ฟังมุมมอง ‘ก้าวไกล’ ให้คะแนน ‘รัฐบาลเศรษฐา’ หลังทำงาน 2 เดือน

9 พ.ย. 2566 - 17:06

  • ถึงคราว ‘ก้าวไกล’ ตัดเกรด ‘รัฐบาลเศรษฐา’ หลังทำงานมา 2 เดือน

  • ‘รังสิมันต์’ ไม่ขอให้คะแนน เหตุมองไม่เห็นความคืบหน้า รับคาดหวังแก้สารพัดปัญหาให้มากกว่านี้

  • ด้าน ‘รอมฎอน’ ให้ ‘ติด ร.’ ขณะที่ ‘ชุติพงศ์’ บอกยังคงให้โอกาส แต่โวยนายกฯ มาพื้นที่ตัวเองแล้วไม่เชิญ

perspective_of_MFP_in_rating_the_Srettha_government_SPACEBAR_Hero_1ba1ced21f.jpg
perspective_of_MFP_in_rating_the_Srettha_government_SPACEBAR_Photo02_895d1bd40c.jpg

ในจังหวะที่หลายคนได้มีการ ‘ให้คะแนน’ กับ ‘รัฐบาลเศรษฐา’ หลังทำงานมาแล้ว 2 เดือน คราวนี้มาถึงตาของพรรคก้าวไกล ในการ ‘ตัดเกรด’ ให้รัฐบาลกันบ้าง

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล(ก.ก.) กล่าวถึงการให้คะแนนรัฐบาล โดยบอกว่า ขอไม่ตอบเป็นตัวเลข แต่อาจตอบว่า มีความคาดหวังกับการแก้ปัญหาต่างๆ มากกว่านี้ อย่างปัญหาหนึ่งที่เรียกว่าเป็นบทบาทเกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคงของชายแดน เราเห็นว่าไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย และนึกไม่ออกว่าก่อนรัฐบาลนี้เข้ามากับ วันที่เข้ามา และทำงานแล้ว มีความแตกต่างอะไร ซึ่งเรายังไม่เห็นความคืบหน้าในเรื่องนี้ ปัญหาการใช้กฎหมายที่อาจจะกระทบสิทธิมนุษยชนในด้านต่างๆ เราก็ยังไม่ได้เห็นความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว และถ้าเราดูการทำงานในสภาฯ ส.ส.รัฐบาล มีเกินครึ่ง ยังไม่มีการพิจารณากฎหมายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ดังนั้น จนถึงวันนี้เรายังไม่ได้เห็นความสำเร็จอะไร หรือแม้กระทั่ง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ไม่เคยมาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านแม้แต่ครั้งเดียว สุดท้าย ผมให้คะแนนลำบาก จึงไม่อยากกำหนดเป็นตัวเลข เพราะให้คะแนนไม่ได้ และผมอาจจะไม่ไปวิจารณ์ในนโยบายอื่นๆ แต่ด้วยภาระหน้าที่ที่ผมกำลังทำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องอาชญากรรม ปัญหาสังคม ปัญหาการเมือง เราก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าในเรื่องนี้ และเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เรื่องเหล่านี้ไม่มีความสำคัญ ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีความสำคัญไม่ต่างอะไรกับปัญหาอื่นๆ ในสังคม

perspective_of_MFP_in_rating_the_Srettha_government_SPACEBAR_Photo04_16a5e494c1.jpg

‘รอมฎอน’ ให้ ‘ติด ร.’ ไร้คืบหน้าพูดคุยสันติภาพชายแดนใต้

รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล บอกว่า รู้สึกเช่นเดียวกับ รังสิมันต์ ถึงประเด็น ‘ความคืบหน้า’ โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือการสร้างสันติภาพ พร้อมบอกว่า คงจะให้ ‘ติด ร.’ คือไม่ส่งข้อสอบ และไม่ทำการบ้าน จึงประเมินยาก แต่เราต้องให้โอกาส ซึ่งการ ‘ติด ร.’ ไม่ใช่ได้ 0 (ศูนย์) แต่หมายความว่า เรารอที่จะให้แสดงผลงาน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพยังไม่มี ซึ่งค้างมาหลายเดือนแล้ว และเข้าใจว่าทางคู่สนทนาของรัฐบาลก็รออยู่ รวมถึงทางการทางประเทศมาเลเซีย ก็รออยู่ ฉะนั้น ความคืบหน้าในเรื่องนี้เป็นศูนย์ และไม่แน่ใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งตอนนี้ มีความท้าทายอยู่หลายเรื่อง แต่โครงสร้างและการใช้อำนาจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแทบจะเป็นศูนย์ และเรามองไม่เห็นชัดว่าเราจะถามใคร หรือจะให้ใครมาตอบในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลชุดนี้ไม่กล้าแตะเรื่องความมั่นคง รอมฎอน บอกว่า เป็นข้อสังเกตของตนเอง ตั้งแต่วันแถลงนโยบาย ซึ่งเห็นว่ามีสมมติฐานอยู่ 2 แบบ อาจเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ เข้าไม่แยแส ไม่สนไม่แคร์ หรือไม่ได้สนใจเลย หรือไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่สนใจขนาดนั้น กับอีกแบบคือ ไม่กล้าแตะ

