‘ก้าวไกล’ ถล่ม ‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ขอตัดงบฯ จัดซื้ออาวุธหนัก

22 มี.ค. 2567 - 13:33

  • ‘สภาฯ’ ลุยถกงบฯ ปี 67 วันสุดท้าย ‘ก้าวไกล’ เปิดฉากถล่ม ‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’

  • ขอตัดงบฯ จัดซื้ออาวุธหนัก ถามเอาไปใช้กับใคร ติงเช่ารถแพงเกินจริง

  • บ่นงบฯ อาสาสมัครตำรวจได้น้อย ชงปรับลด 5 เปอร์เซ็นต์

Last_day_for_consideration_of_the_draft_2024_budget_bill_SPACEBAR_Hero_34da102f6c.jpg

เดินทางมาถึงวันที่ 3 หรือวันสุดท้ายของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วาระ 2 เรียงตามรายมาตรา จำนวน 41 มาตรา ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 67 พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมี พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม

สำหรับการประชุมวันนี้ เปิดฉากด้วยการพิจารณามาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี จำนวน 35,434,895,500 บาท

พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย สงวนความเห็นขอตัดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ลง 3 เปอร์เซ็นต์ 1,781 ล้านบาท โดยอภิปรายว่า งบประมาณเพื่อจัดซื้ออาวุธหนักเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือย

ประกอบด้วยปืนซุ่มยิ่งระยะไกล หรือ สไนเปอร์ 10 ชุด 15.5 ล้านบาท, ปืนกล พร้อมอุปกรณ์ 20 ชุด 72 ล้านบาท, ปืนกลมือขนาด 9 มม. 4,000 กระบอก พร้อมอุปกรณ์ 104 ล้านบาท, ปืนเล็กสั้น ขนาด 5.56 มม. จาก 3 โครงการ 2,000 กระบอก 274 ล้านบาท, รถปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยในการชุมนุม (จีโน่) 5 คัน 87 ล้านบาท และค่าซ่อมแซมรถฉีดน้ำแรงดันสูงควบคุมฝูงชน (จีโน่) ที่ชำรุด 5 คัน 47 ล้านบาท รวม 599.5 ล้านบาท

ถามว่าตำรวจมีอาวุธได้หรือไม่ ตอบว่า มีได้ แต่ข้อเท็จจริงต้องดูว่า ตำรวจใช้อาวุธเหล่านี้กับใคร ด้วยจุดประสงค์อะไร และถือครองไว้จำนวนเท่าไหร่ เราต้องไม่ปล่อยให้ตำรวจตกเป็นเครื่องมือของรัฐ ผลักสังคมไปอยู่ในความรุนแรงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จากการสะสมอาวุธสงครามมากมาย

พนิดา มงคลสวัสดิ์

จากนั้น ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ กรรมาธิการ (กมธ.) สัดส่วนพรรคก้าวไกล อภิปรายสงวนความเห็นปรับลดงบประมาณในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ ว่า การจัดสรรงบประมาณของตำรวจ มีปัญหาต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งที่เป็นภารกิจหลักของตำรวจ หากเราพิจารณางบฯ ของ ตร.ในปีนี้ หรือหลายปีที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจาการได้รับงบประมาณน้อยเกินไป แต่เกิดจากการตั้งใช้งบประมาณกับบางอย่างที่เกินจริง ให้ความสำคัญผิดสัดส่วน

ยกตัวอย่าง ค่าน้ำมันของสายตรวจที่ได้เดือนละ 7,000 บาท หากเป็นจักรยานยนต์จะได้เดือนละ 3,500 บาท ทั้งที่ต้องใช้ขับลาดตระเวนทั้งวัน ทำให้ตำรวจต้องลดการลาดตระเวน หรือใช้วิธีการตรวจเมื่อมีการแจ้งเหตุแทน และยังต้องออกค่าน้ำมันส่วนเกินเอง

