วันนี้ (12 มิ.ย.) ที่รัฐสภา ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ขอหลักฐานและรายชื่อพยานคดียุบพรรคก้าวไกลเพิ่มเติมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปเป็นวันที่ 18 มิ.ย.นี้
ชัยธวัช ยอมรับว่า ตอนนี้ยังสรุปอะไรไม่ได้ เพราะศาลยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการเปิดไต่สวนหรือเรียกพยานตามที่พรรคก้าวไกลในฐานะผู้ถูกร้องยื่นไป ส่วนศาลรัฐธรรมนูญให้ กกต.ยื่นเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรนั้นยังไม่ทราบ แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับข้อโต้แย้งของพรรคก้าวไกล ที่ยื่นหลักฐานไปว่าการยื่นคำร้องของ กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งวันนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคก้าวไกลก็จะไปยื่นบัญชีเอกสารเพิ่มเติมเช่นกัน
“เป็นคำให้สัมภาษณ์ของประธาน กกต.เอง ซึ่งเราเห็นว่านี่เป็นการยอมรับโดยตัว กกต.เองว่าตัวเองไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบที่ กกต.กำหนด ในการยื่นยุบพรรค ตามมาตรา 92 และ 93 ที่ประกอบด้วยระเบียบที่ กกต.เป็นคนกำหนดกฏเกณฑ์ออกมา เราเองก็จะไปยื่นเพิ่มเติมเหมือนกัน เพื่อประกอบข้อต่อสู้ของเราในวันนี้”
— ชัยธวัช กล่าว
ส่วนเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาเพิ่มเติม ชัยธวัช บอกว่ายังไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้าจะให้คาดการณ์น่าจะเกี่ยวข้องกับข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกลไม่ว่าจะเรื่องเขตอำนาจศาล หรืออำนาจในการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค
ชัยธวัช ยังมองว่า ผลการพิจาณราของศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ แสดงว่าให้เห็นว่าศาลเห็นประเด็นสำคัญในข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกล แต่สุดท้ายศาลจะเปิดให้ไต่สวนหรือไม่ คงจะทราบเร็วที่สุดคือสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้ พรรคก้าวไกล หวังว่าศาลจะเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ มีการไต่สวนพยาน มีการพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่อย่างเต็มที่ เพื่อให้คำวินิจฉัยออกมาเป็นที่ยอมรับ
เมื่อถามว่าได้มีการเช็คชื่อลูกพรรคบ้างหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องเช็คชื่อตอนนี้ เนื่องจาก สส. เตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้อยู่ในโค้งสุดท้ายแล้ว อาจมีการปรับอีกเล็กน้อย ในช่วงสัปดาห์ที่เหลือ
ส่วนเรื่อง สส.งูเห่า ถ้าคนที่ไม่คิดเป็น สส.แล้ว คงไม่ยึดมั่นในอุดมการณ์ เพราะอยากเป็น สส. เพียงรอบเดียว ชัยธวัช ยังเชื่อมั่นว่า สส. ของพรรคก้าวไกลจะไม่ได้คิดเรื่องตัวเองเป็นตัวตั้ง และเชื่อว่า สส. ของพรรคเห็นความสำคัญของการไว้วางใจจากประชาชนที่เลือกมา
ชัยธวัช ย้ำว่า พรรคไม่ได้เสียขวัญ และสิ่งที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงเรื่องข้อต่อสู้ในคดียิ่งทำให้ สส. ของพรรค รู้สึกว่ามีประเด็นในการต่อสู้ได้อยู่
“ขออย่าเพิ่งไปสรุปว่า สุดท้ายแล้วคดีนี้ผลจะออกมาอย่างไรแน่นอน ผมไม่ได้ประเมินว่า กกต. จะมีข้อต่อสู้หรือโต้แย้งอย่างไร จึงขอฝากสื่อฯ ไปถามกกต.ด้วย”
— ชัยธวัช กล่าว
นอกจากนี้ ชัยธวัช ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ตำรวจเข้าจับกุม บรรณสิทธิ์ วงษ์นาค ผู้ช่วย สส. ของ เชตวัน เตือประโคน สส. ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ที่มีพฤติกรรมตั้งแก๊งค์ รีดทรัพย์ อุ้มประชาชนเรียกค่าไถ่ โดยการอ้างตัวว่าเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาผู้แทนราษฎร ว่า เพิ่งเห็นข่าวเมื่อสักครู่นี้ และคงต้องให้เชตวันรวมถึงคนที่อ้างว่าเป็นผู้ช่วย สส. มาชี้แจง ถ้าเป็นผู้ช่วย สส.จริงต้องมาชี้แจง
ย้ำว่า หากผิดจริงต้องดำเนินการทางวินัย โดยโทษสูงสุดคือการขับออกจากการเป็นผู้ช่วย สส. และตำแหน่งในกรรมาธิการ รวมถึงการเป็นสมาชิกพรรค และหากมีความผิดทางกฎหมายด้วยก็จะไม่เอาไว้ ต้องจัดการดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่าจะมีการเตือนลูกพรรคที่กระทำการเช่นนี้อย่างไร ชัยธวัช ยอมรับ เราไม่รู้ว่าคนที่อาสามาช่วยงาน หรือมาเป็นทีมงาน สส. สุดท้ายเขาจะฉวยโอกาสมีพฤติกรรมไปใช้ตำแหน่งหาประโยชน์ให้ตัวเองหรือไม่ แต่ถ้าเราพบโดยหลักการเราจะไม่ปกปิด และต้องดำเนินการอย่างเปิดเผยเพื่อเป็นตัวอย่างว่าห้ามมีพฤติกรรมอย่างนี้