การที่ไม่กล้าแตะ เพราะเป็นเขตทหาร เป็นเรื่องกิจการที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ ฉะนั้นการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ก้าวก่ายไปในอาณาเขตของทหารเหล่านั้น ต้องระมัดระวัง ความจริงคงจะไม่สุดขั้วขนาดนั้น อาจจะอยู่ระหว่าง 2 แบบ แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ส่งข้อสอบ และยังคงติด ร. อยู่

perspective_of_MFP_in_rating_the_Srettha_government_SPACEBAR_Photo03_a398d3c65c.jpg

‘ชุติพงศ์’ ยังคงให้โอกาส แต่มองยังไม่มีอะไรแตกต่าง ‘รัฐบาลลุงตู่’ โวยนายกฯ มาพื้นที่ตัวเองแล้วไม่เชิญ

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคก้าวไกล กล่าวว่า เรื่องให้คะแนน ยังคงให้โอกาสรัฐบาลในการที่จะมีพื้นที่ในการทำงาน เพราะเข้าใจว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงาน ภายหลังจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเข้ามารับช่วงต่อ ก็คงมีความตั้งใจจริงๆ ที่จะผลักดันสิ่งที่คาดหวังว่าจะเป็นนโยบายเพื่อปรับเปลี่ยนประเทศ หรือต้องการพิสูจน์ความแตกต่างจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็น่าเสียที่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรแตกต่าง นอกจากชื่อนายกรัฐมนตรี ดังนั้น เข้าใจว่าเขาคงจะพยายามผลักดันจริงๆ และคงต้องอาศัยเวลาในการทำงานร่วมกับข้าราชการที่อยู่มาอย่างยาวนานมากกว่า

แต่เวลาแห่งความอดทน และการให้โอกาสของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน ดังนั้น ผมจึงไม่แน่ใจว่าเวลาที่เขาจะพิสูจน์บทการทำงาน ในฐานะรัฐบาลจากการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จะแถลงออกมาเช่นไร แต่ก็อยากให้ถามทางรัฐบาลด้วยว่า จะมีระยะเวลาการแถลง Road Map อย่างน้อยภายในรอบ 1 ปีนี้ ประชาชนจะได้เห็นอะไรบ้าง เพราะตอนนี้ ผมไม่กล้าให้เกรด ร., มส. เพราะยังไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ ลองถามรัฐบาลว่า 1 ปีนี้ จะมีนโยบายใดสำเร็จบ้าง เพื่อจะให้สมกับการให้คะแนน

ชุติพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ในเขตของเจ้าตัวว่า สิ่งหนึ่งที่ตนเองให้คะแนนตกเลยคือการไม่ทำงานร่วมกับ สส.ในพื้นที่ ทั้งนี้ ไม่มีหมายเชิญ ไม่เป็นไร ตนเองก็ขอติดต่อไปโดยตรง เพื่อเข้าไปสะท้อนปัญหาที่ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรใหญ่โต และประสานไปว่าคงจะเป็นการดี ถ้านายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสรับฟังผู้แทนในพื้นที่ที่รับทราบปัญหา เพื่อสะท้อนและได้มีโอกาสแก้ไข แต่ก็ไม่ยอมให้เข้าพบ

ผมพยายามแล้วพยายามอีก ผมขอ 5-10 นาที ก็ไม่ให้เข้าพบ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก จากที่ไม่ตอบกระทู้ในสภาฯ ของพรรคก้าวไกล ตอนนี้ไปในพื้นที่ ผมอยากจะเอาปัญหาประชาชนมาให้ก็ไม่รับ

Srettha_ISOC_Protect_Move_Forward_Party_Settle_SPACEBAR_Photo00_939b423e28.jpg

พร้อมดีเบตปม ‘กอ.รมน.’ บอก ‘รับฟังได้’ ข้อเสนอ ‘ไม่ยุบ กอ.รมน.’ แต่ ‘เปลี่ยนบทบาท’ ยังยืนกรานไม่จำเป็นต้องมี

ในส่วนประเด็นที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่กล้าแตะเรื่อง ‘ความมั่นคง’ นั้น รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อ้างว่า เคยตั้งข้อสังเกตไว้ 2 ประเด็นคือ 1. เขาไม่แยแส ไม่สนใจ 2. ไม่กล้าแตะ เพราะเป็นเขตทหาร เป็นเรื่องกิจการกองทัพ ดังนั้น การตัดสินใจอะไรที่ก้าวก่ายอาณาเขตของทหารคงจะต้องระมัดระวัง

