มติ ‘ก้าวไกล’ ไม่ร่วม ‘กรรมการศึกษาประชามติแก้ รธน.’

4 ต.ค. 2566 - 08:49

  • มติที่ประชุม ‘ก้าวไกล’ ยังไม่ร่วมคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ

  • ‘พริษฐ์’ อ้างรัฐบาลยังไม่ยืนยันหลักการ ‘ร่างใหม่ทั้งฉบับ-เลือกตั้ง สสร.ทางตรง’ ทั้งหมดหรือไม่

  • แย้มยินดีให้ความเห็นและข้อเสนอ หากคณะกรรมการฯ ต้องการ

MFP_not_join_committee_to_study_guidelines_for_referendum_SPACEBAR_Hero_9cb8bd458c.jpg

(3 ต.ค. 2566) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงมติที่ประชุม สส.พรรคก้าวไกล ในการไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการในคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรายละเอียดในมติที่ประชุม สส.พรรคก้าวไกล ได้แก่   

1\. พรรคก้าวไกลมีจุดยืนที่ชัดเจนมาโดยตลอด ในการสนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด โดยไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ เพื่อให้ประเทศมีกติกาสูงสุดของประเทศที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย 

2\. พรรคก้าวไกลเสนอว่า กระบวนการดังกล่าวควรเริ่มต้นจากการจัดประชามติ เพื่อสอบถามประชาชนด้วยคำถามว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ ว่าประเทศไทยควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ แทนที่รัฐธรรมนูญพุทธศักราช 2560 ฉบับปัจจุบัน โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด โดยไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ” 

3\. พรรคก้าวไกลขอบคุณทางรัฐบาลที่ให้เกียรติตัวแทนพรรคไปร่วมเป็นกรรมการ ทางพรรคพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลที่สอดคล้องกับเป้าหมายดังกล่าว โดยพรรคยินดีให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูล ความเห็น และข้อเสนอของพรรรค ต่อคณะกรรมการ หากคณะกรรมการมีความประสงค์ แต่ ณ เวลานี้ พรรคก้าวไกลขอสงวนสิทธิในการไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการ 

4\. เหตุผลที่พรรคมีมติดังกล่าว เพราะพรรคยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล เกี่ยวกับเป้าหมาย หรือกรอบในภาพใหญ่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมการชุดนี้จะยึดถือ โดยเฉพาะจุดยืนในการสนับสนุน 

  1. การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ และ 
  2. การจัดทำโดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด 

5\. สองจุดยืนดังกล่าว เป็นหลักการพื้นฐานที่พรรคก้าวไกลมองว่า มีความสำคัญต่อการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ทั้งที่มา-กระบวนการ-เนื้อหา เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกฝ่าย และสะท้อนฉันทามติใหม่ของสังคม ที่โอบรับทุกความเห็นที่แตกต่างหลากหลายของประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ 

6\. หากในอนาคต ทางรัฐบาลยืนยัน หรือทางคณะกรรมการศึกษาฯ ได้ข้อสรุปร่วมกัน ว่าจะเดินหน้าภายใต้ 2 จุดยืนดังกล่าว พรรคก้าวไกลจะยินดีให้ตัวแทนพรรคเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการ เพื่อทำงานร่วมกันในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดเรื่องแนวทางการทำประชามติ เช่น จำนวนครั้ง กรอบเวลา คำถาม และแนวทางด้านอื่นๆ เช่น จำนวน สสร. กรอบเวลาทำงานของ สสร. 

7\. พรรคก้าวไกลยืนยันว่า เป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่เพียงการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ต้องเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย โดยพรรคก้าวไกลหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่ารัฐบาลและคณะกรรมการจะได้ข้อสรุปโดยเร็วในการเดินหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดย สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงของประชาชนทั้งหมด 

ทั้งนี้ พริษฐ์ ยืนยันด้วยว่า หากรัฐบาลมีความชัดเจนในข้อกังวล พรรคก้าวไกลยินดีเข้าร่วมในภายหลัง พร้อมมองว่า เมื่อความชัดเจนในสองประเด็นดังกล่าวปรากฏแล้ว ทางเราก็จะได้ร่วมทำงานกับคณะกรรมการเพื่อลงในรายละเอียด ซึ่งยังมีหลายประเด็นที่ต้องมีการหารือกัน ทั้งกรอบเวลา คำถามประชามติ การตั้ง สสร. ทั้งนี้ เข้าใจว่าแกนนำพรรค จะแจ้งไปยังรัฐบาลอย่างเป็นทางการ 

ส่วนโควต้าที่รัฐบาลล็อกไว้ให้ จะต้องคืนหรือไม่นั้น พริษฐ์ กล่าวว่า คงต้องมีการหารือกับตัวแทนรัฐบาล ซึ่งเข้าใจว่าโควต้าที่ได้รับมา เป็นโควต้าพรรคการเมือง พร้อมย้ำว่า ณ เวลานี้ เป็นการไม่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ แต่หากในคณะกรรมการต้องการความเห็นหรือข้อมูล เรายินดีเข้าไปร่วมประชุมและให้ความเห็น แค่ขอไม่รับตำแหน่งคณะกรรมการ จนกว่าจะมีจุดยืนชัดเจน โดยวันนี้ ยังไม่มีการพูดถึงตัวบุคคลใดๆ  

เมื่อถามย้ำว่า การไม่เข้าร่วมจะทำให้องค์ประกอบคณะกรรมการไม่ครบหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า ความเห็นของเราได้แสดงออกค่อนข้างครบถ้วนในรายละเอียดแล้ว ตลอดระยะเวลาการทำงานร่วมกันในสภาฯ 4 ปี รวมถึงช่วงเวลาหาเสียงเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลได้แสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์