ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันสุดท้ายของ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท
โดยในช่วงการพิจารณามาตรา 31 งบประมาณรายจ่ายของหน่วยงานของศาล จำนวน 7,961,884,300 บาทนั้น
ธิษะณา ชุณหะวัณ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับงบประมาณค่ารถประจำตำแหน่งตุลาการ 41 ล้านบาท เพราะตุลาการสามารถออกเองได้ เนื่องจากได้ค่าตอบแทนที่สูงอยู่แล้ว ยิ่งขณะนี้ เศรษฐกิจประเทศถดถอย มีประชาชนจำนวนมากประสบกับภาวะข้าวยากหมากแพง
ดังนั้น พวกเราในฐานะได้รับภาษีของประชาชน ควรลำบากไปพร้อมประชาชน ไม่ใช่รีดเงินไปใช้กับวัตถุทำให้ตนเองสุขสบาย ที่สำคัญเมื่อพิจารณาจากบทบาทการทำหน้าที่ของผู้พิพากษา ปฏิบัติงานประจำอยู่ในอาคารสำนักงาน ไม่ได้ออกไปนอกเส้นทางบ่อยครั้ง และแม้จะออกนอกเส้นทาง ผู้พิพากษาสามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะเหมือนประชาชนได้เช่นเดียวกัน
รวมถึงงบฯ ก่อสร้างอาคารศาลพร้อมบ้านพัก 1,324 ล้านบาท เห็นว่าบ้านพักตุลาการใหญ่โต หรูหรา กว้างขวางกว่าบ้านพักข้าราชการครู และตำรวจ จึงขอตั้งคำถามว่าความเหมาะสมหรือไม่
— ธิษะณา ชุณหะวัณ
ขณะที่ อดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายทวงถามเรื่องการคืนดอกเบี้ยเงินประกัน โดยชี้ให้เห็นว่า ตามปกติ ไม่ว่าจะจำเลย หรือโจทย์ จะต้องมีการวางเงินประกัน แต่เมื่อคดีเสร็จเด็ดขาด เหตุใดจึงคืนเงินประกันอย่างเดียว แต่ไม่คืนดอกเบี้ยให้เจ้าของเงิน
ผู้ใดเอาดอกเบี้ยที่เกิดจากคู่ความวางประกันไว้ จะมีความผิดฐานรับของโจร หรือลักทรัพย์หรือไม่ ท่านมีสิทธิ์อะไรที่เอาดอกเบี้ยไปเป็นเงินสวัสดิการของท่าน ศาลไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ เป็นสวัสดิการอ้างข้างๆ คูๆ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ เพื่อความยุติธรรมของศาลยุติธรรม
— อดิศร เพียงเกษ
ทั้งนี้ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ กมธ.ฯ ชี้แจงว่า เรื่องดอกเบี้ย ทางสมาชิกควรสอบถามและทวงในคณะ กมธ.ชุดต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม ในคณะ กมธ.ชุดนี้ ได้ใส่ไว้เป็นข้อสังเกตเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ในฐานะ กมธ.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ชี้แจงตอบโต้ สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ว่า การไปโจมตีการครองตนของข้าราชการตุลาการนั้นต้องระวัง เนื่องจากใช้ชีวิตอิสระแบบคนอื่นไม่ได้ บ้านพักต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ
บางคนไม่เข้าใจวิธีการเป็นไปของโลก ก็จะโจมตีผิดๆ ถูกๆ ข้าราชการตุลาการ ผู้พิพากษาต้องผดุงความยุติธรรมสุงสุด เราเองคงหาความยุติธรรมเหนือกว่านี้ไม่ได้ ในระบบทั่วโลกก็เป็นเช่นกัน ถ้าหากไม่ให้เขาสันโดษ ให้มีเพื่อนจำนวนมาก จะทำให้ไม่มีความอิสระเพราะต้องเกรงใจไปทั่ว เพราะฉะนั้น ต้องพิจารณาสิทธิที่เขาพึงมีมีอะไรบ้าง เช่นเดียวกับ สส. ถ้าไม่มีผู้ช่วย สส. 7-8 คน ถามว่าจะดูแลประชาชนอย่างไร ถ้าจะแก้ต้องแก้หลักใหญ่ อย่าโจมตีจุดเล็ก จะได้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้น ยืนยันขอให้ตั้งงบตามที่คณะ กมธ.แก้ไข
— สรวุฒิ เนื่องจำนงค์
ทำให้ ธิษะณา ชี้แจงว่า เห็นด้วยที่อาชีพผู้พิพากษามีเกียรติศักดิ์ศรี พร้อมอ้าง สส.ก็มีความอันตราย มีศัตรูทางการเมืองไม่แพ้กัน แต่ไม่มีบ้านพักอาศัยที่ภาษีประชาชน และยืนยันงบประมาณสร้างบ้านพักศาลควรตัดออก เพราะไม่จำเป็น
ทั้งนี้ หลังจากอภิปรายครบถ้วนทุกคนแล้ว ที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบมาตรา 31 ตามที่ กมธ.เสียงข้างมากเสนอ





