินทางมาให้การต้อนรับ 'ลุงตู่' นอกจากนี้ ยังมีประชาชนจากจังหวัดในภาคอื่นๆ ด้วย ถือว่าไม่เคยมีเวทีไหนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจะมีคนมารวมตัวร่วมฟังการปราศรัยมากมายขนาดนี้มาก่อน
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นการเริ่มต้นยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะออกไปหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง ส่วนจำนวนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ตอนนี้ ในบางเขตมีเกินจำนวนจนต้องไปทำโพลถามประชาชน สำหรับคนที่ได้รับการตัดสินแล้วก็จะขึ้นเวทีในวันนี้ คนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาก็ถือว่าเป็นคนของพรรค ถือว่าจะได้ทำงานร่วมกันก็จะขึ้นเวทีนี้ด้วยเช่นกัน เพราะทุกคนต่างก็มาด้วยใจเพื่อที่จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ยืนยันว่า 132 เขต มีผู้สมัครครบอย่างแน่นอน
ส่วนกรณี ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาสบประมาทเกี่ยวกับว่าที่ผู้สมัครอีสานของพรรคนั้น เสกสกล กล่าวว่า ตนไม่ได้ให้ราคากับคำพูดของทั้ง ก่อแก้ว หรือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย
“เท่าที่ดู ทั้งสองคนแค่จะหาพื้นที่ลงสมัคร ส.ส.ยังไม่มีเลย หวังจะเกาะแต่การเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีของนายณัฐวุฒิ ก็หมดสิทธิ์ไปแล้ว เพราะศาลตัดสินห้ามเล่นการเมือง ส่วนนายก่อแก้ว ก็ไม่รู้จะหาพื้นที่ลงได้หรือเปล่า ตนคิดว่าอย่าไปให้ค่าให้ราคากับการพูดทางการเมืองของคนเหล่านี้ เพราะลิ้นไม่มีกระดูก ทำการดูถูกดูแคลนว่าคนเสื้อแดงหมดราคา ข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ คนเดียว สิ่งที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำอะไรไว้ พวกตนไม่จำเป็นต้องไปโต้ ให้ไปดูนายจตุพร พูดนั่นคือความจริงทั้งหมด” เสกสกล กล่าว
เสกสกล กล่าวด้วยว่า “การพูดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไม่ได้ ส.ส ในภาคอีสานของนายก่อแก้ว อย่ามาดูถูกคนอีสานทั้ง 132 เขต นายก่อแก้ว ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ พี่น้องคนอีสานรู้ดีว่า ผลงานของนายกฯประยุทธ์ มีมากแค่ไหน กระแสของลุงตู่ และกระแสของพรรครวมไทยสร้างชาติ กำลังดีวันดีคืน ผมมั่นใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะได้ ส.ส จากพื้นที่อีสานอย่างมากมายอย่างแน่นอน แล้วคนอีสานไม่ได้โง่ ไม่ให้ถูกจูงจมูกอีกต่อไปแล้ว”
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ จะเป็นการเริ่มต้นยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่จะออกไปหาเสียงสำหรับการเลือกตั้ง ส่วนจำนวนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ตอนนี้ ในบางเขตมีเกินจำนวนจนต้องไปทำโพลถามประชาชน สำหรับคนที่ได้รับการตัดสินแล้วก็จะขึ้นเวทีในวันนี้ คนที่อยู่ระหว่างการพิจารณาก็ถือว่าเป็นคนของพรรค ถือว่าจะได้ทำงานร่วมกันก็จะขึ้นเวทีนี้ด้วยเช่นกัน เพราะทุกคนต่างก็มาด้วยใจเพื่อที่จะทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ยืนยันว่า 132 เขต มีผู้สมัครครบอย่างแน่นอน
ส่วนกรณี ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาสบประมาทเกี่ยวกับว่าที่ผู้สมัครอีสานของพรรคนั้น เสกสกล กล่าวว่า ตนไม่ได้ให้ราคากับคำพูดของทั้ง ก่อแก้ว หรือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย
“เท่าที่ดู ทั้งสองคนแค่จะหาพื้นที่ลงสมัคร ส.ส.ยังไม่มีเลย หวังจะเกาะแต่การเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีของนายณัฐวุฒิ ก็หมดสิทธิ์ไปแล้ว เพราะศาลตัดสินห้ามเล่นการเมือง ส่วนนายก่อแก้ว ก็ไม่รู้จะหาพื้นที่ลงได้หรือเปล่า ตนคิดว่าอย่าไปให้ค่าให้ราคากับการพูดทางการเมืองของคนเหล่านี้ เพราะลิ้นไม่มีกระดูก ทำการดูถูกดูแคลนว่าคนเสื้อแดงหมดราคา ข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ คนเดียว สิ่งที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทำอะไรไว้ พวกตนไม่จำเป็นต้องไปโต้ ให้ไปดูนายจตุพร พูดนั่นคือความจริงทั้งหมด” เสกสกล กล่าว
เสกสกล กล่าวด้วยว่า “การพูดว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไม่ได้ ส.ส ในภาคอีสานของนายก่อแก้ว อย่ามาดูถูกคนอีสานทั้ง 132 เขต นายก่อแก้ว ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ พี่น้องคนอีสานรู้ดีว่า ผลงานของนายกฯประยุทธ์ มีมากแค่ไหน กระแสของลุงตู่ และกระแสของพรรครวมไทยสร้างชาติ กำลังดีวันดีคืน ผมมั่นใจว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะได้ ส.ส จากพื้นที่อีสานอย่างมากมายอย่างแน่นอน แล้วคนอีสานไม่ได้โง่ ไม่ให้ถูกจูงจมูกอีกต่อไปแล้ว”