ส่วนที่วานนี้ (8 พ.ย.) ทางกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้จัดเสวนาความมั่นคง เพื่อตอบโต้เรื่องประเด็นการยุบ กอ.รมน. และได้เชิญผม และไม่ได้ไป ขอชี้แจงว่า เพิ่งรู้ได้รับคำเชิญจากพี่ที่ทำงานอยู่ใน กอ.รมน. มาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก ใต้โพสต์ นึกว่าขำๆ ชวนมาร่วมเสวนาไม่เป็นทางการ ซึ่งผมมีภารกิจประชุมเรื่องสันติภาพ ตอบรับก็ลำบาก แต่ยินดีอย่างยิ่ง ที่จะไปร่วมงานครั้งหน้าอีกครั้ง ถ้ามีการจัด

รอมฎอน บอกด้วยว่า ขณะนี้ กำลังหารือในคณะกรรมาธิการ ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่คนสนใจ ไม่แน่ว่าจะจัดเสวนาที่สภาฯ และเชิญหน่วยปฏิบัติ แล้วเชิญ กอ.รมน.มาสนทนากับเรา ซึ่งใน กมธ.ความมั่นคง ได้มีการสอบถามหน่วยงานข้างเคียง ให้ช่วยประเมิน กอ.รมน. ทั้งที่เห็นด้วยจะยุบ หรือไม่ยุบ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

เมื่อถามที่ว่ามีการตั้งประเด็นจากทาง กอ.รมน. ว่าไม่เห็นความชัดเจนถึงประเด็นที่กล่าวหาว่า ‘ทหารใหญ่กว่าพลเรือน’ รอมฎอน ก็บอกว่า ดีเบตได้ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ให้คำรับรองร่างกฏหมาย แล้วโยนกลับมาให้สภาฯ พิจารณาต่อ ซึ่งจากการที่ได้พูดคุยกับหลายหน่วยงาน รวมถึงคนของ กอ.รมน. ก็เห็นตรงกันว่า ถ้าเราสนับสนุนขีดความสามารถของหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ให้เป็นแม่งานในการประสานงาน อาจจะดีกว่ากองทัพ และตัว กอ.รมน.เอง เพราะรู้งานมากกว่า และรู้ความละเอียดซับซ้อนของงานมากกว่า

Srettha_ISOC_Protect_Move_Forward_Party_Settle_SPACEBAR_Photo02_ea04d37db2.jpg

ส่วนการที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.รมน. จะทำให้ร่างกฎหมายล่าช้าหรือไม่นั้น รอมฎอน บอกว่า ไม่ได้กังวลขนาดนั้น เข้าใจดีว่าตามโครงสร้าง ผอ.รมน. ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ท่าทีของท่านต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อาจเป็นปัญหา ที่อาจจะเร็วไปสักนิด คิดว่าถ้ารัฐบาลมีที่ปรึกษาที่ตรงไปตรงมา มีคนที่รับผิดชอบงานความมั่นคงอย่างจริงจังอย่างรอบด้าน คิดว่าท่าทีของรัฐบาลจะต้องระมัดระวังพอสมควร ที่ต้องแยกแยะและให้ความสำคัญกับรัฐบาลพลเรือน กับกองทัพ ว่าต้องทำอย่างไร และจะแบ่งบทบาทระหว่างฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติอย่างไร

ถ้าจะถกเถียงกัน ควรเป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ปัญหาติดที่ว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร ตีความว่า เราเป็นเรื่องเดี่ยวกับการเงิน จริงๆ ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณขนาดนั้น ซึ่งไม่กังวลนายเศรษฐา มาเป็น ผอ.รมน. แต่ต้องระมัดระวังนิดนึง

รอมฎอน ยังมองว่า ข้อเสนอไม่ยุบ กอ.รมน. แต่ให้เปลี่ยนบทบาท นั้นรับฟังได้ และพร้อมจะถกเถียง สำหรับเราและพรรคก้าวไกล ไม่เห็นความจำเป็นขนาดนั้น เพราะภารกิจที่ว่ามา หน่วยงานอื่นสามารถทำได้ และสามารถพัฒนาขีดความสามารถ ถ้ายังไม่พอ ทหารต่างหากที่ควรมีหน้าที่เป็นมืออาชีพ ทำงานที่มีเชี่ยวชาญเฉพาะ อย่างที่ อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เขียนไว้ว่า คืนทหารให้ทหาร คือคำถามว่า ทหาร ปกติทำอะไร จึงเป็นข้อเรียกร้อง

ผมได้ยินเสียงสนทนาจากเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เป็นทหารเอง หรือแม้แต่ กอ.รมน.ว่าสิ่งที่ควรจะทำ ไม่ได้ทำ สิ่งที่ควรจะเน้น ไม่ได้เน้น เราต้องการทหารมืออาชีพ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะ มีภารกิจที่จำกัดแน่นอน แต่ตอนนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น คำถามคือต้องย้อนกลับมาว่า หัวใจจริงๆ ของกองทัพคืออะไร งานภารกิจหลักคืออะไร คงจะมีประโยชน์ และสามารถถกเถียงกันได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์