ขณะที่โครงการอื่นๆ เช่น โครงการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ หรือ จิตอาสา 904 ที่มีงบประมาณ 157 ล้านบาท กลับได้ค่าน้ำมันอย่างไม่ขัดสน แค่รับส่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ค่าน้ำมันเที่ยวละ 1,000 บาท ไปกลับตกวันละ 2,000 บาท นอกจากนี้ จิตอาสา 904 ยังมีค่าน้ำมันในกิจกรรมสร้างจิตสำนึกปีละ 3.32 ล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 2.7 แสนบาท หากเทียบกับตำรวจสายตรวจที่ต้องวิ่งตรวจความปลอดภัยทั้งวัน จิตอาสา 904 ก็ยังได้ค่าน้ำมันมากกว่าตำรวจเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์

ณธีภัสร์ กล่าวด้วยว่า งบประมาณอีกส่วนที่ตั้งไว้สูงคือ ค่าเช่ารถ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีรถจำนวนมาก ทำให้ค่าเช่าย่อมสูงตามไปด้วย ปีนี้ 3,000 กว่าล้านบาท โดยที่ค่าเช่ารถในแต่ละปี มีราคาสูงกว่าความเป็นจริงมาก

ยกตัวอย่าง รถที่เช่าอยู่ 2 รุ่น คือ โตโยต้าแคมรี่ จากโครงการบริการประชาชน ที่เช่าอยู่ 215 คัน ค่าเช่าเดือนละ 37,630 บาทต่อคัน แต่ความเป็นจริงให้เช่าในราคา 30,700 บาท เท่ากับตำรวจเช่าแพงถึง 20% ส่วนรถเบนซ์ เอส 350 จากโครงการถวายความปลอดภัย เช่าอยู่ 8 คัน ค่าเช่าเดือนละ 165,500 บาทต่อคัน แต่ความเป็นจริงเช่าในราคา 137,116 บาท เท่ากับตำรวจเช่าแพงกว่า

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์

กรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่จำเป็น และขอทุกปี ซึ่งสิ่งที่ควรลดหรือตัดออกไป คือ ค่าตอบแทนอาสาสมัครตำรวจบ้าน 26.24 ล้านบาท ทั้งนี้ เข้าใจว่าภารกิจของตำรวจมีมากและจำเป็นที่จะต้องมีอาสาสมัครมาช่วยเหลือ แต่อาสาสมัครเหล่านี้มี 10 คนต่อสถานีตำรวจ ค่าตอบแทนที่ให้กับอาสาสมัครนี้ เบิกงบต่อคนต่อปีแค่ 1,800 บาท และเป็นเพียงสินน้ำใจ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นสินน้ำใจการทำงานทั้งปีแล้วได้เพียงนี้ สิ่งแรกที่ตำรวจต้องทำคือต้องแจ้งข้อหาตัวเองก่อนเลย ที่ให้ค่าแรงที่น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

หรือถ้าไม่จัดการเรื่องนี้ ก็ควรหางบมาทำเป็นหลักแหล่งชัดเจน หวังว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะตัดลดงบฯ เพื่อให้กำลังพลได้มีบ้านพักอาศัยที่ดี มีสวัสดิการ และน้ำมันเพียงพอ เมื่อการจัดสรรงบไม่เป็นผลแบบนี้ ผมขอปรับลดทั้งหมด 5%

กรุณพล เทียนสุวรรณ

ขณะที่ ธเนศ เครือรัตน์ สส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.ฯ ชี้แจงว่า โครงการจัดซื้อปืนซุ่มยิงระยะไกล ปืนกล ปืนเล็ก ทั้งหมด 6,030 กระบอก สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ใช้งบฯ ตั้งแต่ปี 64 มาจัดซื้อในปี 67 เนื่องจากขณะนั้นเป็นช่วงโควิดฯ จัดซื้อไม่ทัน จึงมาจัดซื้อในปีนี้ ซึ่งทางอนุ กมธ.ก็ไม่ได้ตัดลดในส่วนนี้ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงว่า ได้ส่งมอบและเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว สำหรับค่าน้ำมันนั้น ทางคณะ กมธ.ทำเป็นข้อสังเกตให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดสมดุล ระหว่างรถประจำตำแหน่งและรถสายตรวจแล้ว

ทั้งนี้ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามคณะ กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข ด้วยคะแนน 259 ต่อ129 และไม่ออกเสียง 2 เสียง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์