ถามมาตอบไป! บี้ ‘เศรษฐา’ ปม ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ สับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ กลางสภาฯ

11 ก.ค. 2567 - 14:25

  • ‘ก้าวไกล’ บี้ถามงบฯ โครงการ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ คลุมเครือ-ติดบ่วงแก้เงื่อนไข-เปลี่ยนไปมา

  • อัดนโยบายให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ‘เอื้อแต่ทุน-กระจุกภาคอสังหาฯ’

  • สับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไร้พยุงค่าครองชีพช่วยประชาชน ทางออกมืด 8 ด้าน

  • ‘เศรษฐา’ แจงขอรอฟังแถลงชัดเจน 24 ก.ค.นี้ ยันไม่ใช่เรื่อง ‘ขายชาติ’

  • แต่ต้องศึกษาอย่างเหมาะสม ทำให้ซื่อสัตย์-ปลอดผลประโยชน์ทับซ้อน

mfp_question_to_pm_about_digital_wallet_and_measures_to_stimulate_the_economy_SPACEBAR_Hero_9e476e078b.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวันนี้่มีไฮไลท์อยู่ที่พรรคก้าวไกล ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ คลุมเครือ-เงื่อนไขเปลี่ยนไปมา

โดยทาง ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้ให้เห็นถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีประชาชนสอบถามเข้ามากมายว่าเกิดอะไรกันแน่ ซึ่งวานนี้ (10 ก.ค.) มติที่ประชุมคณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต มีการปรับแก้เงื่อนไขมากมาย เปลี่ยนไปมาตลอดเวลา อาทิ ประเด็น ‘โทรศัพท์มือถือ’ จากเดิมที่บอกว่าซื้อได้ ล่าสุดบอกว่าซื้อไม่ได้ ‘ปุ๋ย’ ที่เคยบอกซื้อไม่ได้ วันนี้บอกว่าซื้อได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขประหลาดเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จะใช้ซื้อไม่ได้ แต่ประเด็นสำคัญที่ประชาชนกังวลคือ การปรับลดกลุ่มเป้าหมายจากเดิม 50 ล้านคน เหลือ 45 ล้านคน โดยอ้างว่า จะมีคนที่มีสิทธิ์ แต่ไม่มาลงทะเบียนราว 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ยังเสนอทางเลือกใช้เม็ดเงินในโครงการฯ จากงบประมาณปี 2567-68 โดยไม่ใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)

คำถามคือ ขณะนี้งบประมาณมีไม่พอแล้วหรืออย่างไร ถึงหามาได้แค่ 450,000 ล้านบาท งบฯ ในปี 67 จากที่เคยจะใช้จำนวน 170,000 ล้านบาท เหลือเพียงแค่ 165,000 ล้านบาท ที่เหลือจะไปใช้จากงบฯ ปี 68 จำนวน 285,000 ล้านบาท ทำให้ประชาชนสงสัยว่า ถ้าสุดท้ายมีการลงทะเบียนเต็ม 50 ล้านคน จะทำอย่างไร ใน 5 ล้านคน เขายังจะได้รับสิทธิ์อยู่หรือไม่ จะนำเงินที่ไหนมาใช้ หรือจะไปใช้เงินคงคลัง

ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

อีกทั้งยังมีสิ่งที่กังวลคือ การที่จะต้องใช้งบฯ ปี 67 จากการบริหารจัดการจำนวน 43,000 ล้านบาท และงบฯ ปี 68 จากการบริหารจัดการ จำนวน 132,300 ล้านบาท ตกลงจะมีการใช้ ‘งบกลาง’ ของปี 67 หรือไม่ จะบริหารจัดการอย่างไร หรือจะมีการใช้เงินทุนสำรองจ่ายที่อยู่ในอำนาจ รมว.คลัง หรือไม่

รอฟังแถลงความชัดเจน ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ 24 ก.ค.นี้

ทางด้าน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวจะมีการแถลงความชัดเจน ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ประเภทของสินค้านั้น แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้ฟังความเห็นของประชาชน ผู้ประกอบการ และฝ่ายค้าน เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยปรับปรุงแต่งให้โดนใจปะชาชน และถูกจุดประสงค์ที่มีเป้าหมาหลักคือ กระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่วนงบประมาณที่จะนำมาใช้คือ ‘งบกลาง’ จำนวน 43,000 ล้านบาท โดยจะพยายามเตรียมงบฯ ให้เต็มที่ และพินิจพิเคราะห์ได้อย่างดี เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ซื่อสัตย์ ตามกติกาของการใช้งบฯ ที่ถูกต้อง

