มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดกลางเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อขอคะแนนให้ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 20 สุพจน์ ฤกษ์ดี เบอร์ 11 โดยมีนายสัตวแพทย์อนันต์ ฤกษ์ดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 18 หมายเลข 9 มาร่วมหาเสียงด้วย
โดย มัลลิกา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นสถาบันหลักทางการเมืองมายาวนานถึง 78 ปี มีต้นทุนสำคัญคือความไว้เนื้อเชื่อใจและความไว้วางใจได้ ในการเป็นสถาบันหลักที่จะดูแลปัญหาสังคมและประเทศชาติ เป็นเสาหลักในการที่จะให้สังคมประเทศชาติประชาชนพึ่งพาได้และพึ่งพามาโดยตลอด แม้ว่าจะมีความท้าทายใหม่เกิดขึ้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็จะยืนหยัดในอุดมการณ์ นอกจากนั้น ยังมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา สามารถนำเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 จนเป็นเสาหลักช่วยประเทศชาติมาแล้ว
มัลลิกา กล่าวด้วยว่า การจะสร้างกระแส การจะปลุกปั่นความนิยม และการจะโฆษณาชวนเชื่อกับประชาชนนั้น ไม่ใช่แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นความไม่ยั่งยืน และแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจไม่ได้ มิหนำซ้ำ แนวทางนั้นจะนำไปสู่ปัญหาที่แทรกซ้อนเข้ามา และเป็นชนวนแห่งวิกฤติทางการเมือง
“ดังนั้น สิ่งที่เรายืนหยัดคือความจริงใจที่มีต่อประเทศชาติ สังคม และความมั่นคงทุกด้าน ขอพี่น้องประชาชนไว้วางใจเราได้ ปัจจุบันประชาธิปัตย์ยุคใหม่ไม่เพียงแต่พูด แต่เป็นคนทำงานเป็นอยู่เต็มพรรค เราไม่โชว์ใครคนเดียว แต่เรามีทีมที่จะแก้ปัญหาในทุกด้าน และมีสาขากับศูนย์อำนวยการของพรรคประจำอยู่ทุกพื้นที่ เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีตัวแทนของพรรคอยู่ประจำทุกเขต ไม่ใช่ความฉาบฉวย นอกจากนั้น จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกรุ่นทุกวัยได้ใส่ใจปัญหาที่ใกล้ตัวของตน โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคง ทั้งทางเศรษฐกิจปากท้อง และความมั่นคงในทุกด้าน เพื่อจะได้ไม่นำไปสู่วิกฤติอื่นๆ ตอนนี้สถานการณ์ระดับโลก โดยเฉพาะประเทศอย่างอเมริกา เพราะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจธนาคารล้มไปหลายแห่ง และปัญหาใหญ่ระดับนี้ ต้องอาศัยคนที่ทำงานเป็น ไว้วางใจได้เข้ามารับมือ ประชาธิปัตย์คือคำตอบ” มัลลิกา กล่าว
โดย มัลลิกา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นสถาบันหลักทางการเมืองมายาวนานถึง 78 ปี มีต้นทุนสำคัญคือความไว้เนื้อเชื่อใจและความไว้วางใจได้ ในการเป็นสถาบันหลักที่จะดูแลปัญหาสังคมและประเทศชาติ เป็นเสาหลักในการที่จะให้สังคมประเทศชาติประชาชนพึ่งพาได้และพึ่งพามาโดยตลอด แม้ว่าจะมีความท้าทายใหม่เกิดขึ้น แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็จะยืนหยัดในอุดมการณ์ นอกจากนั้น ยังมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา สามารถนำเศรษฐกิจฝ่าวิกฤตโควิด-19 จนเป็นเสาหลักช่วยประเทศชาติมาแล้ว
มัลลิกา กล่าวด้วยว่า การจะสร้างกระแส การจะปลุกปั่นความนิยม และการจะโฆษณาชวนเชื่อกับประชาชนนั้น ไม่ใช่แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นความไม่ยั่งยืน และแสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจไม่ได้ มิหนำซ้ำ แนวทางนั้นจะนำไปสู่ปัญหาที่แทรกซ้อนเข้ามา และเป็นชนวนแห่งวิกฤติทางการเมือง
“ดังนั้น สิ่งที่เรายืนหยัดคือความจริงใจที่มีต่อประเทศชาติ สังคม และความมั่นคงทุกด้าน ขอพี่น้องประชาชนไว้วางใจเราได้ ปัจจุบันประชาธิปัตย์ยุคใหม่ไม่เพียงแต่พูด แต่เป็นคนทำงานเป็นอยู่เต็มพรรค เราไม่โชว์ใครคนเดียว แต่เรามีทีมที่จะแก้ปัญหาในทุกด้าน และมีสาขากับศูนย์อำนวยการของพรรคประจำอยู่ทุกพื้นที่ เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีตัวแทนของพรรคอยู่ประจำทุกเขต ไม่ใช่ความฉาบฉวย นอกจากนั้น จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกรุ่นทุกวัยได้ใส่ใจปัญหาที่ใกล้ตัวของตน โดยเฉพาะปัญหาความมั่นคง ทั้งทางเศรษฐกิจปากท้อง และความมั่นคงในทุกด้าน เพื่อจะได้ไม่นำไปสู่วิกฤติอื่นๆ ตอนนี้สถานการณ์ระดับโลก โดยเฉพาะประเทศอย่างอเมริกา เพราะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจธนาคารล้มไปหลายแห่ง และปัญหาใหญ่ระดับนี้ ต้องอาศัยคนที่ทำงานเป็น ไว้วางใจได้เข้ามารับมือ ประชาธิปัตย์คือคำตอบ” มัลลิกา กล่าว



