กลายเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สะเทือนวงการราชการไทยอย่างหนัก เมื่อขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ถูกเปิดโปงแบบขุดรากถอนโคน ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงระดับผู้บริหารสูงสุด นำไปสู่การเพิกถอนสิทธิ์ผู้ทุจริตถึงพันราย พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
จุดเริ่มต้นและร่องรอยความผิดปกติ (กุมภาพันธ์ 2568 – พฤษภาคม 2569)
ชนวนเหตุของมหากาพย์ครั้งนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้จัดสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการท้องถิ่นขึ้นทั่วประเทศ ทว่าในเวลาต่อมา ช่วงกุมภาพันธ์ ถึง พฤษภาคม 2569 เกิด ‘คลิปเสียงหลุด’ สะพัดในโลกออนไลน์ แฉให้เห็นขบวนการต้มตุ๋นและเรียกรับเงินสูงถึงหลักแสนบาทต่อหัว เพื่อแลกกับการการันตีสอบผ่าน
ความไม่ชอบมาพากลครั้งใหญ่ นำไปสู่การขุดคุ้ยเพิ่มเติม จนกระทั่งช่วง พฤษภาคม ถึง มิถุนายน 2569 ตรวจพบความผิดปกติร้ายแรงในระบบประมวลผลคะแนน โดยพบว่ามีการแอบแก้ไขกระดาษคำตอบหลังจากที่มีการส่งมอบใส่ซองปิดผนึกไปแล้ว
ปฏิบัติการกวาดล้าง ทลายเครือข่ายส่งสัญญาณทุจริต (มิถุนายน – กรกฎาคม 2569)
เมื่อพยานหลักฐานเริ่มแจ่มชัด เจ้าหน้าที่รัฐจึงเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง
23 มิถุนายน 2569 ป.ป.ช. ร่วมกับ ตำรวจ ปปป. บุกทลายเครือข่าย ตรวจยึดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และพบกระดาษคำตอบที่มีร่องรอยการแก้ไขคะแนนอย่างชัดเจน
11–13 กรกฎาคม 2569 ตำรวจสืบสวนขยายผลจับกุมตัวละครหลักของขบวนการ เช่น ดร.วิน, น้องสาว ดร.วิน และจ่าพิชิต
27–31 กรกฎาคม 2569 พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกและแจ้งข้อกล่าวหากลุ่มข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารสำนักทดสอบฯ รวมถึงบริษัทเอกชนที่ดูแลระบบประมวลผล
‘สิงหาคม’ เดือนแห่งการล้างบาง
จุดเปลี่ยนคืนความเป็นธรรมให้ผู้สอบผ่านตัวจริง
เรื่องดำเนินมาถึงเดือน สิงหาคม 2569 ท่ามกลางกลไกการตรวจสอบทางปกครองที่เป็นไปอย่างเด็ดขาด
5 สิงหาคม 2569 คณะกรรมการ กสถ.สรุปผลการสอบสวน พบผู้มีคะแนนผิดปกติพุ่งสูงถึง 5,925 ราย
6 สิงหาคม2569 คณะกรรมการ ก.กลาง มีมติเห็นชอบตาม กสถ. ให้เพิกถอนการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นที่กระทำทุจริตทั้งหมด
7 สิงหาคม 2569 กสถ.ประกาศยกเลิกบัญชีผู้สอบผ่านเดิมอย่างเป็นทางการ และประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านใหม่ที่ถูกต้อง
10 สิงหาคม2569 ก.กลาง เตรียมส่งหนังสือสั่งการและแนวทางปฏิบัติไปยัง ก.จังหวัด ทั่วประเทศ
จากนั้น ภายใน 31 สิงหาคม2569 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แต่ละแห่ง ต้องออกคำสั่งไล่ออกหรือถอดถอนผู้ทุจริตพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด พร้อมดำเนินการเรียกบรรจุผู้สอบผ่านตัวจริงในลำดับถัดไปเข้ามาแทนที่ทันที
เจาะลึกฝั่งตำรวจ
ฟัน 6 ข้อหาหนัก ‘อดีตอธิบดี สถ.’ และพวกรวม 13 ราย
ตำรวจกองปราบปรามและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 13 ราย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก
1. กลุ่มบริหารและควบคุมการสอบ 2 ราย
- ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมง ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยืนยันพร้อมสู้คดี
- เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้การซัดทอดข้อมูลสำคัญ
สำหรับผู้บริหารทั้ง 2 ราย ถูกแจ้ง 6 ข้อหาอาญาหนัก ได้แก่
• ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ป.อาญา ม.157)
• เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการ โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่
• เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จ ในเอกสารราชการ
• ร่วมกันเอาไปเสียหรือทำให้สูญหาย ซึ่งเอกสารของผู้อื่น
• ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ
• ร่วมกันเปิดผนึก/นำเอกสารปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ
2. กลุ่มปฏิบัติการแก้ไขกระดาษคำตอบ 11 ราย
เป็นกลุ่มข้าราชการท้องถิ่นที่ร่วมกันแก้ไขคะแนน ณ บริษัทเอกชน ย่านนนทบุรี ซึ่งถูกแจ้งข้อหาร้ายแรง เช่น อั้งยี่, ซ่องโจร และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาได้เข้ารายงานตัวแล้ว 6 ราย และอีก 7 ราย นัดหมายเข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 10 สิงหาคม
ไทม์ไลน์ขั้นต่อไปของคดี
10 สิงหาคม 2569 ผู้ต้องหากลุ่มข้าราชการท้องถิ่นอีก 7 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย
ทั้งนี้ กองปราบปรามตั้งเป้าสรุปสำนวนคดีทั้งหมด ส่งต่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. ภายในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อดำเนินการไต่สวนชี้มูลความผิดและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นับเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าขบวนการทุจริตจะมีผู้ทรงอิทธิพลระดับสูงคอยควบคุมอยู่เบื้องหลังแค่ไหน แต่เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ย่อมต้องแลกด้วยอนาคตทางราชการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้




