ถือเป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตาสำหรับกรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) อ้างว่า ธนาคารพาณิชย์ของไทย เป็นผู้ให้บริการทางการเงินแก่รัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่อใช้ในสงครามภายในประเทศ
ขณะที่วันนี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว โดยมีการเชิญ ทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้จัดทํารายงาน มาให้ข้อมูล พร้อมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงต่างประเทศ, สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย, สมาคมธนาคารไทย, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาติ และธนาคารกรุงเทพ

ทางด้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยภายหลังเข้าประชุมดังกล่าว โดยอ้างว่า การประชุมมีมติได้ว่าน่าจะมีปัญหาจริง แต่จะแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร ยังไม่มีข้อยุติ จึงเสนอ รังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการฯ ว่า ให้ประสานไปยังสิงคโปร์
ปีที่แล้ว เมื่อมีรายงานเหล่านี้ รัฐบาลสิงคโปร์ทำการตรวจสอบอย่างไร กระบวนการเป็นอย่างไร ก็ทำตามกระบวนการนั้น
— พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
และคงใช้โอกาสนี้ ถามไปยัง มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีความเห็นและมีจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ‘วิกฤตในเมียนมา’ และรายงานนี้อย่างไร เพราะยังไม่การออกมาชี้แจง เหมือนกับที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์ ออกมาชี้แจงว่า รับเรื่องนี้ไม่ได้ จึงตั้งคณะกรรมการในการสอบสวนทันที ในขณะที่ของไทย เท่าที่ฟังยังไม่มีมีการออกมาแสดงความเห็น และออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้
ธนาคารไทยชี้แจงว่าไม่ทราบ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยรายงานฉบับดังกล่าว ก็บอกว่า อาจจะไม่รับทราบว่าลูกค้าที่มีส่วนหนึ่งที่จะฟันเรื่องการใช้เครื่องบินรบ อาวุธ และการฟอกเงินหรือไม่ ต้องรอดูว่ารายการที่สิงคโปร์ตรวจสอบ แล้วมาเทียบของรัฐบาลไทย และของธนาคารไทย ตรงกันหรือไม่ ถ้าตรงกันก็น่าจะดำเนินการได้เร็วขึ้น
— พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
อีกประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทยไม่มีกฎหมายรองรับเรื่องอาชญากรรมมนุษยชาติ ทาง ปปง.ก็บอกว่า ไม่มีกฎหมายรองรับในการดำเนินการต่อไป ซึ่งพรรคก้าวไกลอาจดำเนินการต่อ

