พรรคก้าวไกล นำโดย ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ…. ต่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร
โดย ชัยธวัช กล่าวว่า สาเหตุที่พรรคก้าวไกล ยื่นร่างฯ ดังกล่าว สืบเนื่องมากจากความขัดแย้งทางการเมือง ที่ยืดเยื้อต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นับตั้งการชุมนุมครั้งแรกของกลุ่มพันธมิตรประชนชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2549 ลุกลามบานปลายจนเกิดการรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) \[ภายหลังเปลี่ยนมาเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ: คมช.\]
ต่อมา ยังมีการรัฐประหารซ้ำอีกครั้ง เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งในห้วงเวลาเหล่านี้ มีประชาชาชนจำนวนมากเข้าไปมีส่วนร่วมชุมนุม หรือแสดงออกทางการเมืองรูปแบบต่างๆ ตลอดระยะเวลามีประชาชนนับพันคนถูกดำเนินคดี ตั้งแต่คดีเล็กน้อยไปจนถึบคดีร้ายแรงเกี่ยวกับความมั่นคง
“การดำเนินการคดีดำเนินการมาถึงปัจจุบัน ยังไม่มีท่าทีจะยุติ คดีใดที่มีการกล่าวหาไปแล้วหลายคดีก็ยังสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ยากที่จะทำให้สังคมไทยกลับสู่ความปกติสุข หรือสามัคคีกันในสังคม ประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน มองว่าฝ่ายรัฐไม่มีความเคารพความเห็นต่างทางการเมือง ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพลเมือง พรรคก้าวไกลจึงเห็นว่า เพื่อให้สังคมไทยได้กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ จำเป็นต้องยุติการใช้นิติสงครามต่อประชาชน ให้ประชาชนที่เคยแสดงออกทางการเมือง โดยมีเหตุจูงใจจากความขัดแย้งทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าว ได้หลุดพ้นจากการดำเนิคดี ดังนั้น การนิรโทษกรรม จึงเป็นหนทางที่จะถอนฝืนออกจากกองไฟ หยุดยุตินิติสงคราม เป็นก้าวแรกในการเริ่มต้นสร้างความยุติธรรม และความปรองดองที่ยั่งยืนในสังคมไทยต่อไป” ชัยธวัช ระบุ
สำหรับเนื้อหาสาระสำคัญของร่างฯ ดังกล่าว มีดังนี้
1\. กำหนดให้บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลผู้เข้าร่วมเดินขบวนชุมนุมทางการเมืองตลอดจนการกระทำทางกายภาพ หรือการแสดงความคิดเห็นใดๆ ที่เป็นความผิดตามกฎหมาย ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. 2549 จนถึงร่างฯ พ.ร.บ.นี้ มีผลบังคับใช้ หากการกระทำดังกล่าวมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ให้ผู้กระทำพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดกับพันธะกฎหมายต่าบประเทศ
2\. การนิรโทษฯ จะไม่ครอบคลุมถึงการกระทำของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม หากเป็นการกระทำเกินสมควรกว่าเหตุ ตลอดจนจะไม่นิรโทษฯ การกระทำความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา และไม่นิรโทษฯ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113
3\. กลไกการนิรโทษฯ จะกำหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัย ชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม คณะกรรมการฯ ชุดนี้ ในร่างฯ ของพรรคก้าวไกล จะเสนอให้มีคณะกรรมการฯจำนวน 9 คน ซึ่งประธานรัฐสภา จะเป็นผู้แต่งตั้งบุคคล ดังต่อไปนี้
- ประธานสภาฯ 1 คน
- ผู้นำฝ่ายค้าน 1 คน
- บุคคลที่ได้รับเลือกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) 1 คน
- มาจากบุคคลที่สภาฯ เลือก 2 คน
- ผู้พิพากษา หรืออดีตผู้พิพากษา 1 คน
- ตุลาการ หรืออดีตตุลาการ 1 คน
- พนักงานอัยการ หรืออดีตพนักงานอัยการอีก 1 คน (ต้องมาจากการนำเสนอของศาลปกครองและอัยการ)
- เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 1 คน
4\. กำหนดสิทธิผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหายโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องมาจากระเบียบ ประกาศ คำสั่ง คำวินิจฉัย มติ หรือการกระทำของคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำผิด เพื่อการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ฉบับนี้ ให้มีสิทธิ์สามารถฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้เอง
ชัยธวัช กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือการคืนชีวิตใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนที่โดนนิติสงคราม เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง หรือแสดงออกในทางการเมืองใดๆ แล้วถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งพี่น้องประชาชนจำนวนมากรู้สึกว่า สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของตัวเองในการเสริมสร้างบ้านเมืองโดยสันติ ได้รับการกระทบกระเทือน หรือการละเมิด เราเชื่อว่าการนิรโทษกรรมนี้ เป็นสิ่งที่สามารถเป็นไปได้ หากพรรคการเมืองต่างๆ มีเจตจำนงร่วมกัน ที่จะผลักดัน และหากเราพิจารณาให้ดีเราจะพบว่า พรรคการเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ หรือไม่ได้ปฏิเสธการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองแต่อย่างใด
“หลังจากนี้ พรรคก้าวไกลจะใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยกับทุกพรรค ทุกฝ่าย ทุกกลุ่ม ทุกสี ที่เคยมีความขัดแย้งกันในอดีตให้สำเร็จ เราเชื่อว่า แม้ประชาชนคนไทยอาจจะไม่ได้มีความคิดเห็นทางการเมืองตรงกันทั้งหมด แต่ผมก็เชื่อว่าประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ต่างได้มาแสดงออกทางการเมือง และขัดแย้งกัน โดยยืนอยู่บนพื้นฐานที่ตัวเองอยากจะผลักดันให้สังคม เป็นสังคมที่ดีตามความคิดความเชื่อของตัวเอง เราเชื่อว่า การยุติการต่อสู้ การยุติการดำเนินคดี การยุตินิติสงครามกับประชาชน ไม่ว่าฝ่ายไหน จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนทุกฝ่ายได้ใช้กระบวนการทางประชาธิปไตยโดยสันติ หันหน้าเข้ามาหากัน เพื่อแสวงหาฉันทามติครั้งใหม่ของสังคมอีกครั้งในอนาคต” ชัยธวัช กล่าว
ด้านประธานสภาฯ เตรียมให้เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการสภาฯ ตรวจสอบลายเซ็นผู้ยื่นร่างฯ และสาระต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายข้อบังคับภายใน 7 วัน และจะแจ้งกลับไปผู้ยื่นให้ทราบโดยเร็ว





