ฝ่ายกฏหมาย ‘ศักดิ์สยาม’ โต้ ‘ก้าวไกล’ ให้ข้อมูลเท็จ ปมบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน

26 ก.ค. 2566 - 15:48

  • ฝ่ายกฎหมาย ‘ศักดิ์สยาม’ โต้ ‘ปกรณ์วุฒิ’ พรรคก้าวไกล ให้ข้อมูลเท็จ

  • ยันพ้นจาก ‘หุ้นบุรีเจริญฯ’ ตั้งแต่ 6 ก.พ. 2561 ก่อนเลือกตั้งปี 2562

  • ชี้ปูดปม ‘หนี้ 38 ล้าน’ เข้าใจคลาดเคลื่อน ปัดเป็นนิติกรรมอำพราง

  • พร้อมแจงส่งเอกสารกว่า 1,500 หน้า ถึงศาล รธน.

legal_department_of_Saksiam_responded_to_member_of_MFP_SPACEBAR_Hero_a6f49397c0.jpeg
ตฤณ แก่นหิรัญ ฝ่ายกฎหมายของ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงกรณี ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตว่า ศักดิ์สยาม ยังคงมีหนี้คงค้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น จำนวน 38 ล้านบาท ในวันเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และไม่ได้ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการปราบปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า การแถลงข่าวเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่า ศักดิ์สยาม ยังคงเป็นเจ้าของกิจการใน หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน นั้นเป็นความเท็จทั้งสิ้น 
  
“ความจริงคือนายปกรณ์วุฒิ ทราบดีว่า นายศักดิ์สยาม ได้จำหน่ายจ่ายโอนหุ้นใน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และขาดจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.61 ปรากฏตามหนังสือรับรองและสำเนาคำร้องขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ลงวันที่ 6 ก.พ.61 ซึ่งเป็นเอกสารที่นายปกรณ์วุฒิ นำส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง” ฝ่ายกฎหมายของ ศักดิ์สยาม ระบุ  
  
ดังนั้น หนี้จำนวน 38 ล้านบาท ที่ปรากฏในเอกสารงบการเงินของ หจก.บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ประจำปี 2562 นั้นย่อมหมายถึงบุคคลที่มีชื่อเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ในขณะนั้น ซึ่งไม่ใช่ ศักดิ์สยามดังนั้น ศักดิ์สยาม จึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินในหนี้เงินจำนวนดังกล่าวต่อ ป.ป.ช.แต่อย่างใด เนื่องจากในขณะที่ ปกรณ์วุฒิ แถลงข่าวนั้น ปกรณ์วุฒิ ได้ยอมรับข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่ได้แถลงข่าวนั้น เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของตนเท่านั้น จึงเป็นการยืนยันในข้อเท็จจริงที่ไม่มีอยู่จริง และขัดแย้งต่อพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดีทั้งของในศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช. 
  
“ส่วนหนี้จำนวน 38 ล้าน ที่นายปกรณ์วุฒิ อ้างนั้น เป็นการคลาดเคลื่อน ไม่ใช่นิติกรรมอำพราง เพราะเกิดขึ้นในปี 62 ซึ่งนายศักดิ์สยาม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งในขณะนั้น หุ้นส่วนผู้จัดการของ หจก.ดังกล่าว มี 2 คน ซึ่งตนไม่สามรารถเปิดเผยรายชื่อได้ เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนจะเป็นหนี้ของใครต้องไปสอบถามกันเอาเอง” ฝ่ายกฎหมายของ ศักดิ์สยาม ระบุ  
  
เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้ชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรบ้าง ฝ่ายกฎหมายของ ศักดิ์สยาม ระบุว่า ได้ชี้แจงครบถ้วนทุกประเด็นผ่านเอกสารจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,500 หน้า อีกทั้งเป็นเอกสารมหาชน ที่สามารถตรวจสอบได้ ส่วน ป.ป.ช.ก็ชี้แจงไปครบถ้วน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์