เดินหน้าปฏิรูป ‘ประชาธิปัตย์’

17 พ.ค. 2566 - 15:57

  • ‘มัลลิกา’ ลั่นเดินหน้าปฏิรูป ‘ประชาธิปัตย์’

  • เริ่มจากจุดยืนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

  • พร้อมหันส่องทะลุกระจกให้เห็นอนาคต

Mallika_suggests_reforming_Democrat_Party_SPACEBAR_Hero_c8f5bb3461.jpeg
 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ระหว่างที่พรรคการเมืองผู้ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 กำลังพยายามจัดตั้งรัฐบาล และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่ในสมการนี้ โดยส่วนตัวเห็นว่านี่เป็นบททดสอบของว่าที่นายกรัฐมนตรี ผู้จะบริหารประเทศจะต้องผ่านให้ได้นั้น คือทักษะการเจรจาและทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งก็ขอให้กำลังใจ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล และเป็นเรื่องของผู้นำพรรคก้าวไกล ที่จะได้แสดงศักยภาพนั้นให้ประชาชนได้เห็น แต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยส่วนตัวเห็นว่าควรให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. 25 คน ที่ประชาชนเลือกมา และรอดพ้นจากสถานการณ์ยุค Disruption ครั้งนี้ 
  
"ดิฉันนับถือคนที่รอดเข้ามาเป็นผู้แทนจากเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงหรือปรากฏการณ์ Disruption ครั้งนี้เหลือเกิน วันนี้ ถ้าเขาเทียบพรรคเราเป็นเหมือนฟิล์ม Kodak ในยุคที่กล้องฟิล์มนั้นโดดเด่นและแม้จะมีจุดเด่นหรือคงจุดเด่นคือความคมชัดและละเอียดไว้ แต่ยุคสมัยคนเขาก็ใช้กล้องดิจิทัลและกลัองมือถือมากที่สุดอยู่ดี ดิฉันไม่อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจนล้มละลายไปเหมือนแบรนด์ Kodak" มัลลิกา กล่าว 
  
มัลลิกา กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์ ต้อง Change หรือการเปลี่ยนแปลง มี Innovation นวัตกรรม มี Idealist หรือความคิดใหม่ และมี Freedom หรือเสรีภาพ ซึ่งผู้นำของแต่ละประเทศและผู้นำของโลกจะต้องมีคุณสมบัติ 4 ข้อ เป็นหลักที่สมเด็จธงชัย เคยให้ไว้ แต่ในทางปฏิบัติ คนยึดหลักนี้ไม่ได้ทำ แล้วคนที่ทำก็ไม่ได้ยึดหลักนี้ เพราะโลกยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีกติกาใหม่ๆ ระเบียบใหม่ๆมากขึ้น เพราะฉะนั้น ทางเลือกสำหรับการทำงานการเมืองของตนเองและหลายคนนับจากนี้ต่อไปคือ 1. เว้นวรรคทางการเมืองเพราะก็มีเรื่องอื่นที่จะต้องไปทำ หรือ 2. เดินหน้ากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์โดยระดมพลปฏิรูปพรรคเคียงข้างประชาชน  
 
และถ้าจะเลือกทางเลือกที่ 2 ก็ต้องเริ่มใหม่ หารือคนรุ่นใหม่ที่ยังสนใจทำงานการเมืองในรูปแบบที่สร้างสรรค์ ใครคิดคนนั้นลงมือทำ และแบ่งหมวดการทำงาน 3 ขา ในรูปแบบบุคลากรไม่ต้องทับซ้อนกันคือ 1. ที่ยืนในสภาฯ ให้เสรีภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำงานในสภานิติบัญญัติได้อย่างเต็มที่ 2. ที่ยืนในรัฐบาล (ถ้ามี) ให้อำนาจการบริหารจัดการของฝ่ายบริหารในรัฐบาลอย่างเต็มที่ 3. ที่ยืนในพรรค ให้บุคลากรมีอำนาจและเสรีภาพในการบริหารจัดการและตัดสินใจ เพื่อสร้างศรัทธาความนิยมและผลักดันนโยบายอย่างเต็มที่  
  
"เราต้องพร้อมหันส่องทะลุกระจกให้เห็นอนาคตให้ได้ และขณะนี้ ในส่วนที่สำคัญที่สุดคือข้อ 3 ซึ่งจะเป็นฝ่ายที่ทำงานหนักอย่างมากในสถานการณ์หลังจากนี้ เพราะจะต้องสร้างความนิยมความศรัทธาให้เข้ากับยุคสมัย และไปกับคนรุ่นใหม่และคนทุกกลุ่มได้อย่างมีศิลปะ ทันโลกและไม่อคติ ไม่นำอัตตามาเป็นตัวตั้ง ลดความยึดมั่นถือมั่น เพื่อสร้างความร่วมมือและสามัคคี และจะต้องเป็นการทำงานเป็นทีมแบ่งงานแบ่งหน้าที่กันทำอย่างบูรณาการที่สุด และนี่จะเป็นทางเลือกและเป็นทางรอดของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ จะดำรงไว้ซึ่งหลักการแห่งความซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนเป็นใหญ่และดำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งถ้าไม่ใช่ทิศทางนี้ ดิฉันก็จะไม่เอาด้วย แต่ถ้าจะเดินหน้าปฏิรูปและยอมรับสิ่งที่ประชาชนให้ฉันทามติมา ก็จะต้องร่วมมือร่วมใจกันใครเห็นด้วยเราจะแลกเปลี่ยนกัน" มัลลิกา กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์