ชงหั่นงบฯ ‘กอ.รมน.’ แนะรื้อแผนงานแก้ ‘ไฟใต้’

4 ม.ค. 2567 - 19:38

  • ‘ก้าวไกล’ ชงหั่นงบฯ ‘กอ.รมน.’ หลังคุ้ยเจอซุก ‘ค่าตอบแทนพิเศษ’ หวั่นจ่ายให้ ‘บุคลากรผี’

  • แนะรื้อแผนงานแก้ไฟใต้ หนุนคนพื้นที่เจรจากันเอง-ฟื้น ‘คดีตากใบ’ เป็นคดีพิเศษ เผยอีก 10 เดือน จะหมดอายุความ

  • ‘เศรษฐา’ ย้ำแม้วิธีจะต่างกัน แต่ตั้งใจจริงแก้ปัญหา พร้อมน้อมรับคำวิจารณ์ ไปปรับแก้ปัญหาในพื้นที่

mfp_proposing_to_reduce_the_budget_of_isoc_SPACEBAR_Hero_13ea1255f6.jpg

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วาระแรก ในวันที่ 2 นี้ งบประมาณด้าน ‘ความมั่นคง’ ถูกจับจ้องชำแหละเป็นพิเศษ อย่างในคิวของ รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ให้เห็นว่า นับจากเหตุการณ์ปล้นปืน เมื่อปี 2547 สถานการณ์ความไม่สงบจนถึงปัจจุบันเกิดขึ้นแล้วกว่า  22,296 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บกว่า 2 หมื่นคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 คน

ขณะที่รัฐใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหากว่า 5.4  แสนล้านบาท โดยในงบประมาณปี 2567 พบการเสนอของบฯ รวม 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งกำหนดโครงการไว้ในแผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ ถือว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 6.5% โดยส่วนตัวมมองว่างบฯ ดังกล่าว สามารถปรับลดได้ ถึง 1,032 ล้านบาท

เป้าหมายแผนบูรณาการดับไฟใต้เพื่อความสงบเรียบร้อยและราบคาบ แต่ผมมองว่าไม่พอเพราะเป็นสันติภาพเชิงลบ ดังนั้น ต้องเพิ่มสันติภาพเชิงบวก ได้แก่ ความยุติธรรม เพราะเงื่อนไขคนต่อต้านก่อกบฎ เพราะคนไม่รับความเป็นธรรม ต้องคุ้มครองสันติภาพ แก้ไขกฎหมาย แต่การจัดงบของรัฐบาลทำให้เกิดสันติภาพเชิงลบและเชิงลดเท่านั้น

รอมฎอน ปันจอร์

ขณะที่รัฐใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหากว่า 5.4  แสนล้านบาท โดยในงบประมาณปี 2567 พบการเสนอของบฯ รวม 2.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งกำหนดโครงการไว้ในแผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคใต้ ถือว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 6.5% โดยส่วนตัวมมองว่างบฯ ดังกล่าว สามารถปรับลดได้ ถึง 1,032 ล้านบาท

เป้าหมายแผนบูรณาการดับไฟใต้เพื่อความสงบเรียบร้อยและราบคาบ แต่ผมมองว่าไม่พอเพราะเป็นสันติภาพเชิงลบ ดังนั้น ต้องเพิ่มสันติภาพเชิงบวก ได้แก่ ความยุติธรรม เพราะเงื่อนไขคนต่อต้านก่อกบฎ เพราะคนไม่รับความเป็นธรรม ต้องคุ้มครองสันติภาพ แก้ไขกฎหมาย แต่การจัดงบของรัฐบาลทำให้เกิดสันติภาพเชิงลบและเชิงลดเท่านั้น

รอมฎอน ปันจอร์

สำหรับงบประมาณที่ใช้ดับไฟใต้ซึ่งกำหนดไว้นอกแผนบูรณาการ 3 ใน 4 อยู่ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รวมกว่า 5,000 ล้านบาท เช่น งบการกำลังพลและการดำเนินงานของ กอ.รมน. วงเงิน  3,535 ล้านบาท ที่อาจเกี่ยวข้องกับ ‘บุคลากรผี’ ที่มีชื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ แต่ไม่ได้ทำงานจริง ถือเป็นงบฯ หล่อเลี้ยงกำลังพลที่ไม่ได้ทำงานในพื้นที่ ดังนั้นของ กอ.รมน.ชี้แจงว่ามีคนทำงานจริงเท่าไร หรือเเป็นเพียงงบที่ใช้หากินเท่านั้น

ผมขอตั้งคำถามไปยัง กอ.รมน.รับมือกับภัยคุกคามความมั่นคง ทำให้จำเป็นต้องมีภัยคุกคามเพื่อให้องค์กรดำรงอยู่ หากทิศทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง กอ.รมน.ต้องสกัดขัดขวางเพื่อไม่ให้การแสวงหาทางออกทางการเมืองเป็นไปได้

รอมฎอน ปันจอร์

นอกจากนั้น ในส่วนของ กอ.รมน. พบว่ามีค่าตอบแทนพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ใน 52 หน่วยงาน รวมงบประมาณ 1,527 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้คนในพื้นที่ดำเนินการในส่วนดังกล่าว พร้อมเสนอไปยังรัฐบาลที่มีนโยบายด้านยุติธรรม ให้ฟื้นคดีตากใบ ที่อีก 10 เดือนจะหมดอายุความ โดยให้ริเริ่มเป็นคดีพิเศษ โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวมถึงให้นายกฯ กำชับไปยัง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ให้ยุติการบั่นนทอนกระบวนการสันติภาพ และการฟ้องร้องปิดปาก

บางทีแม่ทัพภาค 4 เหมือนเป็นไบโพลาร์ เดี๋ยวอยากจะคุย เดี๋ยวอยากจะปิดปาก

รอมฎอน ปันจอร์

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการเจรจาสร้างสันติภาพ รวมถึงเปิดพื้นที่ทางการเมืองและเจรจาหาทางออกร่วมกันระหว่างคนในพื้นที่ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และขอให้ปรับลดงบประมาณที่ซ้ำซ้อนของ กอ.รมน.ด้วย

‘เศรษฐา’ ย้ำแม้วิธีจะต่างกัน แต่ตั้งใจจริงแก้ปัญหา พร้อมน้อมรับคำวิจารณ์ ไปปรับแก้ปัญหาในพื้นที่

ต่อมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ลุกขึ้นชี้แจงงบประมาณแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในส่วนของ กอ.รมน. ว่า หลายประเด็นจะให้ทีมงานขยายผลต่อเพื่อให้ปัญหาลดลง ทั้งนี้ ในภาพรวมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาสะสม แต่ในระยะหลังความรุนแรงลดลง พร้อมขอบคุณ สส.และพรรคการเมืองทุกภาค ที่พูดคุยกับประชาชนเพื่อลดปัญหาความรุนแรงรวมถึงความมั่นคง และ กอ.รมน. ที่ตนเห็นการทำงานตั้งใจจริง แม้วิธีการทำงานจะแตกต่างกัน

ผมเชื่อว่า กอ.รมน. มีจุดประสงค์เดียวกันคือ คืนความสงบและความมั่นคั่งให้ประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ หลายคนให้ความสนใจ และผมมีโอกาส 100 กว่าวัน ในตำแหน่งนายกฯ ลงพื้นที่เมื่อ พ.ย. เจอนายกฯ มาเลเซีย ได้คุยปัญหาความมั่นคงความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ ที่พัฒนาหลายมิติ และปัจจุบัน พบการเข้าเมืองเพิ่มกว่า 30,000 คน ในช่วงวันหยุด ทำให้โรงแรม 3 จังหวัดฯ และหาดใหญ่ จ.สงขลาเต็มหมด ดังนั้น ผมเชื่อว่าหากคนมีเงินในกระเป๋า ชีวิตดีขึ้น ปัญหาความรุนแรงลดน้อยลง ควบคู่กับการทำงานของฝ่ายความมั่นคงของไทยและมาเลเซีย ทำให้ปัญหาลดน้อยลง

เศรษฐา ทวีสิน

ส่วนการวิเคราะห์เรื่องงบประมาณของ กอ.รมน. ขอน้อมรับไปพิจารณาพูดคุยเพื่อทำให้งบมีประโยชน์สูงสุด ส่วนกรณีที่ระบุว่า หากมีความสงบ กอ.รมน. จะทำงานอะไรนั้น ไม่ต้องห่วง เพราะได้พูดคุยกับผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) มีหลายเรื่องที่ต้องทำ เช่น ช่วยเหลือเรื่องอุทกภัย, ภัยแล้ง, ขุดบ่อเก็บกักน้ำ, ลงพื้นที่ซ่อมแซมช่วยซ่อมบ้านผู้ประสบอุทกภัย ซึ่ง กอ.รมน. ใส่ใจ ส่วนเรื่องไบโพลาร์ (Bipolar Disorder: อารมณ์สองขั้ว) ตนเองไม่ใช่หมอ ไม่ทราบว่าเป็นหรือไม่ แต่ที่สัมผัสพบว่าเป็นคนที่สม่ำเสมอ ดูผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง และจะมีการประชุมที่สภาฯหลังจากนี้

ต่อมา รอมฎอน ได้ใช้สิทธิชี้แจงว่า เรื่อง ‘ไบโพลาร์’ ที่กล่าวไป ถือเป็นคำเปรียบเปรยในการทำงาน ไม่ใช่เรื่องสุขภาพ หรือเรื่องส่วนบุคคล พร้อมระบุ ยังกังวลในทิศทางการทำงานของ กอ.รมน. และขอเรียกร้องให้นายกฯ ลงนามรับรองร่างกฎหมายยกเลิก กอ.รมน. ที่ถูกตีความว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน และส่งให้สภาฯ ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์