กรณ์ กล่าวว่า นโยบายภาษี ของพรรคชาติพัฒนากล้า ไม่มีความสลับซับซ้อน กล่าวคือ ใครที่มีเงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี ใครที่มีรายได้ที่สูงกว่า 40,000 บาท ก็จะได้รับปรับลดตามขั้นบันได
ถามว่าจะมีผลต่อรายได้ของรัฐ หรือจะทำให้เสียวินัยทางการคลังไหม นายกรณ์อธิบายว่า สำนักงบฯ ได้ประมาณการณ์ว่า ในปีงบประมาณหน้า รายได้โดยรวมของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น 2.7 แสนล้านบาท จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างมากในการสร้างความเป็นธรรมให้กับมนุษย์เงินเดือน
กรณ์ กล่าวว่า “ต้องไม่ลืมว่าบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% มานานกว่าสิบปีแล้ว ขณะที่มนุษย์เงินเดือนไม่ได้รับการช่วยเหลือมานานแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ค่าความเป็นอยู่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่ารถไฟฟ้าไปกลับวันละร้อยกว่าบาท ถ้าใครใช้รถก็มีทั้งค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าประกัน ค่าซ่อมบำรุง ฯลฯ นี่ยังไม่รวมถึงค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน ผู้สูงอายุ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงเลือกใช้นโยบายลดภาษีหาเสียง หัวหน้าพรรค ชพก. กล่าวว่า หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายในลักษณะเดียวกันนี้ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แต่พอเข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วกลับไม่ได้ทำอะไร ทำให้ประชาชนคิดว่ามันถึงเวลาของเขาแล้วที่ควรจะได้รับความเป็นธรรม แล้วพอพรรคชาติพัฒนากล้าออกแบบนโยบายให้เข้าใจได้ง่าย เห็นชัด จับต้องได้และเขาได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน ซึ่งการตอบรับต่อนโยบายดังกล่าวถือว่าดีมาก
เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนว่าจะผลักดันนโยบายลดภาษี เกิดขึ้นได้จริง หัวหน้าพรรค ชพก. กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะแก้ปัญหา ขอให้มีความจริงใจที่จะผลักดันนโยบายนี้ ในฐานะ รมต.คลังสามารถบัญชาการให้นโยบายนี้เป็นจริงได้ เพราะผลกระทบต่อรายได้ของรัฐก็ไม่ได้มาก ในช่วงที่รายได้ของรัฐเริ่มฟื้นตัว ถึงเวลาที่เราจะหันมาให้ความสำคัญต่อคนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนให้ได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงพื้นที่ของพรรค ชพก.ในครั้งนี้มีประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาบนสถานีรถไฟฟ้า BTS ให้ความสนใจนโยบายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และได้ร่วมสนทนากับกรณ์เป็นระยะด้วยความสนใจ
ถามว่าจะมีผลต่อรายได้ของรัฐ หรือจะทำให้เสียวินัยทางการคลังไหม นายกรณ์อธิบายว่า สำนักงบฯ ได้ประมาณการณ์ว่า ในปีงบประมาณหน้า รายได้โดยรวมของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น 2.7 แสนล้านบาท จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างมากในการสร้างความเป็นธรรมให้กับมนุษย์เงินเดือน
กรณ์ กล่าวว่า “ต้องไม่ลืมว่าบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% มานานกว่าสิบปีแล้ว ขณะที่มนุษย์เงินเดือนไม่ได้รับการช่วยเหลือมานานแล้ว ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ค่าความเป็นอยู่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่ารถไฟฟ้าไปกลับวันละร้อยกว่าบาท ถ้าใครใช้รถก็มีทั้งค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าประกัน ค่าซ่อมบำรุง ฯลฯ นี่ยังไม่รวมถึงค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน ผู้สูงอายุ”
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงเลือกใช้นโยบายลดภาษีหาเสียง หัวหน้าพรรค ชพก. กล่าวว่า หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายในลักษณะเดียวกันนี้ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 แต่พอเข้าไปร่วมรัฐบาลแล้วกลับไม่ได้ทำอะไร ทำให้ประชาชนคิดว่ามันถึงเวลาของเขาแล้วที่ควรจะได้รับความเป็นธรรม แล้วพอพรรคชาติพัฒนากล้าออกแบบนโยบายให้เข้าใจได้ง่าย เห็นชัด จับต้องได้และเขาได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน ซึ่งการตอบรับต่อนโยบายดังกล่าวถือว่าดีมาก
เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนว่าจะผลักดันนโยบายลดภาษี เกิดขึ้นได้จริง หัวหน้าพรรค ชพก. กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะแก้ปัญหา ขอให้มีความจริงใจที่จะผลักดันนโยบายนี้ ในฐานะ รมต.คลังสามารถบัญชาการให้นโยบายนี้เป็นจริงได้ เพราะผลกระทบต่อรายได้ของรัฐก็ไม่ได้มาก ในช่วงที่รายได้ของรัฐเริ่มฟื้นตัว ถึงเวลาที่เราจะหันมาให้ความสำคัญต่อคนทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนให้ได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงพื้นที่ของพรรค ชพก.ในครั้งนี้มีประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาบนสถานีรถไฟฟ้า BTS ให้ความสนใจนโยบายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และได้ร่วมสนทนากับกรณ์เป็นระยะด้วยความสนใจ