โครงการดิจิทัลวอลเล็ต เป็นนโยบายหลักใช้เงินหมื่นบาท โดยใช้ให้จำกัดพื้นที่เพื่อให้เกิดการพัฒนากระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดที่มีการพัฒนาต่ำ เช่น จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดมหาสารคาม เพื่อพัฒนาเศษฐกิจภูมิภาค

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

นายกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับการใช้งบกลาง ไม่ใช่กันไว้เพื่อโครงการดังกล่าวเท่านั้น แต่ใช้เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชนด้วย สำหรับประเด็นที่ตั้งถามถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ หรือไม่นั้น รัฐบาลมีมาตรการเพื่อพยุงเศรษฐกิจ เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยว ยกเว้นวีซ่า สร้างความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงอุตสาหกรรมรถอีวี เป็นต้น

มีเงินใหม่เข้ามาในระบบ 470,000 ล้านบาท หรือ 500,000 ล้านบาท ผลิตสินค้ารองรับการซื้อของประชาชนในระบบหรือไม่ เกิดการผลิต การจ้างงาน ประชาชนมีความหวัง นอกจากนั้นแล้ว ยังต้องแก้ไขปัญหาสังคมที่ผูกโยงกับปัญหาเศรษฐกิจ เช่น ปัญหายาเสพติด ซึ่งผมได้ลงพื้นที่และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ทั้งนี้ กอ.รมน.ไม่เห็นด้วยให้ยุบ เพราะ กอ.รมน.ยังมีบทบาทในมิติความมั่นคง รวมถึงการดูแลประชาชน ดูแลชายแดน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เศรฐา ยังชี้แจงถึงมาตรการช่วยค่าครองชีพของประชาชน ว่า ทางแก้ทางหนึ่งคือ ความร่วมมือด้านความมั่นคงพลังงาน แหล่งพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลบริเวณไหล่ทวีประหว่างไทยและกัมพูชา หรือ โอซีเอ ซึ่งรัฐบาลประกาศจะแก้ไขโดยเท่าที่ฟังตัวเลขจากการประเมินในพื้นที่ทับซ้อนกัมพูชา ถึง 20 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างทางพลังงานให้มีใช้ในประเทศ ไม่ต้องนำเข้า

‘มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ’ มืด 8 ด้าน

ทางด้าน ศิริกัญญา ยังตั้งคำถามด้วยว่า สิ่งที่นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามที่ถาม ยืนยันว่าไม่มีมาตรการพยุงค่าครองชีพประชาชนระยะสั้นเฉพาะหน้า ไม่มีการแก้ปัญหาโรงงานปิดกิจการและเอสเอ็มดีล้ม วินิจฉัยโรคถูก แต่ทางออกมืด 8 ด้าน ไม่มีรูปธรรม ไม่ต้องรอดิจิทัลวอลเล็ต หรือรอนักลงทุนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างไร

หากงบประมาณไม่พอใช้ช่วยเหลือเยียวยาค่าครองชีพ ก่อนรอถึงปลายปี 67 มีข้อเสนอให้รัฐบาลสร้างแรงจูงใจท้องถิ่นนำเงินสะสมท้องถิ่น 2 หมื่นล้านบาท ใช้เพื่อลงทุนขนาดเล็ก เกิดการจ้างงานในพื้นที่ชนบท ที่ผ่านมานายกฯ เน้นการช่วยเหลือกลุ่มทุนมีมาตรการช่วยเหลือเน้นภาคอสังหาริมทรัพย์ และล่าสุด ที่นายกฯ ให้ศึกษาเกี่ยวกับประเด็นทรัพย์อิงสิทธิ์ให้ต่างชาติ 99 ปี ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านอื่นมากกว่าประชาชน

‘ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี’ ไม่ใช่เรื่อง ‘ขายชาติ’

จากประเด็นดังกล่าว ทำให้ เศรษฐา ลุกขึ้นชี้แจง โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้ดำเนินการมาตรการช่วยเหลือในกรณีของการศึกษาการให้ต่างชาติเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นเวลา 99 ปี มีการเสนอให้ศึกษาเรื่องดังกล่าว เพราะมีฝ่ายต่างประเทศเรียกร้องให้ปรับจากจาก 30 ปี เป็น 99 ปี ดังนั้น ต้องศึกษาว่าเหมาะสมหรือไม่ หากทำแล้วจะส่งผลระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทย การลงทุนระหว่างประเทศสูงขึ้นหรือไม่

ไม่ใช่เรื่องขายชาติ แต่ต้องศึกษาและทำให้ซื่อสัตย์ ปลอดจากผลประโยชน์ทับซ้อน รัฐบาลภายใต้การนำของผม วิ่งสู้เพื่ออนาคตและทุกพรรคร่วมฯ วิ่งสู้ต่อไปปัจจุบันที่ดีกว่า สู้กับแรงค้านที่ไร้อนาคต

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์