ขณะที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมว่า เนื่องจากรายงานดังกล่าว เป็นรายงานที่ได้แสดงให้เห็นว่า มีความเชื่อมโยงในส่วนของธนาคารของประเทศไทยไปเกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาวุธต่าง ๆ ที่ใช้ในการเข่นฆ่าประชาชนชาวเมียนมา
ซึ่งเป็นความรุนแรงที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพเข้ามาที่ประเทศไทย ทั้งในรูปแบบที่สามารถระบุได้และไม่ได้ ย้ำว่า ความขัดแย้งและความรุนแรงเหล่านี้ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น กมธ.ความมั่นคงฯ ไม่สามารถที่จะนิ่งนอนใจได้
ก่อนหน้านี้ในปี 66 ที่มีรายงานในลักษณะแบบนี้ มาก่อนแล้ว หรือคือ 4 ปี ที่ประเทศไทยไม่ได้มีมาตรการหรือการดำเนินการอย่างไร โดยผลของรายงานฉบับดังกล่าว ก็มีความเชื่อมโยงของบริษัทจำนวนมากกว่า 250 บริษัท ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาวุธและความรุนแรงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเมียนมา แม้ในวันนั้น ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมมากที่สุด แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมบางอย่าง ที่อาจจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในเมียนมา แต่เราไม่ได้เห็นความชัดเจนว่า ภายหลังจากที่มีรายงานฉบับแรกออกมา ประเทศไทยได้มีมาตรการหรือดำเนินการอย่างไรบ้าง
— รังสิมันต์ โรม
ดังนั้น ในวันนี้หลังจากที่มีรายงานอีกฉบับหนึ่งออกมา เราก็พยายามที่จะสอบถามเรื่องนี้กับทุกฝ่าย ทั้งภาคส่วนของธนาคาร ภาคส่วนของรัฐ ไปจนกระทรวงการต่างประเทศ โดยทุกฝ่ายก็พูดตรงกันว่า ไม่อยากให้ระบบธนาคารของเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่จะนำไปสู่การซื้ออาวุธ และแน่นอนว่า แม้วันนี้เรายังไม่ได้มาตรฐานที่ชัดเจนว่า จะมีการดำเนินการอย่างไร แต่วันนี้ เรามีคำสัญญาจากทุกฝ่ายว่า จะมีมาตรการทั้งระยะสั้น, กลาง และยาว เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ต่อไป
ในเบื้องต้น ตลอดการพูดคุย ไม่มีข้อเท็จจริงหรือข้อประเด็นที่อาจจะโต้แย้งว่า รายงานฉบับนี้ไม่ถูกต้อง ดังนั้น เราก็คงจะสามารถอนุมานได้ว่า ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ คงจะเป็นรายงานที่ถูกต้อง และเป็นรายงานที่เราคงจะต้องนำไปสู่การสร้างมาตรการที่จะแก้ปัญหาต่อไป มี กมธ.บางคน รวมถึงนายพิธา ได้นำเสนอในที่ประชุมว่า สิงคโปร์จะเป็นโมเดลที่สำคัญให้ประเทศไทย ควรจะเดินตาม
— รังสิมันต์ โรม
ย้ำว่า เราไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ลำพัง แต่ต้องเอากรณีของสิงคโปร์มาเป็นรูปแบบการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งคงจะมีการประสานงานกันต่อไป
กมธ.ได้มีการแนะนำไปที่กระทรวงการต่างประเทศ ว่าจะต้องมีการประสานงานกับทางสิงคโปร์ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ในภาพรวมทั้งหมด และได้ให้หน่วยงานทั้งหมดทำรายงานความคืบหน้ากลับมาที่ กมธ.ใน 30 วัน เพื่อติดตามมาตรการที่มีความชัดเจนต่อไป
— รังสิมันต์ โรม
อย่างไรก็ตาม ยังมีบัญชีที่ถูกใช้ในการทำธุรกรรมทางธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธต่าง ๆ ยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่เราก็ได้รับคำยืนยันจากธนาคาร ว่า แม้จะยังใช้งานอยู่ แต่มีการทำธุรกรรมทางธนาคารน้อย แม้สิ่งนี้จะไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญ แต่ที่น่าประหลาดใจ คือเงินและระบบของเรายังถูกใช้ เพื่อนำไปซื้อขายอาวุธ และสนับสนุนรัฐบาลทหารเมียนมา ในการเข่นฆ่าประชาชน ทำให้เรารับไม่ได้

ด้าน ทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวเสริมว่า ประเทศรอบข้างเมียนมา กำลังสนใจเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาตอนนี้ จากกรณีที่มีการใช้อาวุธร้ายแรงในการประหัตประหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก ซึ่งจากการประชุมในครั้งนี้ รังสิมันต์ ได้พูดในลักษณะที่เป็นสิ่งที่จับต้องได้ และค่อนข้างเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องของแผนงานและเรื่องของระยะเวลา
นี่น่าจะเป็นจุดตั้งต้นที่ดี และยังมีหลายอีกหลายหนทาง เพื่อเริ่มต้นด้วยกัน สิ่งที่เห็นในวันนี้คือ การมีเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติชัดเจนเช่นเดียวกัน
— ทอม แอนดรูว์ส




