หลัง ‘มาดามเดียร์’ หรือ ‘วทันยา บุนนาค’ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พลาดชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังองค์ประชุมไม่อนุญาตให้ ‘มาดามเดียร์’ ลงสมัครเนื่องจากคุณสมบัติไม่ครบ กรณีเป็นสมาชิกพรรคไม่ครบ 5 ปี ท่ามกลางการลาออกแกนนำพรรคหลายคนที่มองว่าการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ไม่สง่างาม จนกลายเป็นความระส่ำภายในพรรค
ล่าสุดวันนี้ (14 ธ.ค.) ที่รัฐสภา ‘วทันยา บุนนาค’ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดใจถึงบทบาทของตัวเองกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อจากนี้ว่า เธอจะยังคงเดินหน้าทำงานสิ่งที่เป็นประโยชน์ แก้ไขกฎหมายที่เป็นปัญหาต่อประชาชนต่อไปโดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีตำแหน่งหรืออำนาจใดๆ แต่กิจกรรมทั้งหมด ที่ขับเคลื่อนโดยกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ จะของดเว้นบทบาท และยุติบทบาทการทำงานกับพรรคฯ และจะยังคงเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อทำงานที่เป็นประโยชน์กับประชาชนต่อไป แต่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพรรค โดยเฉพาะผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบันไม่ขอเข้าร่วม

ส่วนการสืบหาข้อเท็จจริงกรณีมีแชทหลุดล็อบบี้สกัดการลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของเธอ นั้น ‘มาดามเดียร์’ มองว่าสื่อมวลชนได้มีการเปิดเผยชื่อของผู้ส่งข้อความดังกล่าวแล้ว และยังเป็น 1 ในคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ด้วย
เชื่อว่าการสกัดกั้นไม่ให้เธอร่วมการแข่งขันด้วยนั้น สังคมได้รับทราบและประจักษ์แล้วว่ามีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่เหตุที่เกิดขึ้น ไม่ขอไปร้องเรียนใดๆ เพิ่มเติม เพราะการเลือกหัวหน้าพรรคฯ ได้ข้อยุติแล้ว ย้ำว่าเธอไม่ศรัทธา ในวิถีการทำงานเมืองในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการมีแชทไลน์การล็อบบี้หลุด หรือการกีดกันสกัดกั้นทางการเมือง ที่สะท้อนความไม่เป็นธรรม และเป็นข้อกังขาถึงความสง่างามของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
“วันนี้เดียร์ทำตามสัญญา สิ่งใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนทางตรง เดียร์พร้อมที่จะทำงานต่อไป จะไม่ย่อท้อและจะเดินหน้าต่อไป แต่กิจกรรมทั้งหมดที่ขับเคลื่อนภายใต้ผู้บริหารของพรรคประชาธิปัตย์ เดียร์ของดเว้นและยุติบทบาทในการทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังคงสถานะสมาชิกพรรคเพื่อทำงานเพื่อประชาชน”
— ‘วทันยา บุนนาค’ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค ทั้งที่สมาชิกรุ่นเก่าตัดสินใจหันหลังให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ‘มาดามเดียร์’ อธิบายว่า อยากรอดูทิศทางการทำงานของพรรคให้ชัดเจนกว่านี้ก่อน เพราะยังจะต้องให้ความเป็นธรรมกับกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ด้วย แม้จะไม่ได้ศรัทธา และไม่ได้เห็นด้วยกับแนวทางการบริหารของกรรมการบริหารชุดใหม่ที่กำลังจะดำเนินไป แต่ยังไม่อยากเร่งสรุป หรือตัดสินใจใดๆ
พร้อมยอมรับว่า หากคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ นำพาพรรคฯ ไปร่วมรัฐบาล ก็จะเป็นจุดทบทวนสำคัญของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่เฉพาะเธอเองเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดทบทวนของสมาชิกพรรคทุกคน รวมถึงประชาชนผู้ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด เพราะเชื่อว่า ประชาชนเชื่อมั่นการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดมั่นใจอุดมการณ์ และจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน ไม่ได้แสวงหาประโยชน์และอำนาจ




