ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคก้าวไกลได้นัดประชุม สส. ช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ เพื่อสรุปท่าทีในการลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 22 ส.ค. โดยจะยังคงรอประเมินสถานการณ์ทางการเมืองล่าสุดก่อน
พร้อมระบุว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะประชาชนได้ตัดสินไปแล้วจากการเลือกตั้ง จึงไม่จำเป็นต้องมาพูดกันเรื่องคุณสมบัติ ส่วนเนื้อหาในการอภิปราย วันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลได้ขอเวลาไว้ 30 นาที ส่วนจะใช้หรือไม่ คงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง
“ถ้าต้องมีการอภิปราย คงจะเป็นเรื่องจุดยืนของพรรคก้าวไกล ว่าสาเหตุและเหตุผลที่โหวตเพราะอะไร และพรรคจะมีมติกันก่อนว่าจะโหวตไปในทิศทางใด แต่ถ้ามีสถานการณ์ใดเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็จะมีการเรียกประชุมกันอีกครั้ง” ปกรณ์วุฒิ ระบุ
ส่วนญัตติของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เสนอให้ทบทวนมติเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม กรณีเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้นั้น ปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า จะเสนอเหมือนเดิม แต่หากประธานรัฐสภาใช้อำนาจวินิจฉัยและปัดตก ไม่ให้พิจารณา ก็เคารพ และต้องไปดูในอนาคตอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลย้ำมาตลอดว่า ญัตติของ รังสิมันต์ สามารถพิจารณาได้ เพราะเป็นการยืนยันอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าสามารถแก้ไขในสิ่งที่ตนเองใช้อำนาจของสภาฯ ทำไป และอาจมีส่วนผิดพลาด
“มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกองค์กรจะสามารถเปลี่ยนมติของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นศาล คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ถ้ามีมติที่ผิดพลาด สามารถกลับมาแก้ไขได้” ปกรณ์วุฒิ ระบุ
พร้อมระบุว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องคุณสมบัติของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพราะประชาชนได้ตัดสินไปแล้วจากการเลือกตั้ง จึงไม่จำเป็นต้องมาพูดกันเรื่องคุณสมบัติ ส่วนเนื้อหาในการอภิปราย วันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกลได้ขอเวลาไว้ 30 นาที ส่วนจะใช้หรือไม่ คงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง
“ถ้าต้องมีการอภิปราย คงจะเป็นเรื่องจุดยืนของพรรคก้าวไกล ว่าสาเหตุและเหตุผลที่โหวตเพราะอะไร และพรรคจะมีมติกันก่อนว่าจะโหวตไปในทิศทางใด แต่ถ้ามีสถานการณ์ใดเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ก็จะมีการเรียกประชุมกันอีกครั้ง” ปกรณ์วุฒิ ระบุ
ส่วนญัตติของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เสนอให้ทบทวนมติเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม กรณีเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้นั้น ปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า จะเสนอเหมือนเดิม แต่หากประธานรัฐสภาใช้อำนาจวินิจฉัยและปัดตก ไม่ให้พิจารณา ก็เคารพ และต้องไปดูในอนาคตอีกครั้ง เพราะที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลย้ำมาตลอดว่า ญัตติของ รังสิมันต์ สามารถพิจารณาได้ เพราะเป็นการยืนยันอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าสามารถแก้ไขในสิ่งที่ตนเองใช้อำนาจของสภาฯ ทำไป และอาจมีส่วนผิดพลาด
“มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกองค์กรจะสามารถเปลี่ยนมติของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นศาล คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ ถ้ามีมติที่ผิดพลาด สามารถกลับมาแก้ไขได้” ปกรณ์วุฒิ ระบุ



