ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดไปยัง รมว.ยุติธรรม ต่อกรณีการเสียชีวิตของ เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ ‘บุ้ง’ แกนนำกลุ่มทะลุวัง เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังอยู่บนความคลุมเครือ กระบวนการรักษาชีวิตไม่ชัดเจน ในระหว่างถูกฝากขังในคดีมาตรา112 ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ โดยชี้ให้เห็นว่า กรณีการเสียชีวิตดังกล่าว เป็นข้อบ่งชี้ได้ชัดมาก ว่ามาตรฐานการดูแลผู้ป่วยของกรมราชทัณฑ์ มีปัญหาแน่นอน
ไม่แปลกใจกับเคสนี้ ที่มีการใช้สิทธิประกันตัวด้วยปัญหาสุขภาพ ที่ดิฉันเคยคิดว่า สิทธิดังกล่าวใช้ได้กับทุกคน แต่กรณีของบุ้ง แตกต่างออกไป สะท้อนให้เห็นถึงสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของเรามีปัญหา ดิฉันจึงอยากถามว่า สาเหตุการเสียชีวิตของบุ้ง ที่แท้จริงคืออะไร ในกระบวนการกู้ชีพ เพราะเหตุใดจึงไม่มีการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือ AED เวลาการเสียชีวิตที่แท้จริงคือเวลาใด คณะกรรมการที่ทางกระทรวงยุติธรรมตั้งขึ้นมาสอบสวนได้อะไรบ้าง กรมราชทัณฑ์จะมีการรับผิดชอบอย่างไร
— ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์
ทางด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า เป็นการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน เป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ต้องมีการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ โดยให้อัยการ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยแพทย์ที่ไม่ใช่ของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเมื่อชันสูตรพลิกศพแล้ว กระบวนการทำสำนวนทั้งหมด จะต้องเปิดโอกาสให้ญาติพี่น้อง หรือทนายความเข้าร่วมทั้งกระบวนการ สามารถเพิ่มพยานในชั้นการพิจารณาของศาลได้
เท่าที่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต ทางสาขานิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ระบุว่า เกิดจากการเสียสมดุลเกลือแร่ในเลือด ร่วมกับโรคหัวใจโต โดยกรณีนี้ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 8 ราย ที่ตั้งโดยกระทรวงยุติธรรม ได้ขยายเวลาการสอบสวนออกไปอีก 30 วัน แต่คณะกรรมการฯ ได้ทำความเห็นเบื้องต้นออกมาว่า เป็นการเสียชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ปรากฏร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
อ้างอิงจากใบมรณบัตร และการตรวจพิสูจน์จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ประกอบกับกล้องวงจรปิดในคืนวันเกิดเหตุ พบว่า ผู้เสียชีวิตนอนหลับพักผ่อนเป็นปกติภายในฝ่ายปกครองของผู้ต้องขังหญิง
จากนั้น ในช่วงเวลา 06.12 น. ของวันที่ 14 พ.ค. ‘บุ้ง’ ได้ลุกขึ้นมานั่งที่เตียงผู้ป่วย เริ่มคว่ำหน้าลง และมีการชักกระตุก เจ้าหน้าที่จึงได้กดกริ่งและแจ้งผู้ควบคุมเข้าไป จนสรุปเห็นควรส่งให้แพทย์มาร่วมกันดำเนินการ
ทั้งนี้ หากถามว่า ‘บุ้ง’ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ หรือโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ ในรายงานระบุว่า เสียชีวิตที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ แต่ในระหว่างการช่วยยื้อชีวิต อาจเป็นปรากฏการณ์เหมือนการเสียชีวิตแล้ว
ดังนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่า ตามมาตรา 150 ของการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ เราเปิดโอกาสให้สามี ภรรยา บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล ญาติของผู้ตาย สามารถยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลฯ ได้ ยืนยันว่าการดำเนินการของกรมราชทัณฑ์ เป็นไปตามวิชาชีพ ตามมาตรฐานสากล ตามหลักทางการแพทย์ ทั้งนี้ รายละเอียดอย่างเป็นทางการขอให้รอคำสั่งจากศาลฯ ที่ถือเป็นที่สุด และมีความเที่ยงธรรม
— พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง




