‘องค์กรวิชาชีพสื่อ’ ยื่นสภาผู้แทนราษฎร สอบ ‘ประวิตร’ ปมคุกคาม ‘นักข่าว’

21 ส.ค. 2567 - 11:25

  • ‘2 องค์กรวิชาชีพสื่อ’ สอบจริยธรรม ‘บิ๊กป้อม’ คุกคาม ‘นักข่าว’

  • มองนักการเมืองที่มีวุฒิภาวะไม่ทำแบบนี้

  • ชี้ดำเนินการตามมาตรฐานเพื่อสื่อมวลชน ไม่มีนัยทางการเมืองแอบแฝง

Mass_media_professional_organizations_submitted_the_Prawit_Ethics_Exam_SPACEBAR_Hero_d91506dc05.jpg

‘อิทธิพันธ์ บัวทอง’ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของ ‘พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ’ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผ่าน ‘คัมภีร์ ดิษฐากรณ์’ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับหนังสือ 

อิทธิพันธ์  กล่าวว่า ได้รวบรวมหลักฐานจากผู้ถูกกระทำและมุมตรงข้าม หากเห็นภาพในหลายมุมน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการล้อเล่นหยอกล้อหรือไม่ 

ด้าน ‘สุปัน รักเชื้อ’ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวถึง เจตนารมณ์ในการยื่นสอบจริยธรรม ไม่ได้ทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบหรือก้าวล่วง แต่ได้พิจารณาอย่างรอบด้านแล้วว่าการกระทำเช่นนี้ ไม่ใช่การหยุมหัว แต่เป็นการแสดงพฤติกรรมที่เกรี้ยวกราดและคุกคามสื่อ ไม่ใช่พฤติกรรมครั้งแรก  แต่เป็นเหตุการณ์ปกติวิสัยที่พึงปฏิบัติต่อสื่อมวลชน  จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการพิจารณาทุกขั้นตอนให้รับทราบด้วย สื่อมวลชนต้องได้รับปกป้องในการทำหน้าที่ เราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เราทำหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร  หากแหล่งข่าวไม่เต็มใจที่จะตอบหรือไม่พร้อมตอบก็แค่บอกกับผู้สื่อข่าว นักการเมืองที่มีวุฒิภาวะหลายคนก็ทำแบบนี้ อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถาม ก็มีท่าทีที่ไม่ตอบและเดินหนีไป โดยไม่จำเป็นที่จะต้องแสดงความเกรี้ยวกราดหรือแสดงการคุกคามแบบนี้ 

สุปัน กล่าวยืนยันว่าไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เราไม่ก้าวล่วงไปจริยธรรมข้ออื่น เพราะเราปกป้องสิทธิเสรีภาพในการทำงานของพี่น้องสื่อมวลชนมากกว่าประเด็นทางการเมือง

"สื่อมวลชนทำหน้าที่ต้องได้รับการปกป้อง เพราะไม่ใช่เป็นคู่กรณีหรือคู่ขัดแย้งกับใคร เราทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วผมคิดว่านักการเมืองในส่วนของคนอื่นๆ ก็ตระหนัก แต่สำหรับเรื่องการทำร้ายร่างกายอยู่ที่เจ้าทุกข์ จะมีการร้องเรียนหรือไม่ แต่เท่าที่ทราบอย่างไม่เป็นทางการ สำนักข่าวต้นสังกัดจะมีการเดินทางมาร้องเรียนกับรัฐสภาด้วย"

สุปัน กล่าว

สิ่งที่เกิดขึ้น สุปันคิดว่า เป็นปรากฏการณ์ครั้งแรก ที่เพื่อนร่วมวิชาชีพออกมาปกป้องสิทธิและเสรีภาพ มากกว่าการออกแถลงการณ์ ก่อนหน้านี้องค์กรวิชาชีพถูกมองว่าเป็นเสือกระดาษทำอะไรไม่ได้ ซึ่งกฎระเบียบทำให้องค์กรสามารถทำได้แค่ออกแถลงการณ์ แต่กรณีที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมกับการที่สภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการเปิดช่องไว้ ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานกับนักการเมืองที่ปฏิบัติต่อผู้สื่อข่าว โดยตระหนักว่าสื่อมวลชนไม่ใช่ผู้ขัดแย้ง หากแหล่งข่าวหรือนักการเมืองไม่เต็มใจที่จะตอบ หรือไม่พร้อมที่จะตอบ ก็สามารถสื่อสารกับผู้สื่อข่าวได้ว่าไม่ตอบ ซึ่งนักการเมืองที่มีวุฒิภาวะก็จะทำอย่างนั้น  

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กรณีการมาร้องเรียนในวันนี้ ทางองค์กรวิชาชีพมุ่งเน้นเรื่องหลักจริยธรรมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน โดยไม่มีนัยทางการเมืองใช่หรือไม่ สุปันกล่าวว่า เรื่องนี้ถูกผู้คนบนสังคมออนไลน์และเพื่อนๆในวงการวิชาชีพตั้งคำถามมาเยอะ ขอเรียนด้วยความสัตย์จริงว่า ไม่มีประเด็นทางการเมืองใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แม้บางคนจะพยายามบอกให้ทางองค์กรดำเนินการฟ้องร้องในจริยธรรมข้ออื่นๆ ซึ่งได้มีการตรวจสอบแล้วว่าเข้าข่ายจริง แต่ทางสมาคมไม่ได้ไปถึงตรงนั้น พร้อมยืนยันว่าเป็นการปกป้องสิทธิเสรีภาพในการทำงานของสื่อ มากกว่าจะถูกยึดโยงเป็นประเด็นทางการเมือง

"เรื่องนี้ทางองค์กรวิชาชีพมีการหารือกันทุกแง่มุม ไม่ได้ออกแสดงท่าทีด้วยอารมณ์ทางการเมืองใดๆ โดยมีการพิจารณาโดยใช้หลักฐานซึ่งเป็นคลิป หลายคนอาจบอกว่าดำเนินการช้าไปหรือไม่ ทุกขั้นตอนต้องรอบด้าน การออกแถลงการณ์แต่ละครั้งขององค์กรวิชาชีพสื่อ ต้องมีเหตุและผลเพียงพอ ไม่งั้นจะไม่ต่างจากการออกกระดาษเปล่า ให้คนอื่นดูหมิ่นดูแคลน"

สุปัน กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์