กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นำคณะผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 2, 3, 4 และ 18 ขึ้นรถแห่ขอคะแนนพี่น้องประชาชนในพื้นที่บางคอแหลม สาทร และยานนาวา
โดยหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า จากการพบปะพี่น้องประชาชนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเขาต้องการพรรคการเมืองและนักการเมืองที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาล เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งเรื่องของแพง ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ซึ่งตรงกับชุดนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่นำเสนอ ทำให้เชื่อมั่นว่ามาถูกทาง ทั้งนี้ หลายพรรคการเมืองอาจมีนโยบายที่สร้างความหวือหวา ลด แลก แจก แถม ซึ่งมีจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ตั้งธงยุทธศาสตร์ว่า จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท ภายใน 4 ปี จึงคิดนโยบาย 12 นโยบายเฉดสี
พร้อมตัวอย่างเศรษฐกิจเฉดสีเหลือง คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่มี ‘แพลตฟอร์ม’ เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ในแต่ละปีมีการจองโรงแรมที่พัก โดยรวมปีละนับล้านลานบาท ซึ่งต้องเสียค่าการตลาดให้กับแพลตฟอร์ม หลายแสนล้านบาท ทำให้เสียโอกาสในรายได้ดังกล่าว ดังนั้น จึงควรพัฒนาแอปพลิเคชัน เป็นของเราเอง เพื่อเก็บเงินไว้ให้กับผู้ประกอบการชาวไทย นอกจากนี้ ในเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ เรามีเยอะมาก แต่ขาดการส่งเสริม เช่น ตอนนี้ ซีรีส์วาย (Series Y) ของคนไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลก หากมีการส่งเสริมผู้ผลิตคอนเทนต์เหล่านี้ จะนำไปสู่โอกาสในการขยายผล ประชาสัมพันธ์ผ่านอาหารไทย สินค้าไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นช่องทางผลักดันไปสู่ตลาดโลก และประเทศไทยก็จะมีรายได้จากการขายคอนเทนต์เหล่านั้นด้วย
ส่วนเศรษฐกิจสีเงิน เป็นนโยบายผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคฯ มองผู้สูงอายุเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ไม่ใช่ภาระ โดยมีนโยบาย ‘สูงไวไฟแรง’ ส่งเสริมผู้สูงอายุที่ยังมีไฟ ยังมีแรงที่จะทำงานต่อ จะสนับสนุนเงินชดเชยเงินเดือนให้กับผู้ประกอบการที่ว่าจ้างผู้สูงอายุ รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการพร้อมที่จะจ้างผู้สูงอายุให้ทำงานต่อไป รวมถึงมีนโยบายทางภาษีด้วย สำหรับทุกคนถึงวัยเกษียณและต้องการทำงานต่อ จะลดภาระภาษีเงินได้บุคคลให้ 50% นอกจากนี้ ยังมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้วยโครงการ อารยสถาปัตย์ อัดฉีดเม็ดเงิน 50,000 บาท ให้กับบ้านที่มีผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้น เพื่อปรับปรุงบ้านให้มีความปลอดภัย โดยตั้งเป้าภายใน 4 ปี จะซ่อมแซมบ้านให้ได้ครบ 1,000,000 หลัง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของแรงงานและผู้รับเหมา
“พรรคชาติพัฒนากล้า มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างโอกาสทำมาหากิน ลดภาระค่าใช้จ่าย ให้กับพี่น้องประชาชน โดยแก้ปัญหาที่โครงสร้าง ทั้งพลังงาน สินเชื่อ ซึ่งแม้ว่าจะต้องชนกับฐานอำนาจในบางกรณี เพื่อแก้ระบบอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยความกล้า และเราได้ทำให้ประชาชนได้เห็นมาแล้ว และก็เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว พี่น้องประชาชนจะคิดได้เองว่า แนวทางแบบไหนที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานในอนาคตต่อเขาได้มากกว่ากัน พร้อมทั้งระบุด้วยว่า เชื่อว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงจะได้เห็นผู้นำบางพรรคที่ยังไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์ผ่านเวทีดีเบท จะได้นำเสนอนโยบายต่อประชาชน ซึ่งแม้จะมีกระทบกันบ้างแต่ก็ขอให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และประชาชนได้ประโยชน์” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุ
โดยหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า จากการพบปะพี่น้องประชาชนตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกคนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พวกเขาต้องการพรรคการเมืองและนักการเมืองที่จะเข้าไปเป็นรัฐบาล เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งเรื่องของแพง ค่าน้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ซึ่งตรงกับชุดนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่นำเสนอ ทำให้เชื่อมั่นว่ามาถูกทาง ทั้งนี้ หลายพรรคการเมืองอาจมีนโยบายที่สร้างความหวือหวา ลด แลก แจก แถม ซึ่งมีจำนวนมากและมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ตั้งธงยุทธศาสตร์ว่า จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท ภายใน 4 ปี จึงคิดนโยบาย 12 นโยบายเฉดสี
พร้อมตัวอย่างเศรษฐกิจเฉดสีเหลือง คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่มี ‘แพลตฟอร์ม’ เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของการท่องเที่ยว ในแต่ละปีมีการจองโรงแรมที่พัก โดยรวมปีละนับล้านลานบาท ซึ่งต้องเสียค่าการตลาดให้กับแพลตฟอร์ม หลายแสนล้านบาท ทำให้เสียโอกาสในรายได้ดังกล่าว ดังนั้น จึงควรพัฒนาแอปพลิเคชัน เป็นของเราเอง เพื่อเก็บเงินไว้ให้กับผู้ประกอบการชาวไทย นอกจากนี้ ในเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ เรามีเยอะมาก แต่ขาดการส่งเสริม เช่น ตอนนี้ ซีรีส์วาย (Series Y) ของคนไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลก หากมีการส่งเสริมผู้ผลิตคอนเทนต์เหล่านี้ จะนำไปสู่โอกาสในการขยายผล ประชาสัมพันธ์ผ่านอาหารไทย สินค้าไทย แหล่งท่องเที่ยวไทย ซึ่งเป็นช่องทางผลักดันไปสู่ตลาดโลก และประเทศไทยก็จะมีรายได้จากการขายคอนเทนต์เหล่านั้นด้วย
ส่วนเศรษฐกิจสีเงิน เป็นนโยบายผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคฯ มองผู้สูงอายุเป็นสินทรัพย์ที่มีค่า ไม่ใช่ภาระ โดยมีนโยบาย ‘สูงไวไฟแรง’ ส่งเสริมผู้สูงอายุที่ยังมีไฟ ยังมีแรงที่จะทำงานต่อ จะสนับสนุนเงินชดเชยเงินเดือนให้กับผู้ประกอบการที่ว่าจ้างผู้สูงอายุ รายละ 5,000 บาทต่อเดือน เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการพร้อมที่จะจ้างผู้สูงอายุให้ทำงานต่อไป รวมถึงมีนโยบายทางภาษีด้วย สำหรับทุกคนถึงวัยเกษียณและต้องการทำงานต่อ จะลดภาระภาษีเงินได้บุคคลให้ 50% นอกจากนี้ ยังมีนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้วยโครงการ อารยสถาปัตย์ อัดฉีดเม็ดเงิน 50,000 บาท ให้กับบ้านที่มีผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้น เพื่อปรับปรุงบ้านให้มีความปลอดภัย โดยตั้งเป้าภายใน 4 ปี จะซ่อมแซมบ้านให้ได้ครบ 1,000,000 หลัง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องของแรงงานและผู้รับเหมา
“พรรคชาติพัฒนากล้า มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อสร้างโอกาสทำมาหากิน ลดภาระค่าใช้จ่าย ให้กับพี่น้องประชาชน โดยแก้ปัญหาที่โครงสร้าง ทั้งพลังงาน สินเชื่อ ซึ่งแม้ว่าจะต้องชนกับฐานอำนาจในบางกรณี เพื่อแก้ระบบอย่างยั่งยืน ซึ่งต้องอาศัยความกล้า และเราได้ทำให้ประชาชนได้เห็นมาแล้ว และก็เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว พี่น้องประชาชนจะคิดได้เองว่า แนวทางแบบไหนที่จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานในอนาคตต่อเขาได้มากกว่ากัน พร้อมทั้งระบุด้วยว่า เชื่อว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงจะได้เห็นผู้นำบางพรรคที่ยังไม่ได้แสดงวิสัยทัศน์ผ่านเวทีดีเบท จะได้นำเสนอนโยบายต่อประชาชน ซึ่งแม้จะมีกระทบกันบ้างแต่ก็ขอให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และประชาชนได้ประโยชน์” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุ









