‘ก้าวไกล’ ขยี้งบกลาโหม! เย้ย ‘สุทิน’ ลอกการบ้าน ‘บิ๊กตู่’

4 ม.ค. 2567 - 15:40

  • ‘ก้าวไกล’ ขยี้งบกลาโหม! เพิ่มขึ้นกว่า 3.8 พันล้าน หยัน ‘สุทิน’ ลอกการบ้าน ‘บิ๊กตู่’

  • ซัดยังเท ‘งบบุคลากร’ สวนทางนโยบาย ‘เลิกเกณฑ์ทหาร-ลดนายพล’

  • โวย ‘ทร.’ ส่อมี ‘เงินทอน’ โครงการสร้างรันเวย์ที่ 2 สนามบินอู่ตะเภา หรือไม่

  • ผุดฉายา ‘สุทินดาวน์น้อยสุดยอดนวัตกรรมอินโนเวทินคลังแสง’ หมกหนี้ซื้ออาวุธก้อนโตในอนาคต

  • ย้อนถามจุดยืน ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ยังเหมือนสมัยเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

mfp_discusses_criticism_of_suthin_and_the_ministry_of_defense_budget_SPACEBAR_Hero_c5fa8b7905.jpg

ดุเด็ดเผ็ดมันส์ขึ้นเรื่อยๆ สำหรับวันที่สองของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วาระแรก คราวนี้เป็นคิวของพรรคก้าวไกล ในการอภิปรายถึงงบประมาณกระทรวงกลาโหม 

โดยเอกราช อุดมอำนวย สส.กรุงเทพฯ ชี้ให้เห็นว่า กระทรวงกลาโหมขอรับการจัดสรรงบประมาณเกือบ 1.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 3,800 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยปี 67 เพิ่มขึ้น 1,725 ล้านบาท สะท้อนว่ากระทรวงกลาโหม กำลังขยายขนาดหรือไม่ สวนทางกับแผนลดกำลังพล ที่นายกฯ แถลงต่อสภาฯ โดยสิ้นเชิง

เมื่อเจาะดูรายจ่ายงบประมาณของกลาโหม ส่วนใหญ่หมดไปกับรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ ร้อยละ 55 โดยเฉพาะกองทัพบก ใช้งบประมาณถึงร้อยละ 64 ของงบประมาณกองทัพบก ในขณะที่สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ร้อยละ 30 เท่านั้น เมื่อดูละเอียดเข้าไปอีกงบฯ บุคลากรยังซ่อนรูปในงบรายจ่ายอื่นที่ใช้กับทหารกองประจำการทั้งค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาภรณ์เครื่องแต่งกาย และค่าใช้จ่ายในการเรียกเกณฑ์และปลดกำลังพล และเมื่อรวมค่าตอบแทนทหารประจำการค่าตอบแทนจะสูงถึง 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 12.8 ของบุคลากรทั้งหมดของกระทรวงกลาโหม

เอกราช อุดมอำนวย

เอกราช ยังอ้างถึงเรื่องร้องเรียนกรณีทหารถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม ในพื้นที่ จ.นครพนม แถมตั้งรหัสเอทีเอ็ม 1111 เหมือนกันหมด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณส่วนบุคลากรกองทัพ ควรเปลี่ยนเคพีไอ และชี้ให้ชัดว่าต้องใช้ทหารกองประจำการและนายพลเท่าไหร่ รวมถึงถามหา ‘กฎหมายป้องกันต่อต้านการรัฐประหาร’ โดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และเรื่อง ‘งบลับ’ ของกระทรวงกลาโหมที่เท่ากันทุกปี 

ไปจนถึงกรณีกองทัพเรือ มีโครงการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเป็นงบประมาณแผ่นดิน 2,450 ล้านบาท และต้องกู้เงินจากต่างประเทศอีกกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ทั้งที่เป็นหน้าที่รับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

พรรคก้าวไกล เคยถามกองทัพเรือใน กมธ.งบประมาณปีก่อนๆ ว่าทำไมต้องมารับผิดชอบในการก่อสร้างสนามบินพาณิชย์ กองทัพเรือตอบอย่างเข้มแข็งว่าสนามบินอู่ตะเภาเป็นพื้นที่ๆ อยู่บนที่ดินที่กองทัพเรือครอบครอง แบบนี้ได้หรือไม่ อู่ตะเภา ไม่ใช่หนูตะเภา ที่จะมาเป็นของเล่นของทดลองให้กองทัพเรือ และที่ราชพัสดุเป็นของแผ่นดินไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง สรุปจะอ้างสิทธิ์ในที่ดินแล้วเปิดซองประมูลคัดเลือกผู้รับเหมา แบบนี้หวังเงินทอนหรือไม่ ซึ่ง สกพอ.พยายามเจรจาเพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินโครงการนี้ แต่กองทัพเรือมีหรือจะยอม อ้อยเข้าปากช้างแล้ว

เอกราช อุดมอำนวย

เอกราช ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย (AIIB) สรุปสถานการณ์ยื่นคำขอกู้ 431 ล้านยูเอสดอลลาร์ เพื่อมาดำเนินโครงการ สถานะล่าสุดคือยังไม่อนุมัติ ขณะที่ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ขอกู้ผ่าน AIIB เหมือนกันในโครงการระดับ 500-1,000 ล้านบาท ใช้เวลาอนุมัติเพียง 2-5 เดือนเท่านั้น แต่ของประเทศไทยล่วงเลยมา 24 เดือนแล้ว 

พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่า โครงการนี้ยัดไส้เงินทอนหรือไม่ เพราะจากเดิมที่ ครม.มีมติให้กู้และใช้งบประมาณแผ่นดินผสมกัน คือให้กู้ 1.54 หมื่นล้านบาท และใช้งบแผ่นดิน 700 กว่าล้านบาท กลายมาเป็นต้องมากู้ 1.37 หมื่นล้านบาท แล้วใช้งบประมาณแผ่นดินอีกกว่า 2,400 ล้านบาท จึงขอให้สุทิน เปิดเผยรายละเอียดโครงการให้ภาคประชาชนได้ตรวจสอบด้วย

วันนี้นายสุทิน ได้เป็นรัฐบาลสมใจ มานั่งบริหารคุมกลาโหมเอง ไฉนวันนี้ท่านมีท่าทีเปลี่ยนไป หรือว่าท่านมีมือที่มองไม่เห็นคุมท่านอยู่ แต่ผมเชื่อว่าท่านคงมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่เป็นหุ่นเชิดให้ใคร อยากให้ท่านแสวงหาจุดร่วมที่ชัดเจนก่อนว่า จะเอาอย่างไรกับนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน กลาโหมที่อยู่ภายใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในวันนั้นสู่ สุทิน คลังแสง ในวันนี้ มีอะไรที่เป็นความหวังได้บ้าง เท่าที่ดูมาท่านสุทิน ลอกการบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ มาหรือไม่ ผมไม่สามารถเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นี้ได้ ท่านต้องปรับเปลี่ยนและบริหารกองทัพให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง เพราะสุดท้ายจุดมุ่งหมายในการทำงานของเราไม่ได้มีแค่พวกเราในนี้หรือพวกท่านที่อยู่ในกระทรวง แต่คือประชาชนที่เลือกเรามา จึงต้องบริหารงบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เอกราช อุดมอำนวย

mfp_discusses_criticism_of_suthin_and_the_ministry_of_defense_budget_SPACEBAR_Photo01_19f3bc17f6.jpg

ผุดฉายา ‘สุทินดาวน์น้อยสุดยอดนวัตกรรมอินโนเวทินคลังแสง’ จัด ‘งบกลาโหม’ ลดลง แอบหมกหนี้ซื้ออาวุธก้อนโตในอนาคต หยัน ‘งบกองทัพ’ อยากจะจับปืน แต่จับปากาเพื่อเขียนขอปืนยังทำไม่ได้

อีกหนึ่ง ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ชยพล สท้อนดี อภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังทำงบฯ กันแบบเดิมๆ ไม่มีประสิทธิภาพ สะเปะสะปะ จนสุดท้ายต้องจัดทำงบฯ มาเพื่อตามล้างแผลเก่ากันไม่หยุดไม่หย่อน

เมื่อเปรียบเทียบที่มาและความต้องการ ของสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่ของบฯ 273 ล้านบาท กับกองทับบกของบฯ 17,623 ล้านบาท ในขณะที่ depa เขียนที่มา ความต้องการ เป้าหมาย และตัวชี้วัด แต่กองทับบก กลับปล่อยโล่งเป็นกระดาษเปล่า อยากได้เงินทำโครงการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ แต่ความสามารถในการเขียนหนังสือยังไม่มี อยากจะจับปืน แต่จะจับปากาเพื่อเขียนขอปืนยังทำไม่ได้

ชยพล สท้อนดี

ขณะที่ภาพรวมการจัดหายุทโธปกรณ์ ของกระทรวงกลาโหม ในปี 67 ลดลง 2,400 ล้านบาท ซึ่งฟังดูเหมือนเป็นเรื่องดี แต่กลับพบว่า หากอยากให้ยอดการจัดหาอาวุธในปีนี้ดูน้อย โดยที่ไม่ลดโครงการจัดหาอาวุธ ก็แค่ดาวน์น้อยๆ และผ่อนนานๆ จึงขอแนะนำให้รู้จักกับ ‘สุทินดาวน์น้อยสุดยอดนวัตกรรมอินโนเวทินคลังแสง’ ดังนั้น ถ้าเอาความจริงที่จะต้องเริ่มดาวน์ตั้งแต่งวดแรกและมาโปะเพิ่ม ก็จะกลายเป็น 35,000 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับความจริงแล้วรัฐบาลชุดนี้ ยอดคลังแสงทวีศิลป์กว่ารัฐบาลชุดก่อน

ดาวน้อยซ่อนเคราะห์ใหญ่ เรื่องนี้ต้องขยี้ เพราะนอกจากจะดาวน์ในสัดส่วนที่น้อย แต่ยอดเงินรวมที่จะก่อหนี้ผูกพันให้ผ่อนกันไปยาวๆ มีมูลค่ามากถึง 57,816 ล้านบาท มากกว่าปี 66 กว่าถึง 2-3 เท่า ซ่อนหนี้ก้อนโตไปไว้ไกลๆ หากเราตรวจสอบแค่ปีต่อปี อาจมองไม่เห็นแต่หากเราคิดถึงอนาคตของประเทศจริง เราจะเห็นความพินาศชิ้นใหญ่รอเราอยู่ ขอถามไปยังนายสุทิน ว่าเหตุใดจึงไม่พยายามรักษาวินัยการคลัง หากงบประมาณนั้นไม่พอ ก็ควรให้กองทัพลดจำนวนโครงการในการหาอาวุธลง ไม่ใช่ปล่อยให้จำนวนโครงการมีตามที่กองทัพต้องการและไปลดยอดเงินดาวน์แบบนี้ เพราะจะเป็นภาระในปีต่อๆไป

ชยพล สท้อนดี

ย้อนถามจุดยืน ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ยังเหมือนสมัยเป็นฝ่ายค้านหรือไม่

ชยพล ทิ้งท้ายฝากไปถึง รมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรี ว่าจะทำอย่างไรกับการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เพราะจีนทำผิดสัญญาละเลยการส่งมอบเรือไปแล้ว 94 วัน นับแต่วันครบกำหนด (2 ต.ค. 2566) และอยากทราบถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ยังเหมือนเดิมสมัยที่เป็นฝ่ายค้านหรือไม่ ตั้งแต่ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร อภิปรายไว้ในสภาฯ และตอนนี้ได้เป็นที่ปรึกษานายกฯ แล้ว จึงขอให้นายกฯ ฟังความเห็นของยุทธพงศ์ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์