กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมคณะผู้บริหารของพรรคฯ นำว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต เดินทางเข้าสมัคร ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กทม. พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศคึกคักมาก และพรรคชาติพัฒนากล้า มากันครบ 33 คน ซึ่งเป็นวันที่พวกเรารอคอยมานาน และไม่เกี่ยงว่าจะได้เบอร์ใด
ทั้งนี้ มั่นใจว่าประชาชนทุกคน ไม่ใช่เพียงคน กทม. รอคอยวันนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นเคาะระฆังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่สำคัญ และที่ผ่านมา ประชาชนเดือดร้อนมาก ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวของแพง ค่าครองชีพ ภาระหนี้สิน ถือเป็นเรื่องที่พรรคฯ ให้ความสำคัญ จึงออกมาเป็นนโยบายชัดเจนในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ใน 4 ปีข้างหน้า จะมีรายได้เพิ่มเข้าประเทศอย่างไร
กรณ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ทั้งสถานการณ์ต่างประเทศ ราคาข้าวของแพง การทำมาหากิน และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เหล่านี้เป็นคำถามที่ต้องมีคำตอบ นี่จึงเป็นเวลาของพรรคการเมืองที่มีความรู้ความเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจทุกระดับ ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้า มีทั้งคนรุ่นใหม่ วัยเก๋าระดับผ่านรัฐมนตรีมาแล้วจำนวนมาก และถึงจะเป็นพรรคใหม่ แต่มีบุคลากรพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเดินกันมาหลายปี เตรียมการมาเพื่อวันนี้ โดยตั้งใจและมั่นใจเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้สมัครทุกคนทำงานหนักจนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้
“การเมืองจะเปลี่ยนได้ ไม่ใช่พรรคใหม่ หรือชื่อพรรคใหม่ แต่ต้องอาศัยคนใหม่ด้วย นั้นคือสาเหตุที่พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่มียุทธศาสตร์ที่จะดึงหรือจะดูด ส.ส.จากพรรคอื่นมาเลย เราตั้งใจตั้งแต่แรกที่จะสร้างคนใหม่ การเมืองแนวใหม่ จะเกิดขึ้นได้คนต้องใหม่ ความคิดต้องใหม่” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว
ทั้งนี้ มั่นใจว่าประชาชนทุกคน ไม่ใช่เพียงคน กทม. รอคอยวันนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นเคาะระฆังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่สำคัญ และที่ผ่านมา ประชาชนเดือดร้อนมาก ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ข้าวของแพง ค่าครองชีพ ภาระหนี้สิน ถือเป็นเรื่องที่พรรคฯ ให้ความสำคัญ จึงออกมาเป็นนโยบายชัดเจนในการแก้ปัญหา นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ใน 4 ปีข้างหน้า จะมีรายได้เพิ่มเข้าประเทศอย่างไร
กรณ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า ทั้งสถานการณ์ต่างประเทศ ราคาข้าวของแพง การทำมาหากิน และราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เหล่านี้เป็นคำถามที่ต้องมีคำตอบ นี่จึงเป็นเวลาของพรรคการเมืองที่มีความรู้ความเข้าใจปัญหาเศรษฐกิจทุกระดับ ซึ่งพรรคชาติพัฒนากล้า มีทั้งคนรุ่นใหม่ วัยเก๋าระดับผ่านรัฐมนตรีมาแล้วจำนวนมาก และถึงจะเป็นพรรคใหม่ แต่มีบุคลากรพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งเดินกันมาหลายปี เตรียมการมาเพื่อวันนี้ โดยตั้งใจและมั่นใจเต็มเปี่ยมร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้สมัครทุกคนทำงานหนักจนถึงวันเลือกตั้ง 14 พ.ค.นี้
“การเมืองจะเปลี่ยนได้ ไม่ใช่พรรคใหม่ หรือชื่อพรรคใหม่ แต่ต้องอาศัยคนใหม่ด้วย นั้นคือสาเหตุที่พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่มียุทธศาสตร์ที่จะดึงหรือจะดูด ส.ส.จากพรรคอื่นมาเลย เราตั้งใจตั้งแต่แรกที่จะสร้างคนใหม่ การเมืองแนวใหม่ จะเกิดขึ้นได้คนต้องใหม่ ความคิดต้องใหม่” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว



