ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมรัฐสภา ที่มี พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ... ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ต่อเป็นวันที่ 2 เพื่อลงมติในมาตรา 7 ปรากฏว่าในช่วงแรก พรเพชร ได้กดออดเรียกให้สมาชิกเข้าห้องประชุม แต่ยังไม่สามารถเปิดประชุมได้ เพราะสมาชิกแสดงตนเพียง 342 เสียง
กระทั่งเวลาประมาณ 10.03 น. มีสมาชิกแสดงตน 345 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จึงสามารถเปิดประชุมได้ แต่ไม่สามารถโหวตลงมติได้ พรเพชร จึงได้กดออดอีกครั้งเพื่อลงมติ และขอให้สมาชิกที่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คณะต่างๆ ช่วยสละเวลาเข้ามาช่วยโหวตมาตรา 7
ต่อมาเวลา 10.22 น. พรเพชร แจ้งว่า มีสมาชิกกดแสดงตนเพียง 310 คน โดยระหว่างรอให้สมาชิกเข้าห้องประชุม มีสมาชิกคนหนึ่งบ่นเสียงลอดไมโครโฟนออกมาว่า “เงินเดือนก็รับ แต่ประชุมไม่มา” จนกระทั่งเวลา 10.32 น. มีสมาชิกกดแสดงตน 347 คน ถือว่าครบองค์ประชุมเพื่อโหวตลงมติ และเข้าสู่การพิจารณาต่อในมาตรา 8
ช่วงเวลา 12.37 น. ที่ประชุมได้พิจารณามาถึง มาตรา 8/1 กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ทำให้ที่ประชุมต้องลงมติ โดยพบว่ามีผู้มาแสดงตน 349 คน เมื่อให้ลงมติ พบว่ามีผู้ลงมติพียง 339 เสียง โดยเห็นด้วย 46, ไม่เห็นด้วย 289, งดออกเสียง 2, ไม่ลงคะแนน 2 เสียง ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
ทำให้ถูกทักท้วงจาก ส.ส.ฝ่ายค้าน โดย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ขอให้มีการลงมติใหม่ พรเพชร จึงกล่าวทันทีว่า “ขอให้ลงมติใหม่” กระทั่งเกิดความวุ่นวาย เมื่อ พีระเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายท้วงติงว่า “หากไม่ได้ดั่งใจทำใหม่เรื่อยๆ หรือ ประชาชนดูอยู่ กฎหมายฉบับนี้ ครูทั้งประเทศไม่พอใจ เพราะไม่มองเห็นความสำคัญของครูและเด็ก แม้ฝ่ายที่เขียนกฎหมายไม่อยากให้ผ่าน จะดื้อดึงหรือ”
ด้าน ปรีดา บุญเพลิง ส.ส.ครูไทยเพื่อประชาชน อภิปรายว่า ไม่อยากให้การลงมติร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ ถูกใช้เป็นเกมการเมือง ขอให้วางตัวเป็นกลาง และอย่าให้เป็นตราบาป ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้อง
ส่วน พรเพชร ชี้แจงว่า ขณะที่ตนให้กดปุ่มแสดงตนนั้น จำนวนองค์ประชุมเกินหลายท่าน โดยตนไม่ได้กดปุ่มด้วย ขอดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะที่จอแสดงผลคะแนนตนไม่เห็นตัวเลขว่ากี่ท่าน
ด้าน จิรายุ อภิปรายว่า ไม่มีเกมการเมืองใดๆ ครบประชุมครบตั้งแต่ตอนที่ประธานให้แสดงตน แต่ที่ทักท้วงเพราะบนจอขึ้นเพียง 339 ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม ไม่มีเกมการเมือง เสียงมากก็ผ่าน เสียงน้อยก็ไม่ผ่าน เป็นการปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทางเดียวที่ทำได้คือ ปิดประชุมกลับบ้าน หรือจะลงมติใหม่ให้ถูกต้อง
ส่วน ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า “มันจบแล้วครับ ถ้าจะเดินหน้าต่อ ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมในกระบวนการที่ไม่มีข้อรองรับ”
ขณะที่ วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การนับองค์ประชุม มีสองจังหวะ 1 คือนับผู้เข้าร่วม 2 เมื่อลงมติแล้วเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็ถูกตามที่ฝ่ายค้านพูดคือต้องปิดประชุม ทำให้ พรเพชร สั่งปิดการประชุมในเวลาประมาณ 12.49 น.
