กรณ์ จาติกวณิช พร้อมด้วย การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความพร้อมของพรรคในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในปลายเดือนตุลาคมนี้
กรณ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมฝ่ายค้านได้รวบรวมข้อมูลมายาวนานตั้งแต่ช่วงยื่นญัตติอภิปราย และมีความพร้อม ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เตรียมผู้อภิปรายไว้หลายคน ซึ่งข้อมูลที่จะนำมาอภิปรายเปิดเผยในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนที่ได้รับฟังถึงกับอึ้ง ยืนยันว่า พรรครักษามาตรฐานของการอภิปรายไม่ไว้วางใจสูงมาโดยตลอด จะไม่ใช่การอภิปรายในเรื่องสนุกแต่เป็นหน้าที่ในการตรวจสอบตามหลักธรรมาภิบาล ยึดความถูกต้องตามกฎหมาย มุ่งเน้นไปที่ปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ยังคงเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ล้วนเป็นผลมาจากปัญหาการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

การดี กล่าวว่า หัวใจสำคัญของเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายรัฐบาลออกเป็น 3 ประเด็นหลัก คือ
1.ขีดความสามารถทางสติปัญญาของทีมผู้บริหารประเทศ
2.ขีดความสามารถในการรับมือและจัดการภัยพิบัติ รวมถึงวิกฤตการณ์ต่างๆ
3.เรื่องจริยธรรมและธรรมาภิบาล ที่รัฐบาลปฏิบัติ ซึ่งยังคงเป็นข้อแคลงใจของสังคม
ทั้งนี้ ขอตั้งคำถามเป็นข้อสังเกตไว้ 3 ประเด็น หากแปลจากคำวิชาการให้เข้าใจง่าย ก็คือเรื่อง ‘โง่ ห่วย เลว’ ซึ่งฝ่ายค้านจะขุดลึกในรายละเอียดเพื่อชี้ให้ประชาชนเห็นว่า กลุ่มบุคคลที่บริหารประเทศอยู่ในตอนนี้ มีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่

ขณะที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ยศชนันระบุพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เรื่องการทำงานของรัฐบาลในปัจจุบัน อย่างการจัดประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ประสบความสำเร็จด้วยดี ต้องชื่นชมที่ทำงานได้อย่างมีระบบและมีเสถียรภาพ รวมทั้งสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ในการทำงานตรงนี้ต้องใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จำเป็นที่จะต้องให้คนข้างนอกมองเข้ามาแล้วเห็นว่า รัฐบาลสามารถทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี จะเห็นว่า ในแต่ละงานเราเชื่อมโยงกัน และพร้อมจะสนับสนุนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าในการประชุม ครม. นายกฯ เน้นย้ำเรื่องการยกมือโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ ยศชนัน กล่าวว่า ในที่ประชุม ครม.เป็นลักษณะของการเตรียมข้อมูล ยังไม่ทราบว่า จะมีการถามในเรื่องไหน และเกี่ยวข้องกับกระทรวงไหน แต่ละกระทรวงจึงต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อเตรียมข้อมูลในการทำให้ประชาชนเกิดความกระจ่าง จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกกระทรวงภายใต้การกำกับดูแล หากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเราก็จำเป็นต้องให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ดีที่สุด




