เมื่อการพิจารณา “งบประมาณปี 2570” เดินไม่ทันนาฬิกาการเมือง คำถามจึงไม่ได้มีแค่ว่าจะจบการพิจารณาเมื่อไหร่ แต่คือเหตุใดเวลาของสภาฯ จึงกำลังถูกลากยาว ในจังหวะที่ยังมีวาระสำคัญของ กกต. รออยู่ถัดไป งานนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของจำนวนมาตราที่ต้องอภิปราย หากแต่เป็นเกมที่ทุกนาทีอาจมีความหมาย
ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยระบุว่า ตามแผนการพูดคุยกันไว้ การพิจารณางบประมาณจะต้องจบภายในวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลา 16.00 น. ที่ประชุมเพิ่งพิจารณาได้เพียงมาตราเดียว คือมาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ทำให้มองว่าหากจะให้การพิจารณาจบภายในวันนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ในฐานะฝ่ายค้านยังพยายามเรียกร้องให้การพิจารณาเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเดินหน้าพิจารณางบประมาณให้เสร็จสิ้น
สถานการณ์เปลี่ยนตลอด เหตุเพิ่มชื่ออภิปรายทำเวลายืด
ภคมน กล่าวว่า สถานการณ์ในที่ประชุมสภาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากไม่ได้มีกติกาตั้งแต่แรกว่าจะต้องปิดการลงชื่ออภิปราย ทำให้มีการเพิ่มชื่อผู้ขออภิปรายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยประเมินว่าการพิจารณาแต่ละมาตราอาจใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง บางมาตรากลับใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง
“เดี๋ยวก็ต้องรอดูค่ะ เพราะว่าถ้าพูดกันตรงๆ สถานการณ์เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากว่าในที่ประชุมสภา เราไม่ได้มีกติกากันตั้งแต่แรกว่าจะต้องมีการปิดการลงชื่อ ดังนั้น มีการเพิ่มชื่อกันตลอด จากที่เคยประเมินไว้ว่ามาตรานี้ 2 ชั่วโมง กลายเป็น 3-4 ชั่วโมงก็มีค่ะ”
ตั้งข้อสังเกต “เจตนาทางการเมือง” อาจอยู่เบื้องหลัง
เมื่อถามถึงกรณี สส.รัฐบาล อภิปรายเป็นจำนวนมาก ภคมน กล่าวว่า การตรวจสอบงบประมาณและการให้กำลังใจกระทรวงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เห็นว่าไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามี “เจตนาทางการเมือง” ที่อาจพยายามไม่ให้การพิจารณางบประมาณจบลงภายในกรอบเวลาที่กำหนด
ภคมน อธิบายว่า ตามแผนเดิม วันพรุ่งนี้จะมีการพิจารณาญัตติเกี่ยวกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนเข้าสู่การพิจารณารายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนั้น หากมีความพยายามไม่ให้การพิจารณางบประมาณจบภายในวันนี้ ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถเข้าสู่การอภิปรายรายงาน กกต. ได้
“ดังนั้น ถ้ามีความพยายามที่จะไม่ให้การประชุมงบประมาณจบภายในวันนี้ ดิฉันคิดว่าคุณกำลังหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการอภิปรายรายงาน กกต. ซึ่งประชาชนทุกคนน่าจะเห็นตรงกันว่ามันมีเจตนาแบบนั้นอยู่”
ฝ่ายค้านพร้อมไปต่อวันศุกร์ หากถกงบฯ ยังไม่จบ
สำหรับแนวทางแก้เกม ภคมน กล่าวว่า หากเป็นการให้เวลาเพื่อพิจารณางบประมาณอย่างเต็มที่ ฝ่ายค้านไม่ได้ขัดข้อง แต่เนื่องจากวาระปกติของสภาถูกกำหนดไว้แล้ว ฝ่ายค้านจึงเสนอให้พิจารณางบประมาณต่อในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 2569 เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และความต้องการของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล
แต่หากมีความพยายามเปลี่ยนแปลงวาระปกติของวันพรุ่งนี้ ก็จะยิ่งสะท้อนว่าอาจมีความพยายามยื้อวาระงบประมาณ และทำให้กระทบต่อการอภิปรายรายงาน กกต.
ปูด กกต.ส่งข้อความขอไม่ให้กระทบกระทั่งถึง 14 ก.ย.
ภคมน ยังเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับมาว่า มีข้อความจากหน่วยงาน กกต. แจ้งขอไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกับ กกต. จนถึงวันที่ 14 ก.ย. โดยระบุว่า หากสามารถปกป้อง กกต. ได้ การพูดคุยกันหรือความต้องการบางอย่างก็อาจเป็นไปอย่างราบรื่น
“ดิฉันทราบมานะคะ จะจริงไม่จริง ท่านใดจะออกมาตอบโต้ หรือแจ้งข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งก็ยินดีนะคะ ดิฉันทราบมาว่ามีข้อความจากหน่วยงาน กกต. แจ้งมาว่า ขอไม่ให้มีการกระทบกระทั่ง กกต. จนถึงวันที่ 14 ก.ย. และหากสามารถปกป้อง กกต. ได้ การพูดคุยกันหรือความต้องการบางอย่างก็อาจจะราบรื่นค่ะ”
จับตา 229 คน ย้ำอย่าเพิ่งสรุปท่าที กกต.
เมื่อถามว่า สถานการณ์ดังกล่าวหมายความว่า 229 คน อาจไม่ถูกลงมติหรือไม่ ภคมน กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า กกต. จะตัดสินใจอย่างไร แต่ต้องการให้สาธารณชนช่วยกันจับตา “เจตนาทางการเมือง”
ภคมน กล่าวว่า หากต้องการให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดี ก็ควรปล่อยให้เรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระปกติ และรอดูว่า กกต. จะดำเนินการหรือตัดสินใจอย่างไร แต่หากมีความพยายามไม่ให้เรื่องไปถึงการอภิปรายรายงานของ กกต. ก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่มากเกินไป และอาจส่อถึงความพยายามปกป้อง กกต. มากเกินควร
ย้ำฝ่ายค้านไม่ขวางงบฯ ขอแค่เดินหน้าตามวาระ
ส่วนกรณีถูกตั้งคำถามว่าเป็นการนำงบประมาณของประเทศมาเดิมพันกับ กกต. และผลประโยชน์ของตัวเองหรือไม่ ภคมน กล่าวว่า หากใครจะคิดเช่นนั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดได้ แต่ย้ำว่าหากรัฐบาลต้องการแสดงความจริงใจในการพิจารณางบประมาณ ก็ควรเปิดโอกาสให้ผู้แทนราษฎรได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และหลากหลาย
“ถ้าไม่จบ ไปต่อวันศุกร์ พวกเราฝ่ายค้านยินดี”
เกมอภิปรายงบประมาณ 2570 จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องตัวเลขและรายละเอียดรายมาตราเท่านั้น แต่กำลังถูกจับตาในฐานะ “จังหวะเวลา” ที่อาจเชื่อมโยงกับวาระสำคัญของสภา โดยเฉพาะรายงาน กกต. และกรณี 229 คนจากคดี “ฮั้ว สว.” ขณะที่ฝ่ายค้านยืนยันว่าไม่ได้ขัดข้องหากต้องใช้เวลาพิจารณางบประมาณเพิ่ม เพียงขอให้ทุกอย่างเดินหน้าไปตามวาระปกติ และเปิดพื้นที่ให้การตรวจสอบเกิดขึ้นอย่างเต็มที่




