พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงแนวทางการทำงานฝ่ายค้านเชิงรุกของพรรคก้าวไกลว่า จะเป็นการผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เราอยากจะเห็น หนึ่งในวิธีการแบ่งคือ การแบ่งทีม สส.และทีมงานพรรคออกเป็น 15 ทีมในเชิงประเด็น อาทิ การพัฒนาเศรษฐกิจ การศึกษา การพัฒนาการเมือง เป็นต้น
โดยอีกกลไกหนึ่งที่ทีมเชิงประเด็นใช้ในการขับเคลื่อนคือกลไกล policy watch ในการพยายามจับตานโยบายการทำงานของรัฐบาล เพื่อวิเคราะห์ว่ามีนโยบายใดบ้างที่ตอบโจทย์ หรือยังขาดบางส่วน เพื่อทำเป็นข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล เช่น การแถลงของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ก็ถือเป็น 1 ในรูปธรรมที่เสนอนโยบายด้านดิจิทัล ซึ่งในสัปดาห์ถัดไป จะมีการแถลงในประเด็นอื่นอย่างต่อเนื่อง หรือหากมีเหตุการณ์ใดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงใดเฉพาะ ก็จะมีการแถลงเป็นประจักษ์อย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีนี้
ส่วนจะมีประเด็นใดบ้างที่ตั้งใจจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเชิงรุกนั้น พริษฐ์ กล่าวว่า เราตั้งใจจะทำทุกประเด็น ซึ่งก็คาบเกี่ยวกับปัญหาที่ประชาชนประสบ โดยครอบคลุมวาระทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเราแบ่งตามประเด็น ไม่ใช่กระทรวง เพราะวาระบางครั้ง ต้องอาศัยการขับเคลื่อนหลายกระทรวงร่วมกัน
เมื่อถามว่า ทีมทำงานของทั้ง 15 ทีม มีลักษณะการทำงานคล้ายกับ 'ครม.เงา' หรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า อาจจะไม่เรียกว่า ครม.เงา เพราะมองว่าไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่เงาตามไล่บี้ว่ารัฐบาลทำอะไรแล้วบ้าง ตอบโจทย์แค่ไหน แต่เราต้องการจะเป็นเสมือนกับแสงด้วยเช่นกัน เพื่อพยายามนำทางให้รัฐบาลเห็นในประเด็นที่ยังไม่ขยับ หรือยังไม่มีการวางแผน จึงอยากให้ฝ่ายค้านเชิงรุกของพรรคก้าวไกล พยายามนำหน้าทุกปัญหาเพื่อชี้แนะให้รัฐบาล กลไกล policy watch เป็นเพียงแค่ 1 ในกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง
อีกกลไกที่สำคัญคือกลไกของสภาฯ 2 ส่วน ได้แก่ 1. การผลักดันกฎหมายที่ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ ในเวลานี้ เรายื่นร่างกฎหมายทั้งหมด 27 ร่าง ซึ่งมี 20 ร่างที่อยู่ในขั้นตอนรับฟังความเห็น เมื่อรับฟังความเห็นเสร็จแล้ว จะมีบางร่างจะเข้าสู่การพิจารณาสภาฯ ทันทีอย่าง สมรสเท่าเทียม สุราก้าวหน้า ในขณะบางร่างที่ถูกตีความว่าเกี่ยวกับการเงิน เช่น ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ร่างการแก้ไขแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ก็จะมีขั้นตอนเพิ่มอีก คือการขอคำรับรองจากนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ร่างเหล่านั้นเข้ามาสู่วาระหนึ่งของสภาฯ
“2. อีกกลไกคือกรรมาธิการ เราตั้งใจใช้กรรมาธิการทั้งในคณะที่เราอาจจะมี สส.พรรคก้าวไกล เป็นประธานกรรมาธิการ หรือคณะที่ สส.พรรคก้าวไกล ไม่ได้เป็นประธานกรรมาธิการ ซึ่งการทำงานจะมีลักษณะเชิงรุกมากขึ้น อย่าง กรรมาธิการติดตามงบประมาณ ไม่ได้ทำเพียงแค่การตรวจสอบการใช้งบประมาณที่เกิดขึ้นไปแล้ว ที่อาจมีบางอย่างชอบมาพากล แต่เราตั้งใจทำงานเชิงรุกเพื่อสร้างความโปร่งใสในการจัดทำงบประมาณตั้งแต่ต้นน้ำ” พริษฐ์ ระบุ
ส่วนหากรัฐบาลไม่ได้นำข้อเสนอไปปฏิบัติ จะถือว่าเสียของหรือไม่นั้น พริษฐ์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเสียของ แม้เราไม่ได้เป็นฝ่ายรัฐบาล แต่เราก็คิดว่าปัญหาของประชาชนรอไม่ได้ หากมีข้อเสนออะไรที่คิดว่าอยากให้รัฐบาลรับไปพิจารณา เราก็ยินดีที่จะยื่นทั้งหมดที่มีอยู่ โดยพยายามเชิญชวนและโน้มน้าวให้รัฐบาลเห็นตามข้อเนอแนะ ท้ายสุดแล้ว หากเราเผยแพร่ชุดข้อเสนอของเราทั้งหมด และรัฐบาลรับไปพิจารณา ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับประชาชน
เมื่อถามว่า ประธานกรรมาธิการทั้ง 11 คณะ ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ได้รายชื่อแล้วหรือยัง พริษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกระบวนการภายในอยู่ในช่วงการคัดเลือก เพราะได้มีการเปิดให้ สส.พรรคก้าวไกล ที่มีความประสงค์ส่งรายชื่อพร้อมแผนงานเข้ามา พร้อมกับมีกระบวนการสัมภาษณ์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในที่ประชุม สส. วันอังคารที่ 3 ตุลาคมนี้ ซึ่งที่ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่สอง ระบุว่า แต่ละพรรคส่งรายชื่อประธานกรรมาธิการครบแล้วทั้ง 35 คณะนั้น ตนเองไม่ทราบ แต่สำหรับพรรคก้าวไกล ยังอยู่ในขั้นตอนการคัดเลือก




