ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีสืบเนื่องจากการสัมมนา ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เสียงส่วนใหญ่ต้องการให้พรรค ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าจะยึดตามเสียงส่วนใหญ่หรือตามหลักการ โดย ประเสริฐ ระบุว่า ก่อนหน้าการสัมมนา ส.ส. พรรคฯ มีจุดยืนคือให้พรรคที่มีเสียงข้างมากทำหน้าที่ประธานสภาฯ ส่วนพรรคที่ได้อันดับสอง ได้รองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน ขณะเดียวกัน พรรคฯ ได้รับเรื่องที่ส.ส. แสดงความคิดเห็นเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว และคณะกรรมการบริหารพรรค จะนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค วันที่ 27 มิ.ย.นี้
ส่วนจะได้ข้อสรุปเรื่องประธานสภาฯ เมื่อไหร่นั้น ประเสริฐ บอกว่า ได้คุยกับ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลแล้ว โดยได้นัดหมายพูดคุยกันวันที่ 28 มิ.ย. ระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย เพราะตั้งแต่ที่มีการคุยกันเรื่องจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ทางพรรคก้าวไกลยังไม่ได้มีการตอบรับหรือปฏิเสธเรื่องนี้แต่อย่างใด ซึ่งระยะเวลาในการเลือกประธานสภาฯ ใกล้เข้ามาแล้ว จึงควรต้องมีการพูดคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจและทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
“วันที่ 27 มิ.ย. เวลา 15.00 น. จะมีการประชุมพรรค หลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส.ใหม่อีกครั้ง และเรารับฟังความเห็นของ ส.ส. รวมถึงสิ่งที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมมา ก็จะได้มีการนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อหาข้อสรุป ก่อนจะนำไปคุยกับทางพรรคก้าวไกล ทั้งนี้ แม้การโหวตเสียงในสภาฯ จะเป็นเอกสิทธิ์ แต่พรรคมีข้อบังคับ แม้มีความเห็นต่างกัน แต่เรามีการประชุมเพื่อหาข้อยุติก่อนไปโหวตจริง ที่ต้องมีเอกภาพว่าเสียงจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามทำอยู่” ประเสริฐ ระบุ
ส่วนเมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทย จะยึดมติพรรคในการพูดคุยกับ ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค หรือยึดหลักการ ในการไปคุยกับพรรคก้าวไกล ประเสริฐ บอกว่า เรายึดหลักการที่แถลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งหากมีคนเห็นค้านก็เป็นหน้าที่ ที่พรรคต้องทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ขอให้ได้ข้อยุติก่อน
“จริงๆแล้ว ข้อท้วงติงของ ส.ส.หลายข้อ เราก็รับฟัง เช่น กรณีที่มีการบอกว่าทำอะไรไม่ปรึกษาเขาก่อน ซึ่งเรื่องนี้เราก็ผิดเช่นกัน เพราะเราต้องปรึกษาเขาก่อน แต่บางครั้งสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจในบางเรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เรายังถือว่ากระบวนการยังไม่จบ เพราะเป็นจุดยืนของพรรค ที่เรายังไม่ได้คุยกับพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการ” ประเสริฐ ระบุ
เมื่อถามถึงกรณี พรรคประชาชาติอ้างว่าเก้าอี้รองประธานสภาฯ ควรเป็นของพรรคอันดับ 3 ประเสริฐ ตอบว่า ตนคิดว่ารองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน เป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทย และในครั้งนี้ ต้องเรียนว่าจำนวน ส.ส.ของพรรคอันดับ 1 และพรรคอันดับ 2 ใกล้เคียงกัน และห่างจากพรรคอันดับ 3 พอสมควร แต่ในเรื่องนี้ เมื่อเป็นความคิดเห็นของพรรคประชาชาติ ตนคิดว่าในที่ประชุมคงต้องมีการหารือระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคประชาชาติ อีกวง เพราะว่าไม่เช่นนั้น จะไม่มีที่สิ้นสุด และพรรคเพื่อไทย ก็แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า หากพรรคลำดับ 2 ได้ ก็ควรเป็นของพรรคอันดับ 2 ทั้ง 2 คน
นอกจากนี้ ประเสริฐ ยังปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่มี ส.ว. ออกมาอ้างว่า มีความพยายามทำให้ฝ่ายที่แพ้กลับมาชนะ พร้อมระบุว่า ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกล ต้องไปทำการบ้าน และทราบว่าอีกฝ่ายทำการบ้านอย่างหนักอยู่ เนื่องจากขณะนี้ มี 312 เสียง ขาดอยู่ 64 เสียง จึงจะได้ 376 เสียง
“ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เราได้นัดทางพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ในการสรุปและประเมินผลสถานการณ์ทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทางพรรคก้าวไกล คงจะมีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นในการมาบอกพรรคร่วมฯ โดยในวันดังกล่าว เราจะใช้สถานที่ที่พรรคก้าวไกล เป็นสถานที่ประชุมในเวลา 10.00 น.” ประเสริฐ ระบุ
ส่วนจะได้ข้อสรุปเรื่องประธานสภาฯ เมื่อไหร่นั้น ประเสริฐ บอกว่า ได้คุยกับ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกลแล้ว โดยได้นัดหมายพูดคุยกันวันที่ 28 มิ.ย. ระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย เพราะตั้งแต่ที่มีการคุยกันเรื่องจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ทางพรรคก้าวไกลยังไม่ได้มีการตอบรับหรือปฏิเสธเรื่องนี้แต่อย่างใด ซึ่งระยะเวลาในการเลือกประธานสภาฯ ใกล้เข้ามาแล้ว จึงควรต้องมีการพูดคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจและทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
“วันที่ 27 มิ.ย. เวลา 15.00 น. จะมีการประชุมพรรค หลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นของ ส.ส.ใหม่อีกครั้ง และเรารับฟังความเห็นของ ส.ส. รวมถึงสิ่งที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมมา ก็จะได้มีการนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเพื่อหาข้อสรุป ก่อนจะนำไปคุยกับทางพรรคก้าวไกล ทั้งนี้ แม้การโหวตเสียงในสภาฯ จะเป็นเอกสิทธิ์ แต่พรรคมีข้อบังคับ แม้มีความเห็นต่างกัน แต่เรามีการประชุมเพื่อหาข้อยุติก่อนไปโหวตจริง ที่ต้องมีเอกภาพว่าเสียงจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพยายามทำอยู่” ประเสริฐ ระบุ
ส่วนเมื่อถามย้ำว่า พรรคเพื่อไทย จะยึดมติพรรคในการพูดคุยกับ ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค หรือยึดหลักการ ในการไปคุยกับพรรคก้าวไกล ประเสริฐ บอกว่า เรายึดหลักการที่แถลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งหากมีคนเห็นค้านก็เป็นหน้าที่ ที่พรรคต้องทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม ขอให้ได้ข้อยุติก่อน
“จริงๆแล้ว ข้อท้วงติงของ ส.ส.หลายข้อ เราก็รับฟัง เช่น กรณีที่มีการบอกว่าทำอะไรไม่ปรึกษาเขาก่อน ซึ่งเรื่องนี้เราก็ผิดเช่นกัน เพราะเราต้องปรึกษาเขาก่อน แต่บางครั้งสถานการณ์การเมือง เป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจในบางเรื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เรายังถือว่ากระบวนการยังไม่จบ เพราะเป็นจุดยืนของพรรค ที่เรายังไม่ได้คุยกับพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการ” ประเสริฐ ระบุ
เมื่อถามถึงกรณี พรรคประชาชาติอ้างว่าเก้าอี้รองประธานสภาฯ ควรเป็นของพรรคอันดับ 3 ประเสริฐ ตอบว่า ตนคิดว่ารองประธานสภาฯ ทั้ง 2 คน เป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทย และในครั้งนี้ ต้องเรียนว่าจำนวน ส.ส.ของพรรคอันดับ 1 และพรรคอันดับ 2 ใกล้เคียงกัน และห่างจากพรรคอันดับ 3 พอสมควร แต่ในเรื่องนี้ เมื่อเป็นความคิดเห็นของพรรคประชาชาติ ตนคิดว่าในที่ประชุมคงต้องมีการหารือระหว่างพรรคก้าวไกล กับพรรคประชาชาติ อีกวง เพราะว่าไม่เช่นนั้น จะไม่มีที่สิ้นสุด และพรรคเพื่อไทย ก็แสดงจุดยืนชัดเจนแล้วว่า หากพรรคลำดับ 2 ได้ ก็ควรเป็นของพรรคอันดับ 2 ทั้ง 2 คน
นอกจากนี้ ประเสริฐ ยังปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่มี ส.ว. ออกมาอ้างว่า มีความพยายามทำให้ฝ่ายที่แพ้กลับมาชนะ พร้อมระบุว่า ไม่ขอก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกล ต้องไปทำการบ้าน และทราบว่าอีกฝ่ายทำการบ้านอย่างหนักอยู่ เนื่องจากขณะนี้ มี 312 เสียง ขาดอยู่ 64 เสียง จึงจะได้ 376 เสียง
“ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เราได้นัดทางพรรคก้าวไกล และ 8 พรรคร่วมรัฐบาล ในการสรุปและประเมินผลสถานการณ์ทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทางพรรคก้าวไกล คงจะมีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นในการมาบอกพรรคร่วมฯ โดยในวันดังกล่าว เราจะใช้สถานที่ที่พรรคก้าวไกล เป็นสถานที่ประชุมในเวลา 10.00 น.” ประเสริฐ ระบุ