กระทั่งเวลาประมาณ 10.03 น. มีสมาชิกแสดงตน 345 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จึงสามารถเปิดประชุมได้ แต่ไม่สามารถโหวตลงมติได้ พรเพชร จึงได้กดออดอีกครั้งเพื่อลงมติ และขอให้สมาชิกที่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) คณะต่างๆ ช่วยสละเวลาเข้ามาช่วยโหวตมาตรา 7
ต่อมาเวลา 10.22 น. พรเพชร แจ้งว่า มีสมาชิกกดแสดงตนเพียง 310 คน โดยระหว่างรอให้สมาชิกเข้าห้องประชุม มีสมาชิกคนหนึ่งบ่นเสียงลอดไมโครโฟนออกมาว่า “เงินเดือนก็รับ แต่ประชุมไม่มา” จนกระทั่งเวลา 10.32 น. มีสมาชิกกดแสดงตน 347 คน ถือว่าครบองค์ประชุมเพื่อโหวตลงมติ และเข้าสู่การพิจารณาต่อในมาตรา 8
ช่วงเวลา 12.37 น. ที่ประชุมได้พิจารณามาถึง มาตรา 8/1 กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ทำให้ที่ประชุมต้องลงมติ โดยพบว่ามีผู้มาแสดงตน 349 คน เมื่อให้ลงมติ พบว่ามีผู้ลงมติพียง 339 เสียง โดยเห็นด้วย 46, ไม่เห็นด้วย 289, งดออกเสียง 2, ไม่ลงคะแนน 2 เสียง ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม
ทำให้ถูกทักท้วงจาก ส.ส.ฝ่ายค้าน โดย จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ขอให้มีการลงมติใหม่ พรเพชร จึงกล่าวทันทีว่า “ขอให้ลงมติใหม่” กระทั่งเกิดความวุ่นวาย เมื่อ พีระเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายท้วงติงว่า “หากไม่ได้ดั่งใจทำใหม่เรื่อยๆ หรือ ประชาชนดูอยู่ กฎหมายฉบับนี้ ครูทั้งประเทศไม่พอใจ เพราะไม่มองเห็นความสำคัญของครูและเด็ก แม้ฝ่ายที่เขียนกฎหมายไม่อยากให้ผ่าน จะดื้อดึงหรือ”
ด้าน ปรีดา บุญเพลิง ส.ส.ครูไทยเพื่อประชาชน อภิปรายว่า ไม่อยากให้การลงมติร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฯ ถูกใช้เป็นเกมการเมือง ขอให้วางตัวเป็นกลาง และอย่าให้เป็นตราบาป ขอให้ดำเนินการให้ถูกต้อง
ส่วน พรเพชร ชี้แจงว่า ขณะที่ตนให้กดปุ่มแสดงตนนั้น จำนวนองค์ประชุมเกินหลายท่าน โดยตนไม่ได้กดปุ่มด้วย ขอดูว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะที่จอแสดงผลคะแนนตนไม่เห็นตัวเลขว่ากี่ท่าน
ด้าน จิรายุ อภิปรายว่า ไม่มีเกมการเมืองใดๆ ครบประชุมครบตั้งแต่ตอนที่ประธานให้แสดงตน แต่ที่ทักท้วงเพราะบนจอขึ้นเพียง 339 ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม ไม่มีเกมการเมือง เสียงมากก็ผ่าน เสียงน้อยก็ไม่ผ่าน เป็นการปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทางเดียวที่ทำได้คือ ปิดประชุมกลับบ้าน หรือจะลงมติใหม่ให้ถูกต้อง
ส่วน ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า “มันจบแล้วครับ ถ้าจะเดินหน้าต่อ ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมในกระบวนการที่ไม่มีข้อรองรับ”
ขณะที่ วัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การนับองค์ประชุม มีสองจังหวะ 1 คือนับผู้เข้าร่วม 2 เมื่อลงมติแล้วเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็ถูกตามที่ฝ่ายค้านพูดคือต้องปิดประชุม ทำให้ พรเพชร สั่งปิดการประชุมในเวลาประมาณ 12.49 น.





