เหตุการณ์การสังหารลิม กิมยา นักการเมืองชาวกัมพูชา-ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เปิดเผยเครือข่ายการเมืองข้ามชาติที่ซับซ้อนและมีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง
ลิม กิมยา อดีตสมาชิกพรรคกู้ชาติกัมพูชา (CNRP) ที่ถูกยุบในปี 2560 เป็นหนึ่งในนักวิพากษ์วิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาที่สุดต่อรัฐบาลฮุน เซน โดยเฉพาะในประเด็น ‘เกาะกูด’ หรือที่เขมรเรียกว่า ‘เกาะกจ’ ที่เขาเชื่อว่าฮุน เซนจะส่งมอบให้ไทยเพื่อแลกผลประโยชน์ผ่าน MOU 44
การสืบสวนเผยให้เห็นเครือข่ายที่ซับซ้อนซึ่งมี เอกลักษณ์ อดีตนาวิโยธินไทย วัย 41 ปี เป็นมือปืน ขณะที่ ลี รัตนรัศมี ชื่อไทย สมหวัง บำรุงกิจ อดีตที่ปรึกษาของฮุน เซน ถูกระบุว่าเป็น ‘ผู้บงการ’
รายละเอียดที่น่าสนใจคือ ลี มีประวัติเดินทางข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาถึง 100 ครั้งใน 2 ปี และมีการโอนเงิน 60,000 บาทเข้าบัญชีของเอกลักษณ์ก่อนเหตุการณ์ และมีพยานระบุว่าลีเป็นผู้ชี้เป้าให้กับมือปืน
คลิปเสียงที่เปลี่ยนทุกสิ่ง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสำนักข่าวอัลจาซีราเผยแพร่คลิปเสียงที่ชัดแจ๋ว ซึ่งอ้างว่าเป็นเสียงของฮุน เซนที่สั่ง ‘เคลียง ฮวด’ให้ตามล่าคนเห็นต่างในไทยโดยไม่สนใจว่าจะจับได้เป็นหรือตาย
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในคลิปเสียงดังกล่าวยังมีการสั่งให้ร่วมมือกับ ‘เสื้อแดง’ (กลุ่มสนับสนุนทักษิณ ชินวัตร) ในการดำเนินการ ซึ่งเปิดเผยให้เห็นถึงมิติการเมืองข้ามชาติที่ซับซ้อนและเชื่อมโยงกันระหว่างกลุ่มการเมืองในทั้งสองประเทศ แน่นอนว่าฮุน เซนและรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดอย่างเด็ดขาด
ผลกระทบที่กระเทือนทั้งสองประเทศ
ความตึงเครียดจากคดีนี้ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยื่นแจ้งความดำเนินคดีกับฮุน เซนโดยอ้างหลักฐานจากคลิปเสียง แต่ทางฮุนเซนก็ปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และไม่รับกฎหมายไทยด้วย
ผลกระทบทางเศรษฐกิจก็ตามมา เมื่อเกิดการปิดพرมแดนบางส่วน ทำให้ไทยเสียรายได้ถึง 70,000 ล้านบาท ในขณะที่กัมพูชาเผชิญกับแรงกดดันทางการเงินจากสหรัฐฯ ซึ่งให้ความร่วมมือกับไทยในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมและสืบสวนกลุ่ม Huione Group ที่เชื่อมโยงกับฮุน เซน
องค์กรสิทธิมนุษยชนHuman Rights Watch (HRW) และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล วิจารณ์การฆาตกรรมนี้ว่าเป็น การข่มขู่นักเคลื่อนไหวและเรียกร้องให้ไทยสืบสวนอย่างเป็นธรรม
ในขณะเดียวกัน สม รังสี อดีตหัวหน้า CNRP เปรียบเทียบคดีนี้กับการฆาตกรรม Kem Ley ในปี 2559 และกล่าวหาฮุน เซนว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารนักการเมืองฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง
เมื่อตระกูลการเมืองถึงจุดวิกฤต
คดีลิม กิมยาเปิดเผยให้เห็นถึงความซับซ้อนของ ‘ตระกูลการเมือง’ ที่ข้ามพรมแดน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลชินวัตร (ไทย) และตระกูลฮุน (กัมพูชา) ที่อาจต้องทบทวนใหม่ ฝ่ายค้านไทยเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรการรุนแรง ต่อฮุน เซน และตรวจสอบเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับ ‘เสื้อแดง’ ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาพยายามควบคุมข้อมูลข่าวสารโดยการปิดเว็บไซต์ Radio Free Asia และจำกัดการเข้าถึงข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชี้ว่า การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงจากความสัมพันธ์ตระกูลต่อตระกูล เป็นความสัมพันธ์รัฐต่อรัฐ ที่โปร่งใสและเป็นธรรม
การกดดันจากประชาคมโลก รวมถึงสหรัฐฯ และองค์กรสิทธิมนุษยชน อาจเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่ยังต้องเผชิญกับอุปสรรคจากอำนาจการเมืองและความลับของเครือข่ายอาชญากรรมที่หยั่งรากลึกคุกคามอยู่ต่อไป




