กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.ฯ ในวันนี้ว่า เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติวงเงินจังหวัดละ 100 ล้านบาท ซึ่งได้มีสส.ตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรี และรัฐมนตรียืนยันว่าสามารถที่จะเบิกจ่ายงบได้ และวันนี้ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด 3 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ และอุบลราชธานี ที่เป็นจังหวัดได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อติดตามนโยบายต่างๆของรัฐบาลที่ตั้งใจเอาเงินมาช่วยเหลือฉุกเฉินพิเศษมาช่วยเหลือประชาชนการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นอย่างไร ติดขัดหรือมีปัญหาตรงไหนบ้าง และสามารถเบิกจ่ายได้จริงตามที่รัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้สดหรือไม่ นอกจากนี้ ได้เชิญสส.ในพื้นที่มารับฟัง และช่วยกันสะท้อนปัญหาให้กับทางกระทรวงมหาดไทยให้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ทราบถึงปัญหาและแนวทางในทางแก้ไขต่อไป
เมื่อถามว่า ทางแกนนำพรรคภูมิใจไทยมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบประมาณที่ใช้ดูแลประชาชนเป็นเงินบริจาคส่วนใหญ่ มีความเกี่ยวเนื่องกันด้วยหรือไม่ว่า กรวีร์ กล่าวว่า เป็นประเด็นเดียวกัน ทางรัฐบาลยืนยันว่า จะสามารถเบิกจ่ายได้ แต่ในข้อเท็จจริงหน้างานในหลายพื้นที่อำเภอ มีตัวเลขวงเงิน แต่เรื่องการเบิกจ่ายยังไม่มีการเบิกจ่ายออกมาได้มากเท่าที่ควร บางพื้นที่อาจจะมีการเบิกจ่าย หรือบางที่พื้นที่ยังไม่สามารถเบิกจ่ายได้วันนี้สิ่งที่ดูแลประชาชนกลายเป็นเงินบริจาค สิ่งของบริจาคของประชาชนด้วยกันเอง จึงอยากเชิญกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงว่าติดข้อเรื่องอะไรเพื่อเป็นแนวทางแก้ไข
ทั้งนี้ เบื้องต้นมองว่า งบฯ ทดลองจ่าย 100 ล้านบาท เพียงพอหรือไม่นั้น กรวีร์ กล่าวว่า จากที่ฟังรัฐมนตรีมาตอบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่าจะให้ไปก่อนอำเภอละ 5 แสนบาท ซึ่งต้องฝากคำถามไปยังรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยว่า เคยไปดูในพื้นที่หรือไม่ 5 แสนบาท คนที่มาอยู่ วันเดียวก็หมดแล้ว จึงอยากให้แนวทางในการช่วยเหลือประชาชนตามศูนย์อพยพต่างๆ ได้สะท้อนกับค่าใช้จ่ายจริงตามที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ต้องพึ่งพางบหรือของบริจาคจากที่อื่น และเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลที่ต้องเอางบมาแก้ไขปัญหาและดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ดีที่สุด
ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร ยังเปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญกรมการปกครอง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หลังจากมีข่าวว่าจะมีการจัดแข่งขันโป๊กเกอร์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในที่ประชุมของกรรมาธิการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ทราบข่าวว่า จะมีการจัดแข่งขันโป๊กเกอร์ในวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งเราเข้าใจว่า ยังเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่ จึงได้เชิญกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงในวันพุธที่ผ่านมา (30 ก.ค.) ซึ่งทางกรรมาธิการได้มีการสอบถามว่า ได้มีการขอใบอนุญาตจากใครหรือยัง ซึ่งทางผู้จัดก็ชี้แจงว่า ยังไม่ได้ และได้ถามไปในที่ประชุมกับอธิการว่า จะทำอย่างไรต่อ ซึ่งทางผู้จัดก็ระบุว่า จะเลื่อนไปก่อน แต่เลื่อนเพียงแค่หนึ่งวันเท่านั้น จากวันที่ 30 ก.ค. เป็นวันที่ 31 ก.ค. ทางกรรมาธิการก็ได้ถามกลับไปว่าทราบได้อย่างไรว่า จะได้ใบอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทยได้ทันเวลา เพราะในวันที่มีการประชุมก็ยังไม่ได้รับใบอนุญาต
“แต่ปรากฏว่า เกิดอิทธิฤทธิ์อิทธิเดช เกิดเป็นโป๊กเกอร์ส่งด่วนขึ้นมา โดยวันที่ 30 ก.ค. ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีการเซ็นยกเลิกคำสั่ง ของกระทรวงในปี พ.ศ.2501 และประกาศให้อนุญาตจัดแข่งขันโป๊กเกอร์ ซึ่งตรงนี้ ผมก็มองว่า เป็นประเด็นที่จะต้องติดตามต่อไปว่า แนวทางในการป้องกันปัญหา เพื่อไม่ให้การพนันเกิดขึ้นในประเทศไทย และทางกระทรวงมหาดไทยจะเอาอย่างไรกันแน่”
— กรวีร์ กล่าว
กรวีร์ กล่าวต่อว่า อาจจะมองว่าเป็นเกมส์การแข่งขันกีฬา แต่ข้อมูลที่เราได้รับมาพบว่าการพนันเกิดขึ้นในการจัดแข่งขันโป๊กเกอร์ ซึ่งเรามีเอกสารและหลักฐานต่างๆ มีเงินรางวัลให้กับผู้ที่สนใจแทงพนันผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ โดยมองว่า เรื่องนี้ควรจะต้องส่งถึงกระทรวงมหาดไทย พร้อมเน้นย้ำว่า อยากจะเห็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวไทยบริเวณชายแดนรวดเร็วเหมือนกับการอนุมัติให้เกิดการเล่นพนันโป๊กเกอร์ในประเทศไทยจึงอยากขอฝากไปถึงภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในเรื่องนี้ด้วย




