วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นครั้งที่ 7/ 2569 เพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ที่ให้ยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขัน พนักงานส่วนท้องถิ่นเดิม และประกาศบัญชีใหม่ ปี 68 หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) วานนี้ (5 ส.ค.) สรุปตัวเลขผลการสอบแข่งขันและการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขัน บรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 พบ จากผู้สมัครสอบทั้งหมด 438,277 คน มีผู้เข้าสอบจริง 279,949 คน โดยได้รับการขึ้นบัญชี 55,193 คน ในจำนวนนี้แยกเป็นผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริต 49,274 คน กับผู้ที่สอบโดยมีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน

ที่ประชุม ก.กลาง ใช้เวลาการพิจารณานานเกือบ 5 ชั่วโมง จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมได้เปิดเผยว่าที่ประชุม ก.กลาง มีมติยึดตามมติ กสถ.
โดยวันพรุ่งนี้ (7 ส.ค.) จะมีการประกาศบัญชีใหม่ผู้ที่ผ่านการสอบ ส่วนคนที่ทุจริตการสอบจะถูกส่งข้อมูลพร้อมแนวทางปฏิบัติไปยังจังหวัดที่มีการบรรจุในวันจันทร์นี้ (10 ส.ค.) โดยมีความเห็นตรงกันว่า จาก ก.จังหวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการประชุมก่อน เพื่อที่จะส่งไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ให้มีการถอดถอนเสร็จสิ้นภายใน 31 สิงหาคม

ส่วนกรณี 97 ราย ที่สอบผ่านเกณฑ์ แต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้นจะยังมีชื่ออยู่ในประกาศใหม่โดยมีเงื่อนไข คือ ให้ปลายทางทำเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริง ยังอยู่ในการปฎิบัติหน้าที่โดยมีเงื่อนไข เพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงประสานข้อมูลกับ ป.ป.ช.และตำรวจ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการต่อในขั้นต่อไป ทั้งนี้ ไม่สามารถกำหนดกรอบระยะเวลาได้ แต่จะทำให้เร็วที่สุด เพราะแต่ละที่จะมีกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าวไม่เหมือนกัน

ส่วนกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิที่จะไปฟ้องต่อศาลปกครองหรือไม่นั้น วรศิษฎ์ ยืนยันว่า กสถ. และ ก.กลาง ทำงานบนข้อเท็จจริงและสามารถพิสูจน์ได้ ผู้ที่ถูกถอดถอน เลขาฯ จะส่งตัวหลักฐานและวิธีการแนวปฏิบัติ ไปให้ทั้ง ก.จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะทำการถอดถอนไปให้ทราบด้วย

ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือหากถูกฟ้องร้อง กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จะมีการตั้งทีมเพื่อติดตามเรื่องนี้ด้วย
วรศิษฎ์ ยืนยันว่า ทุกอย่างทำงานบนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนหากฟ้องไปแล้วผู้ที่ถูกดำเนินการชนะคดี ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการคืนตำแหน่ง วรศิษฎ์ ระบุว่า ขออย่าไปพึ่งไปมองจุดนั้น ขอให้เอาตรงนี้ก่อน ย้ำว่า พบผู้ที่มีคะแนนผิดปกติจริง ทั้งนี้ จะมีการส่งคู่มือแนวปฏิบัติไปให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อยึดเป็นแนวปฏิบัติในการทำหน้าที่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ามีหลักยึด หลักพิง ไม่ได้รู้สึกว่าโดดเดี่ยวในการทำหน้าที่

ขณะที่การประชุมที่ใช้เวลายาวนานนั้น เนื่องจากมีบางประเด็นที่ประชุมเห็นในประเด็นข้อกฎหมายที่มีแตกต่างกัน จึงใช้เวลาในการหาข้อตกลงร่วมกัน

เมื่อถามว่า กรณีกองบังคับการปราบปราม แจ้งข้อกล่าวหา ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กรณีเอี่ยวโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น จะต้องรับจบทั้งหมดเลยหรือไม่ วรศิษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้ เพราะไม่ใช่อธิบดีและไม่ใช่ ผอ. ซึ่งวันนี้ตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขาก็ดำเนินการอยู่และจะดำเนินการไปให้สุด แต่ยืนยันว่าเราไม่ปกป้องใคร หากข้อเท็จจริงปรากฎว่าเกี่ยวข้องกับใคร ไม่ว่าจะใหญ่กว่าอธิบดีหรือไม่ก็ต้องจัดการ




