ภูมิทัศน์ การเมืองอันดามัน ดูประหนึ่งถูกจัดวางไว้อย่างสงบนิ่งและเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ภายใต้ค่ายสีน้ำเงิน
แต่จู่ๆ แรงกระเพื่อมระลอกใหญ่ก็ผุดขึ้นจากระดับรากหญ้า เมื่อ มะโน เครือแก้ว หรือ "กำนันมะโน" กำนันตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ผู้นำท้องที่ระดับ "สิงห์เล็ก" สังกัดกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นมาสวมบทบาทแม่ทัพนำขบวนคาร์ม็อบ ภายใต้ชื่อ กลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปผ.)
เคลื่อนคาราวานรถยนต์และรถบรรทุก จาก สี่แยกควนหนองหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ราคาน้ำมันแพง
กำนันมะโน ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนที่เคยมีส่วนร่วมกับกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) คัดค้าน ร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ (SEC) และโครงการ "แลนด์บริดจ์" ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ระดับเรือธงของรัฐบาลมาแล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ ฝ่ายปกครอง จังหวัดกระบี่ มีคำสั่งว่ากล่าวตักเตือนในประเด็นวินัยไม่ร้ายแรง ฐานละทิ้งพื้นที่ปฏิบัติราชการโดยมิได้รายงานผู้บังคับบัญชา
ปรากฏการณ์ "สิงห์ขบถ" ที่เปิดหน้าท้าทายศูนย์กลางอำนาจรัฐอีกครั้ง กลายเป็นภาพสะท้อนชวนคิดถึงสภาพแวดล้อมทางการเมืองของ จังหวัดกระบี่ ที่การเมืองระดับชาติและท้องถิ่นถูกหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว กันจนแทบไร้รอยต่อนั้นจริงหรือไม่
ถอดรหัส 'ภูมิใจไทย' โค่น 'ประชาธิปัตย์กระบี่'
หากมองย้อนกลับไปในการเมืองระดับชาติ จังหวัดกระบี่ เคยเป็นดินแดนที่ พรรคประชาธิปัตย์ ยึดครองไว้อย่างยาวนานจนเปรียบเสมือน "เสาไฟ" ที่ไม่มีวันโค่น แต่ตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2566 พรรคภูมิใจไทย สร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการกวาดที่นั่ง สส. ยกจังหวัดทั้ง 3 เขต ล้มแชมป์เก่าราบคาบ
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการวางหมากเชิงยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่าง ขุมพลังระดับชาติ เข้ากับ เครือข่ายระดับท้องถิ่น จนสามารถเอาชนะอดีตเจ้าของพื้นที่ได้อย่างเด็ดขาด
สะท้อนให้เห็นว่าความภักดีต่อพรรคการเมืองดั้งเดิมของชาวปักษ์ใต้ ได้แปรเปลี่ยนไปสู่การเลือกกลุ่มอำนาจที่ตอบสนองต่อการบริหารในพื้นที่และจัดสรรทรัพยากรการพัฒนาได้ชัดเจนกว่า
สแกนขุมกำลังผู้แทน 'กระบี่สีน้ำเงิน'
เมื่อพิจารณาภูมิหลังของบรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ใน กระบี่ จะพบจุดร่วมที่เด่นชัด คือ การเติบโตขึ้นมาจากรากฐานการเมืองท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่น
ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ สส. เขต 2 ขยับขึ้นมาจากตำแหน่ง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) กระบี่ ซึ่งสั่งสมฐานเสียงผ่านการดูแลปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านระดับตำบลและหมู่บ้านมาหลายปี
ถิรเดช นำเครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมาแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงเอาชนะอดีต สส.ประชาธิปัตย์ ไปอย่างขาดลอย
ด้าน โกขุน-กิตติชัย เอ่งฉ้วน สส. เขต 3แม้จะสืบเชื้อสายมาจากตระกูล "เอ่งฉ้วน" ที่สร้างชื่อเสียงร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์ มายุคสมัยของ อาคม เอ่งฉ้วน แต่ กิตติชัย เลือกที่จะร่วมงานกับ พรรคภูมิใจไทย โดยสั่งสมบทบาทจากการเป็น รองนายก อบจ.กระบี่ ทำหน้าที่วางแผนบริหารโครงการพัฒนาจังหวัด
ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้ลงสมัครและก้าวสู่ตำแหน่ง สส. เพื่อขับเคลื่อนงานสาธารณสุขและงบประมาณพัฒนาพื้นที่
ขณะที่ กิตติ กิตติธรกุล สส. เขต 1 อดีตเลขานุการนายก อบจ.กระบี่ และผู้จัดการทีมสโมสรฟุตบอลกระบี่ เอฟซี มีสถานะเป็นหลานชายสายตรงของ สมศักดิ์ กิตติธรกุล ชัยชนะของ กิตติ คือ บทพิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของ สายตระกูลกิตติธรกุล ที่สามารถสยายปีกครอบคลุมพื้นที่เมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้อย่างเบ็ดเสร็จ
'โกหงวน' มังกรอันดามัน 8 สมัย
แกนกลางแห่งจักรวาลการเมืองกระบี่ผูกติดอยู่กับบุคคลชื่อว่า สมศักดิ์ กิตติธรกุล หรือ "โกหงวน" เจ้าของฉายา "มังกรทะเลอันดามัน" ครองตำแหน่งนายก อบจ.กระบี่ ติดต่อกันยาวนานถึง 8 สมัย แบบไร้คู่ต่อสู้ที่สูสี
โดยในการเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อต้นปี 2568 เขายังคงได้รับความไว้วางใจจากชาวกระบี่ด้วยคะแนนท่วมท้น
บารมีของ ตระกูลกิตติธรกุล หยั่งรากลึกมาตั้งแต่รุ่นบิดา คือ ซิ้น กิตติธรกุล อดีตกำนันตำบลอ่าวนาง และประธานสภาจังหวัด 5 สมัย ก่อนจะขยายอาณาจักรธุรกิจโรงแรมบนเกาะพีพี และขับเคลื่อนเครือข่ายกีฬาผ่านสโมสรกระบี่ เอฟซี จนกลายเป็น "บ้านใหญ่กระบี่" ที่ส่งบุตรสาวอย่าง ศศิธร กิตติธรกุล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
โครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ตระกูลกิตติธรกุล กับ พรรคภูมิใจไทย ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยมี เนวิน ชิดชอบ ประสานงานร่วมกับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ ขุนพลภาคใต้ของพรรค
ประสานอำนาจกับ โกหงวน ในฐานะผู้นำ อบจ.กระบี่ 8 สมัย และเชื่อมโยงไปสู่ผู้แทนในระดับสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นปึกแผ่น
ความสัมพันธ์อันแนบแน่นนี้ย้อนรอยไปได้ตั้งแต่ยุค พรรคไทยรักไทย เมื่อครั้งที่ เนวิน ได้รับมอบหมายให้ลงมาปูฐานอำนาจในภาคใต้ การจับมือเป็นพันธมิตรระหว่าง บ้านใหญ่บุรีรัมย์ กับ บ้านใหญ่กระบี่ ยังคงยืนยงสืบเนื่องมาจนถึงยุค พรรคภูมิใจไทย โดยมี พิพัฒน์ เป็นแม่ทัพขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน
สภาพการณ์ทางการเมืองของจังหวัดกระบี่ในปัจจุบัน จึงดำเนินไปภายใต้สองภาพสะท้อนที่ตัดกันอย่างชัดเจน
ภาพแรก คือ "ปราการเหล็กอันมั่นคง" ของ พรรคภูมิใจไทย และ ตระกูลกิตติธรกุล ที่สามารถผูกขาดเก้าอี้บริหารท้องถิ่น อบจ.กระบี่ มาได้ยาวนานถึง 8 สมัย ควบคู่ไปกับการกวาด สส. ยกจังหวัดแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
การผนึกกำลังระหว่างสายสัมพันธ์ทางการเมือง ยุคไทยรักไทย ของ เนวิน ชิดชอบ อำนาจบริหารของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ และบารมีท้องถิ่นของ โกหงวน ทำให้ กระบี่ กลายเป็นป้อมค่ายสีน้ำเงินที่ยากจะมีพรรคการเมืองใด เจาะทะลวงได้ในสนามเลือกตั้ง
แต่อีกภาพหนึ่ง การขยับตัวของ "กำนันมะโน" แห่งกระบี่น้อย เป็นเสมือน "คลื่นใต้น้ำ" ที่ก่อตัวขึ้นจากในพื้นที่






